เปิดใจ 'โกเฮง' นายก อบจ. หนึ่งเดียวของพรรคประชาชนจากลำพูน จังหวัดที่เป็นม้านอกสายตา ร่วมวิเคราะห์ชัยชนะการเลือกตั้งท้องถิ่น ทำความเช้าใจเส้นทางลูกชายอดีตบ้านใหญ่ และทิศทางต่อไปของลำพูนในอีก 4 ข้างหน้านี้
6 ก.พ. 2568 ย้อนกลับไปวันเลือกตั้งนายก อบจ. เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ลำพูนจังหวัดเล็กนอกสายตาถูกจับจ้องอย่างหนัก หลังลำพูนเป็นพื้นที่เดียวที่พรรคประชาชนหักปากกาเซียนชนะการเลือกตั้ง “โกเฮง” วีระเดช ภู่พิสิฐ นายก อบจ. หนึ่งเดียวของพรรคประชาชนให้สัมภาษณ์กับประชาไท วิเคราะห์ชัยชนะการเลือกตั้งท้องถิ่นของม้านอกสายตา ลูกชายบ้านใหญ่มีพ่อเป็นอดีตนายก อบจ. ได้เปรียบจริงหรือ และทิศทางต่อไปของลำพูนในอีก 4 ข้างหน้านี้

โกเฮง - วีระเดช ภู่พิสิฐ
รู้สึกกดดันหรือต้องแบกความหวังไว้ไหมในฐานะนายก อบจ. หนึ่งเดียวของพรรคประชาชน
โกเฮง : ไม่ได้กดดันขนาดนั้น ผมโฟกัสที่ความหวังของคนในจังหวัด อย่างน้อยเขาจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงบ้าง เบื้องต้นทางกายภาพทรัพย์สินอะไรที่เป็นของ อบจ. เช่น สนามกีฬา สวนสาธารณะ เราจะพัฒนาให้มีสนามกีฬาที่เปิด 24 ชั่วโมง ทำสวนสาธารณะที่ปลอดภัย ทำสนามเด็กเล่นสวนของเล่นให้เด็กๆ มาเล่นสร้างทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ ผมอยากให้ความสำคัญเรื่องนี้ ใช้งบประมาณไม่มากถ้าคิดจะทำ ต่อไปพ่อแม่ไม่รู้จะพาเด็กไปเล่นที่ไหนก็พามาที่สาธารณะสนามเด็กเล่นของ อบจ. ได้ หรือเด็กไม่มีที่นั่งอ่านหนังสือก็มาได้ สร้างสังคมเล็กๆในแต่ละเมืองของลำพูน น่าทำมาก
ความกดดันแรกของผมก็คืออยากจะทำให้คนลำพูนมองว่านายก อบจ. เปลี่ยนแล้ว ไม่ได้เอาเงินไปลงกับหินดินทราย ความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและคุณภาพก็จะตามมา กดดันว่าจะทำได้อย่างที่คิดไหม และถ้าทำไม่ได้เราจะตอบเขาอย่างไร เพราะการตอบต้องมีคนผิดว่าทำไมถึงทำไม่ได้ พัฒนาไม่ได้เพราะนายก อบจ. ไม่คิด หรือทำไม่ได้เพราะองค์ประกอบโดยรวมไม่ส่งเสริม ข้าราชการไม่เอาด้วย สภาบริหารส่วนจังหวัดไม่เอาด้วย อันนี้คือความกดดัน
วิเคราะห์ชัยชนะในพื้นที่ของตัวเองครั้งนี้ให้ฟังหน่อย
โกเฮง : หนึ่งเลยมาจากความเชื่อมั่นของพรรค ต้องบอกก่อนว่าจังหวัดลำพูนประชาชนตื่นตัวไปเลือกตั้งอยู่แล้วอันดับหนึ่งของประเทศตลอด คนที่มาเลือกตั้งเป็นภาคเกษตรกรรมที่อยู่ในชุมชนอยู่แล้ว ถ้าย้อนกลับไปดูสถิติทุกอำเภอคะแนนแต่ละหน่วยจะไล่ๆ กันหมด หมายความว่าคนออกมาเลือกตั้งจะด้วยปัจจัยอะไรก็แล้วแต่ หากดูจากข้อมูลของพรรคประชาชนเวลาชนะเราจะชนะในเมืองและแพ้รอบนอกเมือง ลงพื้นที่หาเสียงครั้งนี้ตอนพิธามาช่วยหาเสียงผมพาไปที่อำเภอลี้รอบนอกก่อนเลย ไปดูว่าถ้าพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวดีๆ ลี้สามารถเจริญได้ เป็นอำเภอที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 40,000 คน แต่ไม่เคยมีพรรคการเมืองไหนไปหาเสียงที่ลี้แบบจริงจัง เราพยายามทำนโยบายให้เขาไม่ได้รู้สึกว่าเขาห่างไกลจากการพัฒนา
ผมตีโจทย์การพัฒนาเมืองไปด้วย หาเสียงไปด้วย
ผมไม่ได้มีทรัพยากรในการหาเสียงเยอะ เวลาหาเสียงขึ้นรถแห่ผมจะไม่นั่งพูดอยู่บนรถ ผมจะอยู่ท้ายกระบะ ถ้าเจอคนนั่งแกะหอมหรือทำอะไรอยู่ผมก็จะลงไปคุยด้วย ถือใบปลิวไปแจกไปกับผู้ช่วยแค่สองคน บางครั้งก็ไปลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส อบจ. โจทย์ผมคือใน 45 วันที่หาเสียงเราต้องเจอคนให้ได้เยอะที่สุด

มีหลายสำนักวิเคราะห์ว่า โกเฮงมาจากตระกูลบ้านใหญ่จุดนี้มีส่วนไหม
โกเฮง : จริงๆ ต้องบอกว่าผมไม่ได้เนียมอายที่จะพูดเรื่องนี้ พ่อผมเป็นอดีตนายก อบจ. พี่ชายเป็นอดีต สจ. เป็นรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
“ผมพูดจริงๆ พวกนี้ไม่ได้เป็นข้อได้เปรียบในการเลือกตั้ง กลับเป็นข้อเสียเปรียบซะอีก มีการเอาประเด็นพ่อผมมาเล่นเรื่องคดีลำไย ผมเลือกเกิดไม่ได้เกิดมาพ่อผมก็ชื่อนี้ พี่ชายผมก็ชื่อนี้ เวลาไปหาเสียงทุกครั้งมีชาวบ้านพูดว่านี่ลูกโกเก๊าเหรอ เราก็ไม่รู้ว่านี่คือเรื่องดีหรือไม่ดี เราก็ได้แต่บอกว่าใช่ครับ มีอะไรแนะนำได้ อันนี้เป็นนโยบายผม ผมถึงได้บอกว่าการชนะเลือกตั้งครั้งนี้มาจากนโยบายพรรคมากกว่า ไม่ได้เกี่ยวว่าเป็นบ้านใหญ่แล้วจะทำให้ชนะ” โกเฮง กล่าว
ผมมีโอกาสพูดกับสื่อหลายสำนักว่านามสกุลของผมเป็นแรงเสียดทานในตัวผมด้วยซ้ำ แม้กระทั่งคู่แข่งก็เอาเรื่องนี้มาโจมตีตอนหาเสียง ผมสู้กับคำว่าไอ้ลูกโกเก๊าลำไย ถ้าถามว่าผมคิดอย่างไรกับเรื่องนี้นี่เป็นหนังชีวิตของผมเลย ตอนพ่อผมติดคุกครอบครัวเหมือนติดคุกกันทั้งครอบครัว ทำใจไม่ได้ ผมพยายามไปเยี่ยมทุกวัน ช่วงที่ติดคุกเป็นช่วงที่ คสช. ยึดอำนาจอย่าหวังเลยว่าจะได้รับการอำนวยความสะดวกใดๆ
ความเจ็บปวดของผมมาจากเรื่องนี้ ตอนนั้นพ่อผมทำงานรับใช้ผู้มีอำนาจเพียงเพื่อเล่นการเมืองแบบเก่า เป็นแขนเป็นขาให้การเมืองระดับชาติ และผลของการที่นายก อบจ. เป็นแขนเป็นขาให้การเมืองระดับชาติคือพอมีปัญหาปุ๊บเขาก็ทิ้ง ไม่เคยมีการมาช่วยเหลือใดๆ เรื่องนี้เลยเป็นแรงเสียดทานที่ผลักดันให้ผมต้องลบภาพจำ ต้องทำให้คนเห็นว่าผมกับพ่อเป็นคนละคนกัน วันที่ผมเดินไปเล่าให้พ่อฟังในเรือนจำเรื่องเข้าพรรคอนาคตใหม่ พ่อผมยังไม่อยากให้ผมไปยุ่งกับการเมืองเลย เขาก็เจ็บปวด “เขาบอกว่าการเมืองมันสกปรก ดูปาป๊าสิ”
คดีลำไยสืบพยาน 2 ปี ผมไปศาลสัปดาห์หนึ่ง 4 วัน ไปอยู่กับทนายความฟังชาวบ้านมาเบิกความจนจินตนาการออกว่าลำไยมันไม่ได้หายไปไหน แต่หน่วยงานรัฐและบริษัทที่รับเหมามีปัญหาในตอนนั้น การเมืองแบบเก่าตอนนั้นผู้มีอำนาจโทรมาบอกว่าโครงการนี้จะลงที่นี่เอางบประมาณลงคุณไปจัดการให้หน่อย แบ่งผลประโยชน์กันเท่านี้ ไม่ต่างอะไรจากการจำนำข้าวพฤติกรรมเดียวกัน กลุ่มการเมืองเดียวกันทำเหมือนเดิมไปเรื่อยๆ ถ้าสังเกตปี 2547 กับปี 2557 พฤติกรรมเดียวกันเลย คดีลำไยกับคดีจำนำข้าวไม่ต่างกัน
การที่นายก อบจ. ไปเป็นแขนขาให้พอถึงเวลาที่โดนคดีก็ตัดหางปล่อยวัด เป็นอย่างนี้หลายพื้นที่
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
แล้วทำไมไม่เชื่อพ่อว่าการเมืองสกปรก
โกเฮง : ตอนแรกผมไม่ได้คิดจะก้าวเข้ามาเต็มตัวขนาดนี้ ผมแค่อยากเป็นคนบริจาคเงินสนับสนุนให้พรรคอนาคตใหม่ ต้องเล่าย้อนกลับไปตอนเรียนปี 4 ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผมได้คุยกับอาจารย์สังคม คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์คนแรกระหว่างพักเบรก เขาบอกผมว่าจะงดสอนพาภรรยาบินไปที่ฟิลิปปินส์ไปบริจาคเงินสนับสนุนให้พรรคเดโมแครต ภรรยาของเขาสัญชาติเมกาเป็นสมาชิกพรรคเดโมแครต มันทำให้ผมรู้ว่ามีระบบแบบนี้ด้วยที่ตอนนั้นสมัยบารัค โอบามา ลงเลือกตั้ง มีการระดมทุนและโหวตคัดเลือกว่าใครจะเป็นตัวแทนพรรคในแต่ละมลรัฐ
“ผมชอบระบบนี้ พอหันกลับมาดูที่ลำพูนบ้านตัวเองตอนนั้นลำพูนต่อให้เอาเสาไฟฟ้าลงก็ยังได้แน่นอน พรรคการันตีความสำเร็จไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ ที่ลำพูนเคยมีสโลแกนว่า “คนลำพูนกาทั้งน้ำตา” ประชาชนเขาไม่ได้ชอบนักการเมืองคนนี้ แต่เขาอยากได้พรรคนี้ เขาก็ต้องกาทั้งน้ำตา ตอนเราเด็กๆ เราก็ไม่เห็นว่า สส. จะทำอะไรเลย” โกเฮง กล่าว
