19 เหยื่อค้ามนุษย์ชาวลาว วิงวอนผู้นำไทยช่วยเหลือ หลังถูกกักขังทรมานในแหล่งอาชญากรรมริมน้ำเมยฝั่งพม่า พร้อมแฉกลวิธีหลอกเหยื่อบังคับทำงานสแกมเมอร์ ใช้ 'TikTok' ตุ๋นทั่วโลก ใช้ไทยเป็นทางผ่าน
30 ต.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา ต่อความคืบหน้าเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ (Civil Society Network for Victim Assistance in Human Trafficking) ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย และหน่วยงานต่างๆของไทย อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เมื่อ 27 ต.ค. 2567 เพื่อเรียกร้องให้ช่วยเหลือเหยื่อค้านมนุษย์ 110 ราย ที่ถูกมาเฟียชาวจีน บังคับให้ทำงานคอลเซ็นเตอร์อยู่ในแหล่งอาชญากรรมริมแม่น้ำเมย เมืองเมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ประเทศไทย โดยพื้นที่อาชญากรรมดังกล่าวเป็นพื้นที่ภายใต้การดูแลของกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง (Karen Border Guard Force - BGF) และ กองกำลังกะเหรี่ยงประชาธิปไตยผู้มีใจเมตตา (Democratic Karen Benevolent Army) โดยเหยื่อเหล่านี้ถูกกักขังและทรมานอย่างโหดร้าย หากไม่สามารถทำงานเป็นไปตามเป้าที่มาเฟียจีนกำหนดไว้
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จากสำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานต่างๆ ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เหยื่อค้ามนุษย์ชาวลาว ที่ยังถูกกักขังอยู่ในแหล่งอาชญากรรมริมแม่น้ำเมย 19 คน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
‘ใช้ไทยเป็นทางผ่าน-ถูกซ้อมทรมาน หากพยายามหนี’
คำพัน (นามสมมุติ) เหยื่อชาวลาว เล่าว่า ตนข้ามจากประเทศลาวเข้ามาทางจังหวัดหนองคาย พร้อมกับน้องๆ 2 คน เพราะเชื่อในคำชักชวนผ่านสื่อออนไลน์ โดยเข้ามาอยู่ กทม.ก่อน 1 สัปดาห์ จึงมีคนพาเดินทางไปยัง อ.แม่สอด จ.ตาก หลังจากนั้นมีคนพาข้ามแม่น้ำเมยทาง ต.ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2567 โดยตอนแรกตกลงกันว่าให้ตนทำงานแพ็กสินค้า แต่พอมาถึงกลับให้ทำงานเป็นสแกมเมอร์โดยต่อสายลูกค้าให้มาลงทุน
"กลุ่มเป้าหมายเป็นเหยื่อต่างชาติ เขามีโปรแกรมแปลภาษาให้ เขาสร้างตัวละครสวยๆ ไว้คุยกับผู้ชาย ผมทำงานได้ 2 เดือน แต่ทำไม่ได้ตามที่เขาตั้งเป้า เขาเลยให้ไปทำงานหาเบอร์ลูกค้า ที่นี่โดนตีและทรมานกันทุกคน ถ้าตอบแชตแล้วไม่ได้ลูกค้า เขาจะใช้ไม้คล้ายกระบอกตีก้น โดยคนจีนเป็นคนตี นอกจากคนลาวแล้วยังมีชาติอื่นๆ ทั้งฟิลิปปินส์ แอฟริกา อิรัก อินโดนีเซีย แถวนี้มีบริษัทอยู่เยอะมาก มีทหารกะเหรี่ยงคุม แต่คนทำร้ายพวกเราคือคนจีน เขาปิดประตูตี บางคนถูกช็อต ผมเคยร้องเรียนไปยังสถานทูตลาวประจำพม่าหลายครั้ง ตั้งแต่ถูกหลอกแรกๆ แต่เขาบอกว่าเข้ามาช่วยไม่ได้ เพราะที่นี่รัฐบาลพม่าเข้าไม่ได้ เป็นเขตกะเหรี่ยงคุม เพื่อนๆบางคนร้องเรียนไปยังตำรวจไทย แต่พวกเขาก็ไม่ได้ออกอยู่ดี เรื่องเงียบไป บางคนร้องเรียนไป ปรากฏว่าเรื่องราวที่ร้องไปถูกส่งกลับมาให้มาเฟียจีน ทำให้เขาถูกจับและโดนทรมานหนัก" คำพัน กล่าว

