Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ตร.ฟิลิปปินส์จับ ‘ดูเตอร์เต้’ ตามหมายศาลอาญาระหว่างประเทศ สภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชนฯ ยินดีถือเป็นก้าวสำคัญยุติลอยนวลพ้นผิดและหมุดหมายของสิทธิมนุษยชนสากล อย่างไรก็ตามการจับกุมครั้งนี้ก็เกิดขึ้นท่ามกลางความแตกแยกระหว่างตระกูลมากอส-ดูเตอร์เตที่ดำเนินมาตั้งแต่ปีก่อนแล้วจนลูกสาวของดูเตอร์เตเพิ่งถูกสภาโหวตถอดถอนจากตำแหน่งรองประธานาธิบดีเมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

11 มี.ค.2568 ช่วงเช้าวันนี้สื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่าตำรวจฟิลิปปินส์ทำการจับกุม รอดริโก ดูเตอร์เต ที่ท่าอากาศยานนานาตินินอย อากีโนในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ หลังเขาเพิ่งเดินทางกลับจากฮ่องกง โดยการจับกุมครั้งนี้เป็นการจับกุมตามหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ไอซีซี

ไอซีซีเริ่มเปิดการสืบสวนสอบสวนนี้มาตั้งแต่ปี 2566 ในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่กระทำภายใต้รัฐบาลดูเตอร์เตอีกครั้ง อาชญากรรมดังกล่าวคือนโยบายสงครามยาเสพติดของรัฐบาลดูเตอร์เตที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 6,000 ราย โดยคำนวณจากสถิติของรัฐบาลเอง แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนก็ประเมินตัวเลขผู้เสียชีวิตเอาไว้สูงกว่านี้ ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นคนจน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

โฆษณา - Advertising

ทั้งนี้รัฐบาลฟิลิปปินส์ภายใต้การนำของ เฟอร์ดินานด์ มากอส จูเนียร์ ลูกชายของอดีตเผด็จการเฟอร์ดินานด์ มากอสคนพ่อที่ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในปี 2565 ต่อหลังจากดูเตอร์เตหมดวาระ ประกาศว่าจะให้ความร่วมมือกับทาง ไอซีซีหากจะมีการดำเนินการสืบสวนการกระทำความผิดของดูเตอร์เตไว้ตั้งแต่พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา

ทางด้านสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชนร่วมกันออกแถลงการณ์ต่อการจับกุมครั้งนี้ว่าเป็นก้าวย่างที่สำคัญต่อการยุติการลอยนวลพ้นผิดและหมุดหมายสำคัญของการยืนยันหลักการด้านสิทธิมนุษยชนสากล

“ดูเตอร์เตต้องรับผิดชอบต่อทุกอาชญากรรมที่เขาก่อขึ้นกับชาวฟิลิปปินส์ เขาไม่เพียงแต่จะต้องรับผิดชอบกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนระหว่างทำสงครามยาเสพติด แต่ยังรวมถึงการทำสงครามกับผู้เห็นต่างด้วย” ชาล์ส ซานติอาโก้ ประธานร่วม APHR และยังเป็นอดีต สส.ของมาเลเซีย กล่าวถึงการจำกัดการมีส่วนร่วมตามระบอบประชาธิปไตยทั้งสมาชิกรัฐสภาและภาคประชาสังคม

นอกจากการปราบปรามยาเสพติดอย่างรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตระหว่างดำเนินนโยบายสงครามยาเสพติดแล้ว ขณะเดียวกันภาคประชาสังคมในฟิลิปปินส์ก็จำกัดไปด้วยในช่วงที่ดูเตอร์เตเป็นประธานาธิบดี มีทั้งนักข่าวและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนเสียชีวิตหลายรายในช่วงดังกล่าว และยังมีกรณีที่สำนักข่าวถูกฟ้องด้วยการใช้กฎหมายภาษีด้วย

โฆษณา - Advertising

อัลจาซีราเคยรายงานว่า ซารา อัลวาเรซ อดีตผู้อำนวยการของกลุ่มแนวร่วมคุ้มครองสิทธิมนุษยชนการาปะตันถูกสังหารด้วยอาวุธปืนยิง 6 นัด ขณะกลับบ้านเมื่อ 17 ส.ค.2563 และก่อนหน้าที่จะถูกสังหารเธอก็เคยถูกเจ้าหน้าที่รัฐบาลข่มขู่มาก่อนและยังเคยมีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้ก่อการร้ายของกระทรวงยุติธรรมด้วย อีกทั้งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากดูเตอร์เตลงนามในกฎหมายต่อต้านก่อการร้ายไม่นาน

ไม่เพียงแต่นักปกป้องสิทธิฯ แต่เมื่อปี 2567 สหภาพผู้สื่อข่าวแห่งชาติฟิลิปปินส์ (NUJP) เคยระบุว่ามเหตุสังหารนักข่าว 22 รายแล้วในช่วงที่ดูเตอร์เตเป็นประธานาธิบดีในปี 2559 และยังมีกรณีที่รัฐบาลในเวลานั้นอ้างใช้กฎหมายภาษีมาดำเนินคดีกับ มาเรีย เรสซา เจ้าของสื่อ Rappler แห่งฟิลิปปินส์ซึ่งมีบทบาทในการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของดูเตอร์เต

อย่างไรก็ตาม การจับกุมดูเตอร์เตครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก ซารา ดูเตอร์เต รองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์และยังเป็นลูกสาวของดูเตอร์เตเพิ่งถูกรัฐสภาลงมติถอดถอนจากตำแหน่งจากข้อกล่าวหาใช้งบประมาณรัฐขณะดำรงตำแหน่งมีความมั่งคั่งที่ไม่สามารถชี้แจงได้และยังข่มขู่เอาชีวิตมากอสจูเนียร์ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน แม้ว่าเธอจะปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

ประเด็นที่ซาราถูกกล่าวหาว่าขู่ฆ่ามากอสจูเนียร์นั้นเริ่มมาตั้งแต่เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน เพราะเจ้าหน้าที่ของเธอถูกคุมขังด้วยเหตุผลไม่ให้ความรวมมือในการสอบสวน หลังจากกลไกสภาเริ่มตรวจสอบการเสียชีวิตของประชาชนในช่วงดูเตอร์เตคนพ่อเป็นประธานาธิบดีและกล่าวหาเธอด้วยว่าใช้งบประมาณโดยมิชอบตอนเธอเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการก่อนจะลาออกมาเมื่อมิถุนายนปี 2567

โฆษณา - Advertising

แม้จะเกิดความแตกแยกรุนแรงขนาดนี้ระหว่างตระกูลมากอสกับดูเตอร์เต แต่ถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่ปีช่วงที่มากอสจูเนียร์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2565 ซาราที่เป็นนายกเทศมนตรีในเวลานั้นยังเป็นคนช่วยมากอสจูเนียร์หาเสียงด้วย

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้ VOA เคยรายงานว่าเป็นเพราะความเห็นที่แตกต่างกันของตัวมากอสจูเนียร์และซาราทั้งเรื่องการทูตและนโยบาย

 

อ้างอิงจาก

โฆษณา - Advertising
ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising