- พรรคประชาชนชี้แจงกรณีที่สื่อรายงานว่า ผอ.พรรคประจำจังหวัดปราจีนบุรี ถูกจับฐานครอบครองปืนไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมากนั้น
- เบื้องต้น มีการนำหลักฐานทะเบียนปืนให้ ตร.แล้ว มีเพียงครอบครองผิดมือ 3 กระบอก โดยเป็นของพ่อ พี่ชาย และเพื่อน
- ส่วนผู้ถูกจับกุมเป็นเพียงสมาชิกพรรคฯ ไม่ได้เป็น ผอ.พรรคประชาชน ประจำจังหวัดปราจีนฯ ไม่ได้เป็นผู้ช่วย สส. และไม่ได้เป็น ผอ.เลือกตั้งท้องถิ่นประจำจังหวัดปราจีนฯ
เมื่อประมาณเวลา 17.07 น. วันนี้ (19 ธ.ค.) สื่อมติชนออนไลน์ รายงานว่า 'สุเมธ' (ไม่ทราบนามสกุล) ผู้อำนวยการพรรคประชาชน จ.ปราจีนบุรี และเป็นผู้ช่วย สส.พรรคฯ ถูกจับกุมฐานครอบครองอาวุธปืนไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมาก
โดย พ.ต.อ.สุรพร เทพเสน ผกก.สภ.ระเบาะไผ่ เปิดเผยว่า ได้พบอาวุธปืนของสุเมธ 5 กระบอก โดยเป็นปืนที่ไม่มีใบอนุญาต 2 กระบอก และนำไปตรวจสอบเพิ่มเติมอีก 3 กระบอก เบื้องต้น จะดำเนินคดีข้อหาพกอาวุธไม่ได้รับอนุญาต และจะฝากขังต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรีต่อไป
อนึ่ง พ.ต.อ.สุรพร ระบุด้วยว่า การจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้น เหตุจากตำรวจภูธร ภาค 2 ได้รับคำสั่งให้ปราบผู้มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี หลังสุนทร วิลาวัลย์ หรือ โกทร นายก อบจ.ปราจีนบุรี ตกเป็นผู้ต้องหาเกี่ยวข้องการเสียชีวิต ชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรือ ส.จ.โต้ง
มติชนออนไลน์ รายงานด้วยว่า 'สุเมธ' ที่ถูกจับกุม เคยเป็นอดีตผู้ช่วย สส. กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล และในการเลือกตั้งนายก อบจ.ในครั้งนี้ สุเมธ ยังเป็นผู้บริหารในการจัดส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นนายก อบจ. และ ส.จ.
นอกจากนี้ ผู้ถูกจับกุมเคยมีประเด็นพฤติกรรมเอื้อผลประโยชน์ซื้อขายที่ดินให้กับโรงงานบ่อกำจัดขยะ และเป็นคนนำผู้เสียหายคดีคุกคามทางเพศของวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี และรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาไปพบกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลในขณะนั้น
พรรคประชาชนชี้แจง
ในวันเดียวกัน ทีมสื่อพรรคประชาชน รายงานชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้นว่า บุคคลที่ถูกจับกุมไม่ได้เป็นผู้อำนวยการพรรคประจำจังหวัดฯ แต่เป็นเพียงสมาชิกพรรคประชาชน และทางพรรคประชาชนไม่มีตำแหน่งผู้อำนวยการพรรคประจำจังหวัดตามโครงสร้างพรรค
ประการต่อมา ผู้ที่ถูกจับกุมไม่ได้เป็นผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และไม่ได้เป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งท้องถิ่น จ.ปราจีนบุรี
กรณีที่ผู้ถูกดำเนินคดีดังกล่าวเคยมีข้อพิพาทกับวุฒิพงศ์ โดยถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์โรงงานกำจัดขยะนั้น คดีดังกล่าวปัจจุบันสิ้นสุดแล้ว โดยวุฒิพงศ์ ได้กล่าวขอโทษต่อบุคคลดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย
ขณะที่ปืนที่ตำรวจพบนั้นได้มีการนำหลักฐานทางทะเบียนชี้แจงต่อตำรวจเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นปืนที่มีทะเบียนทุกกระบอก แต่มี 3 กระบอกที่เป็นการครอบครองผิดมือ ซึ่งเป็นปืนที่มีทะเบียนของพ่อ พี่ชาย และเพื่อน