ร่องรอยบาดแผลของเหยื่อที่ถูกหลอกไปค้ามนุษย์ และถูกซ้อมทรมาน
คำพัน กล่าวว่า มาเฟียจีนได้ตั้งราคาไว้ว่า ใครที่จะออกต้องนำเงินมาจ่าย 8 พันดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.6 แสนบาท) คนลาวไม่มีใครจ่ายได้ แต่ก็มีบางคนที่ทำงานหลอกลวงได้ยอดตามเป้าให้เขา 5 ล้านบ้าง 10 ล้านบ้าง
"ผมอยากพูดจากใจแทนเพื่อนๆ น้องๆ ที่ถูกกักขังอยู่ตอนนี้ ความหวังสุดท้ายของเราคือทางการไทย เพราะก่อนหน้านี้เคยมีคนได้รับความช่วยเหลือออกไปได้ เพราะทางญาติเขาประสานกับบางหน่วยงานของทางการไทย ในเมื่อลาวไทยเป็นพี่น้องกัน อยากจึงขอวิงวอนขอความาช่วยเหลือ ตอนนี้พวกผมทรมานเหลือเกิน ผมเป็นชาวไร่ชาวนาด้วยความหวังต้องการหาเงินเลี้ยงครอบครัว ไม่คิดว่าจะถูกหลอกเช่นนี้" คำพัน กล่าว
ด้านบัวคำ (นามสมมุติ) ชาวนครหลวงเวียงจันทน์ กล่าวว่า ตนเข้ามาทำงานร้านอาหารแห่งหนึ่ง กทม.ก่อน หลังจากนั้นเห็นโพสต์ชวนไปทำงานโรงงานรายได้เดือนละ 1.5 หมื่นบาทที่ จ.ระยอง แต่กลับถูกพาไปส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.แม่สอด จ.ตาก ก่อนจะเปลี่ยนรถพาไปยังชายแดนและข้ามแม่น้ำตอนกลางคืนพาไปส่งในแหล่งที่อยู่ปัจจุบัน และเมื่อรู้ว่าถูกหลอกกจึงได้ติดต่อญาติตั้งแต่เดือนแรก และได้ร้องขอความช่วยเหลือไปยังสถานทูตลาวประจำพม่า แต่เขาบอกว่าช่วยเหลือไม่ได้ เพราะเป็นพื้นที่ของกะเหรี่ยง
บัวคำ กล่าวว่า ช่วงแรกที่ถูกหลอกมาทำงานได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ตอบแชต แต่ตนทำไม่ได้ตามเป้าจึงถูกเปลี่ยนให้ทำหน้าที่หาเบอร์ลูกค้าแทน โดยพุ่งเป้าไปที่ผู้ชายอายุ 26-60 ปี ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย ตุรกี อียิปต์ อิรัก โดยแนะนำตัวผ่านโซเชียลมีเดีย 'TikTok' ซึ่งทางบอสจะพูดไปตามสคริปต์ และสุดท้ายคือของหมายเลขโทรศัพท์ จากนั้นส่งหมายเลขโทรศัพท์ที่ได้ให้บอสเช็กดูอีกที ก่อนที่บอสจะส่งต่อไปให้ฝ่ายแชตเพื่อนำไปหลอกลวงต่อ
"ขอเบอร์โทรผ่าน TikTok เราปลอมแปลงโปรไฟล์เป็นสาวสิงคโปร์ ชื่อ 'แอลล่า' คุยด้วยระบบแปลภาษา สคริปต์เขาทำมาดีมาก แต่ละวันต้องหลอกขอเบอร์ได้ได้ 80 คน ที่นี่เขาใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตระบบสายแลน" บัวคำ กล่าว
เหยื่อค้ามนุษย์ชาวลาว กล่าวว่า บรรยากาศข้างในอาคารซึ่งเป็นที่ทำงานค่อนวุ่นวาย เพราะมีทั้งโต๊ะสนุก ฟิสเนส ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่ทำงานอยู่ที่นี่ บางคนเป็นบอสนานๆ มาที บริษัทมี 3 ชั้น พวกตนอยู่ชั้น 2 แต่ที่นี่ไม่มีคนไทย นอกจากนี้ ในบริเวณไม่ไกล มีแหล่งขายบริการทางเพศที่มีสาวไทยมาทำงาน ส่วนใหญ่ด้วยความเต็มใจ แต่ก็มีสาวลาวถูกหลอกมาขายบริการด้วย
"แต่เขาจับได้ว่าพวกหนูติดต่อคนมาช่วย เขาจะเอาทรมานนำไปขังในคุกมืด เอาเชือกผูกแขน และตี หรือช็อตด้วยไฟฟ้า เคยมีคนพยายามหนี แต่ถูกจับได้ เหนูเคยเห็นคนอินเดียส่งโลเคชันให้ให้สถานทูตสุดท้ายเขาขังห้องมืดและช็อตไฟฟ้า ถูกตีอยู่ 4-5 วันจนกว่าจะสะใจ หนูเองก็เคยถูกตี เพราะทำงานไม่ได้เป้า เขาเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าช็อตที่แขน บางคนก็ถูกช็อตที่ก้น" บัวคำ กล่าว

ร่องรอยบาดแผลของผู้ถูกซ้อมทรมาน
บัวคำ กล่าวว่า ตอนถูกหลอกมาใหม่ๆ ได้แจ้งให้พ่อและแม่ทราบ ซึ่งท่านก็เป็นห่วงมาก แต่ก็จนปัญญา จนกระทั่งแม่ป่วยและอาการทรุดลงเรื่อย เพราะคิดมากเรื่องของตน เพราะไม่รู้จะช่วยเหลืออย่างไร ในที่สุดเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาแม่ได้เสียชีวิต
"หนูรู้สึกเสียใจมากที่ไม่ได้ตอบแทนบุญคุณท่าน และไม่ได้กลับส่งแม่ขึ้นสวรรค์ ปกติมีอะไรหนูก็เล่าให้แม่ฟัง ตอนที่หนูถูกตีก็เล่าให้ท่านฟัง ท่านยังว่าขนาดแม่เลี้ยงมายังไม่เคยตีลูก แม่เห็นใจแต่ช่วยเราไม่ได้ หนูเสียใจมาก หนูกราบอ้อนวอนเขาขอไปกราบศพแม่ แต่เขาไม่ยอม หนูเสียใจมาก ถ้าหนูไม่ดื้อมาทำงานที่นี่ก็คงไม่เกิดเรื่อง แม่ห้ามแล้วไม่ให้ทำงานในไทย ท่านอยากให้เปิดขายส้มตำอยู่บ้าน แต่หนูไม่ฟัง เพราะอยากมาหาประสบการณ์ชีวิต" บัวคำ กล่าว
วานนี้ (29 ต.ค.) ณ โรงแรมเดอะริเวอร์รี บาย กะตะธานีคอลเล็กชั่น อ.เมือง เชียงราย โชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และ พ.ท.ปัญญา แสงวิจิตร รองหัวหน้ากองบัญชาการป้องกันความสงบแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ร่วมกันเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการกลไกความร่วมมือข้ามพรมแดนในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์และการช่วยเหลือส่งกลับผู้เสียหายระหว่างจังหวัดเชียงราย ประเทศไทย กับแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เพื่อทำให้เกิดความร่วมมือ สร้างความเข้าใจร่วมกัน และสร้างเครือข่ายตามแนวชายแดนและเสริมสร้างความเข้มแข็งคณะทำงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ระหว่างหน่วยงาน และพัฒนากลไก การส่งต่อและประสานความร่วมมือให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และผู้เสียหายกรณีอื่นๆ ระหว่างประเทศไทยกับ สปป.ลาว
