Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เครือข่ายภาคประชาสังคมส่ง จม.เปิดผนึกถึง 'แพทองธาร' นายกฯ ไทย-9 สถานทูต-องค์กรนานาชาติ-ผู้นำกองกำลังชาติพันธุ์ ช่วยเหยื่อค้ามนุษย์ 110 ราย บริเวณชายแดนไทย-พม่า ริมแม่น้ำเมย ชี้ไทยกำลังถูกใช้เป็นจุดก่อเหตุ เป็นข้ออ้างล่อลวง และเป็นเส้นทางลำเลียงเหยื่อข้ามแดนสู่แหล่งอาชญากรรมดังกล่าว

 

26 ต.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานวันนี้ (26 ต.ค.) เครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ (Civil Society Network for Victim Assistance in Human Trafficking) ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และหน่วยงานต่างๆ ของไทย เช่น กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ไปจนถึงกองกำลังชาติพันธุ์ กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ผู้นำกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย (DKBA) สถานเอกอัครราชทูตจำนวน 9 ประเทศ เพื่อขอความสนับสนุนด้านการช่วยเหลือผู้ตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ ซึ่งใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน และเป็นข้ออ้างหลอกลวงคนไปทำงานผิดกฎหมายฝั่งประเทศเมียนมา 

สำหรับเนื้อหาในจดหมายของเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ ระบุว่า กลุ่มมาเฟียเชื้อชาติจีนซ่องสุมอยู่ตามพื้นที่ริมแม่น้ำเมย เมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยงของเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับอำเภอพบพระ และอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทางเหนือของไทย ได้ใช้สื่อสังคมออนไลน์โฆษณาล่อลวงพลเมืองจำนวน 110 คนจาก 9 ประเทศ ให้เดินทางมายังประเทศไทย โดยอ้างว่าจะมีการจ้างงานที่ให้ค่าตอบแทนสูง ทั้งยังจัดทำเอกสารและดำเนินการเรื่องค่าเดินทางให้กับเหยื่อ

โฆษณา - Advertising

"เมื่อเดินทางถึงไทย กลุ่มเหยื่อกลับถูกบังคับพาตัวจากไทยไปยังเมียนมา โดยลักลอบผ่านแดนที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จากนั้น กลุ่มเหยื่อถูกยึดโทรศัพท์และตกเป็นหนี้ที่เกิดจากการเดินทางดังกล่าว ตลอดจนถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวบังคับให้ทำงานผิดกฎหมาย ทั้งยังมีผู้ที่โดนทำร้ายร่างกาย และเรียกร้องค่าไถ่ตัวจากครอบครัวเหยื่อ แต่มีเหยื่อบางรายที่แอบติดต่อกับครอบครัวของตนเพื่อขอความช่วยเหลือ" จดหมายระบุ

อาคารสถานที่ที่เหยื่อค้ามนุษย์ถูกพาตัวมา

สภาพเหยื่อค้ามนุษย์ที่ถูกทำร้ายร่างกาย ซ้อมทรมาน

ในจดหมายยังระบุด้วยว่า กลุ่มเหยื่อถูกแก๊งอาชญากรข้ามชาติกักขังหน่วงเหนี่ยวตามพื้นที่ต่างๆ ในเมืองเมียวดี ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์ 2 กลุ่มที่เคลื่อนไหวในรัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา คือ 1. กองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง (BGF) และ 2. กองทัพกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย (DKBA) โดยมีข้อมูลที่เปิดเผยได้ระบุว่า ชาวฟิลิปปินส์ 36 ราย และชาวโมร็อกโก 1 ราย ถูกกลุ่มค้ามนุษย์กักตัวอยู่ในพื้นที่ควบคุมของกองกำลัง BGF และชาวต่างชาติอีก 73 รายถูกกลุ่มค้ามนุษย์ในพื้นที่ควบคุมของ DKBA กักตัวอยู่

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศของบังกลาเทศ และฟิลิปปินส์ ยังได้ส่งจดหมายขอความช่วยเหลือถึงผู้เกี่ยวข้อง ระบุว่าพลเมืองบังกลาเทศ 5 รายและพลเมืองชาวฟิลิปปินส์ อีกไม่ต่ำกว่า 70 รายก็ได้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์เช่นกัน

จดหมายเปิดผนึกระบุเพิ่มเติมว่า รัฐบาลไทยคงปฏิเสธความรับผิดชอบต่อปัญหาที่ถูกละเลยมานานนี้ได้ยาก เพราะไทยถูกเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติใช้เป็นจุดก่อเหตุ บังคับลักพาตัวและเป็นเส้นทางลำเลียงเหยื่อค้ามนุษย์ไปยังจุดหมายปลายทางในประเทศเมียนมา

เนื้อหาในจดหมายได้มีการอ้างอิงรายงานขององค์กรเพื่อสันติภาพในสหรัฐอเมริกา The United States Institute of Peace ที่เผยแพร่ล่าสุดในเดือน พ.ค. 2567 บ่งชี้ว่า เครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ ซึ่งก่อการในกัมพูชา ลาว และเมียนมา สร้างรายได้มากกว่า 43,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.53 ล้านล้านบาท จากการหลอกลวงเหยื่อในแต่ละปี บ่งชี้ว่าขบวนการผิดกฎหมายเหล่านี้ไม่เพียงส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจทั่วโลก แต่ยังละเมิดคุกคามชีวิตและศักดิ์ศรีของผู้คนอีกเป็นจำนวนมากไปพร้อมกัน 

"ในฐานะที่ประเทศไทยได้รับคะแนนเสียงข้างมากจากที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติให้เป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Rights Council หรือ UNHRC) ปี 2568-2570 สถานการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้ จึงเป็นโอกาสที่ไทยจะแสดงบทบาทในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รวมถึงสนับสนุนปฏิบัติการช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ และประสานงานในด้านต่างๆ เพื่อต่อสู้กับการค้ามนุษย์ตามแนวชายแดนไทยและเมียนมาอย่างเร่งด่วน" จดหมายทิ้งท้าย

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising