ชัชชาติอัพเดตความคืบหน้าภารกิจค้นหากรณีตึก สตง. ถล่ม ระบุ ทีมกู้ภัยต่างชาติเริ่มทยอยถอนกำลังจากการค้นหาผู้ประสบภัยแล้ว โดยทีมกู้ภัยจากอิสราเอลได้ถอนตัว เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในประเทศอื่นต่อ หลังช่วยสนับสนุนทีมกู้ภัยไทยมานานกว่า 7 วัน ส่วนทีมกู้ภัยไทยปรับแผนค้นหาใช้เครื่องจักรหนัก กระจายทหารราบค้นหาในโซนที่สำคัญ ด้านโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยโพสต์ระบุ ตึก สตง. ที่บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) มีส่วนร่วมในการก่อสร้างถล่มเนื่องจากแผ่นดินไหวนั้น รัฐบาลไทยกำลังมีการตรวจสอบข้อเท็จ หากบริษัทจีนผิดก็ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย แต่ก็ขอคัดค้านการใส่ร้ายป้ายสีและบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบริษัทจีน
5 เม.ย. 2568 วานนี้ (4 เม.ย. 2568) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนบริเวณหน้าซากตึก สตง. ระบุ ทีมกู้ภัยต่างชาติเริ่มทยอยถอนกำลังจากภารกิจค้นหาผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่มแล้ว เนื่องจากทีมกู้ภัยต่างชาติต้องไปทำภารกิจที่ประเทศอื่นต่อ ทีมกู้ภัยจากอิสราเอลในเครือข่าย USAR ซึ่งเป็นทีม Heavy ได้ถอนตัวแล้ว ชัชชาติระบุ ทีม Heavy ต้องเดินทางภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่หลายประเทศ โดยทีมกู้ภัยจากอิสราเอลได้เข้ามาช่วยสนับสนุนทีมกู้ภัยไทยมานานกว่า 7 วันแล้ว ต้องขอบคุณมาก
ชัชชาติยืนยันไม่ส่งผลกระทบต่อการค้นหา ทีมกู้ภัยไทยปรับแผนใช้เครื่องจักรหนักและกระจายกำลังคนทำงานอย่างเต็มที่ เตรียมใช้รถถังทำงานกับทหารราบค้นหาในโซนที่สำคัญ สำหรับทีมญี่ปุ่นยังมาไม่ถึง ก็จะเป็นช่วงในระยะกลาง ระยะยาวก็คือ ด้านความรู้การติดตั้งเซนเซอร์ การทำระบบแจ้งเหตุการตรวจสอบอาคารเป็นต้น ส่วนการดำเนินการขณะนี้เป็นเรื่องการเก็บหลักฐาน กองพิสูจน์หลักฐานกำลังเก็บหลักฐาน แต่ยังไม่ได้เดินหน้าเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์อีกไม่นานคงเสร็จ พอเก็บหลักฐานเสร็จแล้วก็จะลุยต่อ
อุปสรรคหลักๆ ตอนนี้คือต้องสังเกตให้ดีว่ามีผู้เสียชีวิตหรือผู้รอดชีวิตอยู่ เพราะเวลาที่ใช้เครื่องจักรหนักลงก็จะมีความรุนแรง ทั้งผู้ที่เสียชีวิตแล้วก็ต้องระวังอย่าให้ไปโดน ต้องมีคนที่คอยสังเกต คอยเอากล้องส่อง
ส่วนในเรื่องของเสียงปริศนาที่ร้องขอความช่วยเหลือคิดว่ายังมีโอกาสที่จะอยู่ในจุดที่ค้น แต่เนื่องจากใช้วิธีธรรมดาจึงเข้าไปไม่ถึง ต้องใช้เครื่องมือหนักเข้าไป ยังมีโอกาส
อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้โพสต์ตอบคำถามสื่อมวลชนเช่นกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่มที่มีบริษัทจีนเข้ามาเกี่ยวข้อง ลื่อมวลชนสอบถามว่าหลายวันมานี้ จากเหตุการณ์อาคารถล่มซึ่งบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) มีส่วนร่วมในการก่อสร้างนั้น ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อยต่อบริษัทจีนในประเทศไทย ไม่ทราบว่าสถานเอกอัครราชทูตจีนมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้
โฆษกสถานทูตจีนระบุ ความร่วมมือที่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันระหว่างจีน – ไทย มีส่วนช่วยในการส่งเสริมการพัฒนาของทั้งสองประเทศ และนำความสุขมาสู่ประชาชนของทั้งสองประเทศ ซึ่งความร่วมมือด้านการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานถือเป็นส่วนสำคัญของความร่วมมือระหว่างสองฝ่าย เมื่อไม่นานมานี้ อาคารที่บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) มีส่วนร่วมในการก่อสร้างนั้น ได้ถล่มเนื่องจากแผ่นดินไหว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้ได้รับการจับตามองย่างกว้างขวางจากสังคมไทย รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุของการถล่มดังกล่าว
ในการนี้ กลุ่มกิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซีนัมเบอร์เทน (ไทย) ซึ่งบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) มีส่วนร่วม ได้ออกแถลงการณ์ต่อสาธารณชนโดยยืนยันว่า การจัดซื้อวัสดุและการก่อสร้างอาคารดังกล่าวได้ดำเนินการตามข้อกำหนดในสัญญาโครงการ (TOR) กฎหมายที่เกี่ยวข้อง มาตรฐานทางวิศวกรรม และหลักปฏิบัติทางวิศวกรรมที่ดีอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของโครงการ ขณะนี้กลุ่มกิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซีนัมเบอร์เทน (ไทย) กำลังให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับรัฐบาลไทยในการสอบสวน และเชื่อว่าผลการสอบสวนจะให้ข้อสรุปที่เป็นวิทยาศาสตร์และยุติธรรม
โฆษกสถานทูตจีนกล่าวต่อว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทจีนจำนวนมากได้ตอบรับนโยบายส่งเสริมการลงทุนของไทย และเข้ามาลงทุนและดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งได้นำมาซึ่งโอกาสการจ้างงานหลายแสนตำแหน่ง ฝึกอบรมบุคลากรด้านเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นจำนวนมาก และมีส่วนสนับสนุนอย่างสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและสร้างรายได้ภาษีกับประเทศไทย นอกจากนี้ บริษัทจีนเหล่านี้ยังมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแข็งขัน ทั้งในด้านการช่วยเหลือและบรรเทาภัยพิบัติและดำเนินกิจกรรมด้านสาธารณประโยชน์ทางสังคม ฝ่ายจีนสนับสนุนให้มีการตรวจสอบและดำเนินคดีกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของบางบริษัทตามกฎหมาย แต่ก็คัดค้านการใส่ร้ายป้ายสีและบิดเบือนข้อเท็จจริงกับบริษัทจีน
