ภูมิภาคแคริบเบียนพึ่งพาการท่องเที่ยวสูงสุดในโลก สร้างรายได้กว่า 6.7 หมื่นล้านดอลลาร์ จ้างงาน 2.78 ล้านคน - องค์กรแรงงาน 'ITF และ IUF' เรียกร้ององค์การการท่องเที่ยวแคริบเบียน (CTO) ยกระดับการปกป้องคุ้มครองแรงงานท่องเที่ยวแคริบเบียน หวังสร้างอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนในทุกมิติ
สหพันธ์แรงงานขนส่งระหว่างประเทศ (ITF) และสมาคมสหภาพแรงงานอาหาร เกษตร โรงแรม ร้านอาหาร บริการจัดเลี้ยง ยาสูบและแรงงานที่เกี่ยวข้อง (IUF) ออกจดหมายเปิดผนึกถึงองค์การการท่องเที่ยวแคริบเบียน (CTO) เรียกร้องให้เพิ่มการคุ้มครองแรงงานและสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยจดหมายดังกล่าวเผยแพร่ในช่วงเดือนแห่งการท่องเที่ยวของ CTO
จากข้อมูลของ World Travel and Tourism Council การท่องเที่ยวคิดเป็น 11.5% ของ GDP ในแคริบเบียน มูลค่า 67.9 พันล้านดอลลาร์ และสร้างการจ้างงาน 2.78 ล้านตำแหน่ง คิดเป็น 15.2% ของการจ้างงานทั้งหมดในปี 2023 โดย 8 ใน 10 ประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยวมากที่สุดในโลกอยู่ในภูมิภาคนี้
เดวิด มาสซิอาห์ (David Massiah) ประธานแผนกบริการการท่องเที่ยวของ ITF กล่าวว่า แม้ภาคการท่องเที่ยวจะมีความสำคัญทางเศรษฐกิจอย่างมากในแคริบเบียน แต่ยังมีปัญหาสำคัญที่คุกคามอุตสาหกรรมและแรงงานที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยมาสซิอาห์มาจากประเทศแอนติกาและบาร์บูดา ซึ่งการท่องเที่ยวมีสัดส่วนถึง 93% ของ GDP ประเทศ
จากการศึกษาล่าสุดเกี่ยวกับแนวโน้มด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในภาคการท่องเที่ยวที่เผยแพร่โดย Tourism Workers' Alliance เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบว่าสภาพการทำงานที่ย่ำแย่และการขาดงานที่มีคุณค่าเป็นความเสี่ยงเชิงระบบที่สำคัญ
ร็อบ จอห์นสตัน (Rob Johnston) ผู้ช่วยเลขาธิการ ITF เน้นย้ำว่า "การกระทำสำคัญกว่าคำพูด CTO ต้องปฏิบัติตามสิ่งที่พูดในเดือนแห่งการท่องเที่ยวแคริบเบียนนี้ และต้องให้ความสำคัญกับสิทธิแรงงานในการพัฒนาอุตสาหกรรม เพราะอนาคตของการท่องเที่ยวในภูมิภาคขึ้นอยู่กับเรื่องนี้"
ในจดหมายเปิดผนึก ITF และ IUF เรียกร้องให้มีการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐบาลระดับชาติและภูมิภาค ตัวแทนแรงงาน และภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสภาพการทำงาน ผ่านข้อตกลงกรอบความร่วมมือหรือบันทึกความเข้าใจ พร้อมทั้งจัดตั้งสภาที่ปรึกษา CTO ที่มีตัวแทนสหภาพแรงงานร่วมอยู่ด้วย เพื่อให้มุมมองของคนงานได้รับการบูรณาการเข้าสู่นโยบายและโครงการด้านการท่องเที่ยวทั้งระดับชาติและภูมิภาค
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้พัฒนาการติดตามและรายงานด้าน ESG โดยเฉพาะเมื่อมีกฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับการใช้แรงงานทาสสมัยใหม่กำลังจะมีผลบังคับใช้ สหภาพแรงงานสามารถช่วยธุรกิจในการพัฒนาตัวชี้วัด การติดตาม และการรายงานผลกระทบต่อแรงงานทั้งทางตรงและในห่วงโซ่อุปทาน
องค์กรแรงงานทั้งสองยังผลักดันให้มีการสนับสนุนและนำกรอบกฎระเบียบและการติดตามที่มีเป้าหมายชัดเจนในการปกป้องคนและสิ่งแวดล้อมมาใช้ รวมถึงพัฒนาแนวทางและการฝึกอบรมเพื่อการจ้างงานที่เป็นธรรมในภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะสำหรับเยาวชนและผู้หญิง และส่งเสริมให้นายจ้างในภาคการท่องเที่ยวสนับสนุนและบูรณาการวาระงานที่มีคุณค่าขององค์การแรงงานระหว่างประเทศในธุรกิจและตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ประเด็นสำคัญอีกประการคือการจัดตั้งคณะกรรมการด้านการขนส่งที่ยั่งยืนเพื่อการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมและจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย ประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงคมนาคม สหภาพแรงงานที่สังกัด ITF และ IUF และนายจ้างในภาคขนส่งเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อระบุองค์ประกอบสำคัญของการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมสู่ภาคขนส่งที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความยืดหยุ่นของจุดหมายปลายทางและชุมชน
มาสซิอาห์กล่าวทิ้งท้ายว่า "พวกเราขอเรียกร้องให้ CTO ร่วมมือในการสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในแคริบเบียนที่ยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม"

