ณัฐชยาผู้ช่วยหาเสียงนายก อบจ. เชียงใหม่ พรรคประชาชน วัย 20 ปี ถูกชายลักษณะคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบตามไปถามข้อมูลถึงหอพัก เช็คว่าอยู่ห้องพักหมายเลขอะไร ขับรถอะไร อยู่กันกี่คน เจ้าตัวคาดน่าจะมีสาเหตุมาจากการเมืองหลังเคยพูดแซวทักษิณและตำรวจบนรถแห่หาเสียงขณะผ่านร้านอาหารที่ทักษิณรับประทานอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งนายก อบจ. เชียงใหม่ว่า “พี่ตำรวจสวัสดีค่ะ ขอบคุณที่ทำงานอย่างหนักเลยนะคะ” และ “เชียงใหม่ไม่ใช่ของใคร แต่เชียงใหม่เป็นของเราทุกคน”
13 ก.พ. 2568 เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมา ณัฐชยา ภักดี นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเป็นผู้ช่วยหาเสียงของพันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้สมัครนายก อบจ. เชียงใหม่ ในนามพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า มีบุคคลคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเดินทางไปที่หอพักและถามหาตนเองกับคนดูแลหอพัก โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่ไม่มีการแสดงบัตรหรือหลักฐานยืนยัน ชายคนดังกล่าวได้ถามว่าณัฐชยาอยู่ห้องพักหมายเลข…ใช่หรือไม่ ขับรถอะไร อยู่กันกี่คน แต่คนดูแลหอพักไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรกลับไป เนื่องจากเห็นว่ามีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ
หลังจากนั้นในวันเดียวกันณัฐชยาได้รวบพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเดินทางไปลงบันทึกประจำวันยังสถานีตำรวจ
ณัฐชยาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวประชาไทเพิ่มเติมว่า ตนเองเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบคุกคามติดตามแล้วครั้งหนึ่งช่วงปี 2566 สมัยเป็นนักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองในเชียงใหม่ และหยุดติดตามมาสักระยะหนึ่งแล้วเมื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัยและผันตัวมาทำงานการเมืองช่วยพรรคประชาชนตั้งแต่สมัยยังเป็นพรรคก้าวไกล ณัฐชยาระบุว่าไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกับใคร สาเหตุของการคุกคามถึงหอพักในพื้นที่ส่วนตัวครั้งนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับการเมือง เนื่องจากชายคนที่มาถามหาตนเองมีลักษณะคล้ายตำรวจนอกเครื่องแบบ และกระทำพฤติกรรมเหมือนที่ตนเองเคยถูกนอกเครื่องแบบติดตาม

ณัฐชยา (คนถือไมค์)
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ณัฐชยาตั้งข้อสันนิษฐานว่าในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ. เชียงใหม่ รถแห่คันที่ณัฐชยาช่วยหาเสียงได้ผ่านร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ทักษิณ ชินวัตร รับประทานอาหารก่อนขึ้นเวทีปราศรัยช่วยหาเสียงเชียงใหม่ครั้งสุดท้าย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำตรวจรักษาความปลอดภัยอยู่นอกร้าน ตนเองได้เอ่ยแซวจากบนรถแห่ว่า “พี่ตำรวจสวัสดีค่ะ ขอบคุณที่ทำงานอย่างหนักเลยนะคะ” และ “เชียงใหม่ไม่ใช่ของใคร แต่เชียงใหม่เป็นของเราทุกคน” ก่อนที่รถแห่จะขับไปตามปกติ
“โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งนายก อบจ. รถแห่หาเสียงของพระประชาชนได้ผ่านร้านที่คิดว่าคุณทักษิณกำลังรับประทานอาหารอยู่ เราชอบแซว เราก็บอกว่าพี่ๆ ตำรวจสวัสดีค่ะ ขอบคุณที่ทำงานอย่างหนักเลยนะคะ พี่ที่อยู่บนรถแห่คันข้างหน้าก็บอกว่าคุณทักษิณอยู่ในร้านเราก็เลยตะโกนว่า เชียงใหม่ไม่ใช่ของใคร แต่เชียงใหม่เป็นของเราทุกคน และก็มีสำนักข่าวเอาไปเล่นกัน เป็นช่วง 2-3 วัน ก่อนจะเลือกตั้งนายก อบจ. เจ้าหน้าที่ตำรวจเลยอาจจะคิดว่าช่วงนี้เรากลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง” ณัฐชยา กล่าว
ณัฐชยาระบุว่า ตนเองสิทธิสงสัยว่าทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงกลับมาติดตามตนเองอีกครั้ง จากความเข้มข้นของการเมืองท้องถิ่นที่มีสูงมากในช่วงที่ผ่านมา ณัฐชยาเคยเป็นผู้หาเสียงของ สส. ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล พรรคก้าวไกลก่อนหน้านี้เช่นกันในช่วงเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ถูกคุกคามหรือติดตามจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
“เราสงสัยว่าทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงต้องมาตามเราด้วย หรือเพราะว่าเราช่วยหาเสียงใช่ไหมเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงคิดว่าเรามีความอันตรายเป็นภัยความมั่นคง สงสัยเหมือนกันว่าผู้ช่วยหาเสียงของพรรคอื่นจะโดนแบบนี้หรือไม่ ทำไมเขาต้องมาเล่นกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เราเคยถูกเจ้าหน้าที่ตามตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จนตอนนี้อายุ 20 ปี บรรลุนิติภาวะแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังใช้วิธีการเช่นนี้อยู่ ไม่แตกต่างอะไรกับตอนรัฐบาลประยุทธ์เลยแม้แต่นิดเดียว ไหนบอกว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นรัฐบาลประชาธิปไตย แต่ทำไมการที่จะพูดอะไรบางอย่างถึงยังทำไม่ได้เหมือนตอนสมัยรัฐบาลประยุทธ์” ณัฐชยา กล่าว
ณัฐชยากล่าวทิ้งท้ายว่า การที่ตนเองมาเป็นผู้ช่วยหาเสียงตรงนี้ก็คิดว่าตนเองไม่ได้ขับเคลื่อนบนท้องถนนแล้ว ก็จะไม่เจอเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องบ่อยแบบช่วงนั้น แต่เมื่อเปลี่ยนสายมาทำทางด้านการเมืองแทนก็ยังเจอการคุกคามแบบนี้อยู่ ตนไม่รู้ว่าจะต้องใช้ชีวิตอย่างไร นอกจากนี้ณัฐชยายืนยันว่าจะไม่ย้ายที่อยู่เพราะคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถหาที่อยู่ของตนเองได้ไม่ยาก ย้ายไปที่ไหนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถตามไปได้
