ทักษิณช่วยหาเสียง อบจ.อุบล อ้อนขั้นต่อไปคืน สส.ให้เพื่อไทย ทางด้าน จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ผู้สมัครอิสระ เบอร์ 3 จัดเวทีสู้ ชูนโยบาย “ลองเปลี่ยนบ้าง” ส่วนแกนนำแม่เหล็กค่ายพรรคส้มเตรียมปราศรัยใหญ่ที่อุบลฯ 13 ธ.ค. นี้
11 ธ.ค. 2567 ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของ กานต์ กัลป์ตินันท์ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุบลราชธานี ในนามพรรคเพื่อไทย ตามคำเชิญของ เกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขึ้นเวทีปราศรัยท่ามกลางประชาชนราว 4,000 คนที่มาร่วมรับฟัง
ทักษิณกล่าวถึงจุดประสงค์ 3 ข้อที่ตนมาวันนี้ คือ เพื่อเยี่ยมพี่น้องชาวอุบลราชธานี มาเพื่อขอบคุณพี่น้องชาวอุบลราชธานี และมาเพราะเกรียง ที่เป็นคนที่เดินออกมาอยู่กับตนตั้งแต่ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย แล้วไม่เคยเปลี่ยนใจ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่เคยว่อกแว่ก นั่งเครื่องบินไปหาตนแทบทุกที่ ตอนที่ตนอยู่เมืองนอกมา 17 ปี หากวันนี้ไม่มาให้กำลังใจเกรียงที่วันนี้ส่งน้องชายคือกานต์ ลงนายก อบจ. ก็แสดงว่าตนเองเป็นคนที่ใช้ไม่ได้ ขณะเดียวกัน ก็ยังหวังว่า ชาวอุบลฯ จะช่วยให้กำลังใจเกรียง ด้วยการสนับสนุนกานต์ ผู้สมัครหมายเลข 1
ทักษิณกล่าวด้วยว่า ในอดีตจังหวัดอุบลราชธานีเราเคยได้ สส. มาเกือบทั้งหมด มีเพียงไม่กี่เขตจะพลาด ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยขอนายก อบจ. และครั้งต่อไปก็จะเอา สส.เพื่อไทยคืนมา แล้วขั้นตอนต่อไปพรรคเพื่อไทยจะทำให้ประชาชนคนไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
“วันนี้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลก็จริงอยู่ แต่มี สส. นิดเดียว มีโควตารัฐมนตรีน้อยไปหน่อย ทำให้ทำงานยากกว่าเดิม คราวหน้าผมมั่นใจว่าพี่น้องคงจะคืน สส. ให้พรรคเพื่อไทยเหมือนตอนที่เป็นพรรคไทยรักไทย เมื่อได้คืนมาแล้วเราจะช่วยกันทำงานให้กับพี่น้องได้อย่างเต็มที่ วันนี้ทำไปก็มีปัญหาอุปสรรคพอสมควร แต่ก็ไม่ยอมแพ้และจะเดินหน้า” ทักษิณระบุ
ทักษิณกล่าวอีกว่า วันพรุ่งนี้ (12 ธันวาคม) ขอให้ฟัง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะแถลงนโยบาย และเชื่อว่าพี่น้องจะสบายใจขึ้นเพราะขณะทำงานได้ 3 เดือนก็เข้าใจปัญหา ตนเองกับนายกฯ คุยกันตลอดถึงปัจจัย 4 คือเครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค อาหาร และที่อยู่อาศัย
“วันนี้คนไทยทุกคนต้องมีบ้านเป็นของตัวเอง นกกระจอกยังทำรังเองได้ คนไทยเราทำไม่ได้ก็ให้รู้ไป หวังว่าชาวอุบลฯ จะเอานายก อบจ. ให้เพื่อไทย และเอา สส. คืนมา แล้วเราจะคืนความสุขให้กับคนไทยทั้งประเทศ วันนี้ผมกลับมาแล้ว กลับมาอยู่กับพี่น้อง มาทำงานรับใช้พี่น้อง และมารับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท” ทักษิณกล่าว
ท่าทีทางฝั่ง จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ผู้สมัครอิสระ เบอร์ 3 จัดเวทีที่อำเภอน้ำยืน ถือเป็นพื้นที่บ้านเกิดของพรรคไทรวมพลัง