วันที่พรรคอนาคตใหม่เปิดตัวที่ธรรมศาสตร์ ผมก็ฟังคลิปใน YouTube และผมคิดว่านี่คือสารตั้งต้นทางการเมืองที่ถูกต้องก็เลยไม่เชื่อพ่อ เชื่อตัวเองว่าสักวันแนวทางนี้จะต้องสำเร็จ ผมก็เลยสมัครเป็นสมาชิกพรรคทางออนไลน์ ตอนนั้นทางพรรคก็ได้มีการส่งชัยธวัชมานั่งคุยแนวคิดทางการเมืองกันที่ลำพูน พรรคอนาคตใหม่พูดในสิ่งที่ประเทศไทยควรจะพัฒนาไป สิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันทุกวัน เช่น นโยบายยกเลิกการเกณฑ์ทหารตอนนั้นมีพรรคเดียวที่พูด
โกเฮงอยู่กับพรรคประชาชนมาตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่คิดอย่างไรกับจุดยืนของพรรคที่ชูการเมืองแบบใหม่ ไม่เอาระบบอุปถัมภ์ - การเมืองแบบเดิม
โกเฮง : คำว่าพรรคไม่เอาการเมืองแบบเดิมๆ คือวิธีการการกระทำ เช่นถ้าวันนี้ผมลงสมัครนายก อบจ. และผมบอกทางพรรคว่าจะขอยิงเงินเข้าเพื่อคะแนนเสียง 10,000 คะแนนตรงจุดนี้ ผมเชื่อว่าพรรคจะไม่ให้ทำ แต่ถ้าบอกว่าจะใช้งบเพื่อจ้างคนช่วยเดินหาเสียงลงพื้นที่อันนี้ทำได้ ความสำเร็จของผมแลกมาด้วยความเหนื่อยของทีมงาน เขาช่วยผมทั้งที่ไม่รู้ว่าเราจะชนะหรือเปล่า
“เขาบอกว่าผมเป็นบ้านใหญ่ ลูกน้องพ่อผมตอนนี้ไปอยู่ฝั่งโน้นหมด คนที่เคยอยู่กับพ่อผมมาไปช่วยอีกฝั่งหมด กลายเป็นผมต้องรบกับเงาพ่อตัวเองด้วยส่วนหนึ่ง” โกเฮง กล่าว
ถามว่าผมคิดอย่างไรกับการเมืองใหม่ อย่างน้อยวันนี้พรรคประชาชนได้กระทุ้งให้พรรคการเมืองต้องทำนโยบาย แม้แต่การเมืองระดับท้องถิ่น ผมเริ่มทำนโยบายมาตั้งมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 ดูว่า อบจ. ยังขาดอะไร น้ำประปา ไฟฟ้า การศึกษา สนามเด็กเล่น สนามกีฬา 24 ชั่วโมง แผ่นพับหาเสียงผมออกได้ 2 วัน นโยบายผมโดนก๊อปปี้หมดเลย แต่ผมเชื่อว่าผมสามารถอธิบายปัญหาได้ดีกว่า

คิดว่าปัจจัยจากกระแสของพรรคและจากตัวเราที่เป็นผู้สมัครมีผลมากน้อยแค่ไหนต่อการเลือกตั้งครั้งนี้
โกเฮง : ผลงานของพรรคคือคะแนนของผม เลือกตั้งนายก อบจ. รอบนี้ผมพูดได้แค่นี้เลยว่าผลงานของพรรคตีผกผันเป็นคะแนนของผม
ก่อนที่จะลงเลือกตั้งเรามีการประเมินคู่แข่งแล้ว เราคิดว่าเราสู้ได้ อายุมันกลับกันพอดี 37 กับ 73 อันไหนเป็นความหวังมากกว่ากัน และทีม ส อบจ. ของผมก็เป็นคนรุ่นใหม่ ส่วนการทำงานร่วมกับ ส อบจ. ที่มาจากพรรคอื่นผมมองว่าไม่ใช่ปัญหาไม่ใช่อุปสรรคเลย พูดคุยกันได้
ขอถามเกี่ยวกับนโยบายบ้าง ลำพูนจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในสมัยที่โกเฮงเป็นนายก อบจ.