สปริงนิวส์รายงานคำพูดจิตรวรรณกล่าวว่าภารกิจของนายก อบจ. มีงบประมาณมากมายแต่ถ้าใช้จ่ายถูกต้องก็จะพัฒนาอุบลราชธานี เลือกนายก อบจ. ครั้งนี้แม้เราจะเป็นพรรคเล็ก เป็นหน้าใหม่แต่การทำงานของเราไม่ใหม่มีหลายนโยบายที่จะพัฒนาและยกระดับชีวิตของคนอุบลราชธานีให้ดีขึ้นกว่าเดิม
และช่วงหลายสัปดาห์ที่ลุยหาเสียงในหลายพื้นที่ก็ไม่คิดว่าเป็นงานหนักทุกคนได้ช่วยเหลือช่วยประชาสัมพันธ์ วันนี้ดีใจที่น้องอำเภอน้ำยืนมาฟังปราศรัยฟังว่ามีนโยบายอะไรที่จะช่วยเหลือพวกเขาบ้าง วันนี้มาปราศัยในอุอุบลราชธานีโซนใต้ได้รับกำลังใจเป็นอย่างดี ส่วนสโลแกนที่ใช้ในการหาเสียงครั้งนี้ “ลองเปลี่ยนบ้าง” นั้น เริ่มต้นจากนโยบาย 3 ดี คือ ปากท้องดีกว่าเดิม สุขภาพดีกว่าเดิม การศึกษาดีกว่าเดิม ทีมงานจึงจุดประกายว่าควรจะเปลี่ยนไหม จึงเป็นที่มาของสโลแกน
หากครั้งนี้พี่น้องชาวอุบลไว้วางใจเลือกให้ตนเองได้เข้ามาทำงาน จะเปลี่ยนให้ปากท้องคนอุบลดีกว่าเดิม และการศึกษารวมถึงสุขภาพ ถ้าสามสิ่งนี้ดีชีวิตก็จะดีไปด้วยเพราะบางครั้งรัฐบาลส่วนกลางให้ท้องถิ่นดูแลประสิทธิภาพจะดีมากขึ้นกว่าที่ส่วนกลางดูแล ขอให้เชื่อใจและมั่นใจท้องถิ่นสามารถดูแลประชาชนในพื้นที่ได้
มติชนออนไลน์รายงานถึงตอนหนึ่งที่จิตรวรรณกล่าวว่า ดีใจที่ท่านนายกฯ ทักษิณ ท่านเลือกที่จะมาจังหวัดอุบลราชธานี ก็เป็นสิ่งที่ดี ส่วนตนเองในฐานะผู้สมัคร นายก อบจ.ในนามอิสระ ไม่รู้สึกกังวลและไม่ได้น้อยใจอะไร เพราะว่าตนเองกับท่านนายกฯทักษิณก็รู้จักท่านในฐานะประชาชนคนหนึ่ง
จิตรวรรณกล่าวว่า ส่วนในเรื่องของความผูกพันนั้น ตนเองไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เป็นสมาชิกพรรคไทรวมพลัง ซึ่งที่ผ่านมาระหว่าง เบอร์ 1 คือ กานต์ กัลป์ตินันท์ กับตนเอง เบอร์ 3 สมัครในนามอิสระ ถูกมองว่าเป็นคนกันเอง ที่ทุกคนพยายามสรุปว่าเป็นคนกันเอง ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเป็นคนกันเอง แบบไหน อย่างไร ซึ่งการลงสมัครนายก อบจ.ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคก็ได้ ซึ่งตนเองก็มีพรรคสังกัดเป็นสมาชิกพรรคไทรวมพลัง แต่การลงสมัครนายก อบจ.อุบลฯ ในครั้งนี้ไม่ได้ลงในนามพรรค แต่ลงในนามอิสระ จากการลงสมัครนายก อบจ.อุบลฯ ในครั้งนี้ก็ถูกโจมตีว่าไม่ใช่คนอุบลฯ แต่ตนเองได้มาทำธุรกิจอยู่ที่ จ.อุบลฯ มากว่า 21 ปีแล้ว คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำความดีได้
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของพรรคค่ายสีส้มนั้น ในวันที่ 13 ธ.ค.นี้ แกนนำคนสำคัญทั้งธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า, พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน, ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน จะเดินทางมายังจังหวัดอุบลราชธานี และจะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ลานขวัญเมือง ศาลากลางอุบลราชธานี หลังเก่า เพื่อหาเสียงช่วย สิทธิพล เลาหะวนิช ผู้สมัครจากพรรคประชาชน หมายเลข 2