โกเฮง : อย่างแรกคนจะเข้ามาในจังหวัดลำพูนมากขึ้น มาเที่ยวมาจับจ่ายใช้สอยเศรษฐกิจก็จะดีขึ้น ผมอยากจะพัฒนาจากภายในก่อน ผมอยากทำให้ลำพูนมีคนมาเที่ยวมาใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ได้ และพัฒนาคนไปพร้อมกัน ถ้าปีหนึ่งคุณเอางบไปทำถนน 80 ล้านบาท ลองกันมาสัก 3 ล้านมาให้ทุนการศึกษาคนที่ไม่มีเงินดู ให้เขาเรียนในสังกัด อบจ. เกษตรกรมีรายได้ปีละ 80,000 บาท ตกเดือนละ 7,000 บาท แต่ถ้าเราทำให้คนจบปริญญาตรีเขาจะมีเงินเดือน 15,000 บาทได้ จีดีพีก็จะดีขึ้น
ผมอยากจะพัฒนาโรงเรียนสังกัด อบจ. ให้ดียกระดับการศึกษาให้คนที่อยู่รอบๆ เข้ามาเรียน อาจมีการจัดระบบการศึกษาทางไกลให้เด็กที่ลำพูนได้เรียนรู้เหมือนเด็กที่กรุงเทพ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สองทำเอ็มโอยูกับภาคธุรกิจถ้ามีเด็กที่เรียนในสังกัด อบจ. อยากไปฝึกงานหรือทำงานงานพาร์ทไทม์ เป็นเรื่องที่ต้องไปลงรายละเอียดและใชเวลาพัฒนาร่วมกันสักระยะหนึ่ง
ผมเจอคนลำพูนที่อยู่กรุงเทพอยู่ที่อื่นที่เก่งๆ เยอะ ก็อยากจะให้เขากลับมาเหมือนกัน แต่ยังเป็นโจทย์ที่ต้องคิดกันต่อไปว่าถ้าคนรุ่นใหม่กลับมาแล้วเขาจะทำมาหากินอะไรในลำพูนได้ เราต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์เมืองให้คนมาเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น ทำให้คนลำพูนกล้าออกมาใช้เงิน ต้องเปลี่ยนหลายอย่าง
พอพรรคประชาชนชนะเลือกตั้งที่ลำพูนผมเห็นมีหลายคนโพสต์ Facebook ว่า ตัวเองเป็นคนลำพูน อย่างน้อยมันก็จะทำให้ท้องถิ่นตื่นตัว
แล้วนโยบายฝุ่น PM2.5 ที่จะมารับน้องนักการเมืองทุกคนในพื้นที่มีแผนอย่างไร
โกเฮง : อย่างแรกต้องป้องกันให้ดีที่สุด ถ้ามีไฟป่าต้องดับให้เร็วที่สุด ทำแนวกันไฟ ในพื้นไหนที่มีไฟป่าเป็นประจำจ้องเข้าไปดูว่าสาเหตุมาจากไหน เป็นเพราะคนหรือเพราะอะไร ผมทำงานเชิงรุกคนที่จะเดือดร้อนถ้าผมเป็นนายก อบจ. อาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ในองค์กรที่ต้องทำงานหนักขึ้น ต้องขับรถน้ำวนหาจุดไฟไหม้ให้ได้ แต่ไม่เป็นไรคุณเหนื่อยใช่ไหมแล้วคิดว่านายก อบจ. สบาย เดี๋ยวผมจะลองนั่งรถไปด้วยกันดูว่ามันจะเหมื่อยสักแค่ไหน ดับไฟมันเหนื่อยใช่ไหมมาเดี๋ยวไปด้วยกัน คุณจะเจอนายก อบจ. สไตล์ใหม่
คิดว่าอะไรเป็นอุปสรรคมากที่สุดในการที่จะเข้ามาเป็นนายก อบจ.
โกเฮง : ผมคิดว่าอุปสรรคคือข้าราชการที่ต้องร่วมงานกัน เท่าที่ฟังมาก็เตรียมจะรับน้องกันแล้วว่าเรื่องไหนทำไม่ได้ ติดระเบียบอะไร แต่ว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวมาว่ากัน
สุดท้าย อยากฝากคนลำพูนเป็นกำลังใจให้ด้วย เข้ามาเป็นนายก อบจ. ข้อจำกัดก็มี แต่ผมอยากทำงานให้คนลำพูนเขารู้สึกได้ ไฟสว่างขึ้น ความปลอดภัยบนถนนมากขึ้น ให้ความสำคัญกับจุดเล็กๆ
