Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ผู้นำทั่วโลกร่วมแสดงความยินดีต่อสมเด็จพระสันตะปาปาองค์ใหม่ หลังคณะพระคาร์ดินัลมีมติเลือก พระคาร์ดินัลโรเบิร์ต พรีโวสต์ จากสหรัฐอเมริกา เป็นสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ โดยมีพระนามว่า “สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14”


สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 ทรงโบกพระหัตถ์ต่อประชาชนที่มาชุมนุมกันที่จัตุรัสนักบุญเปโตร ในการเสด็จปรากฏต่อสาธารณชนครั้งแรกในฐานะสมเด็จพระสันตะปาปา | ที่มาภาพ: Wikipedia

9 พ.ค. 2568 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า คณะพระคาร์ดินัล ทั้ง 133 องค์ มีมติเห็นชอบ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (8 พ.ค.) ตามเวลานครรัฐวาติกัน เลือกพระคาร์ดินัล โรเบิร์ต เพรวอสต์ วัย 69 ปี จากสหรัฐอเมริกา เป็นสมเด็จพระสันตะปาปาองค์ที่ 267 แห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก โดยมีพระนามว่า “สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14” 

โรเบิร์ต ฟรานซิส เพรวอสต์ (Robert Francis Prevost) เกิดที่ชิคาโก สหรัฐอเมริกา หรือที่รู้จักกันในชื่อ “บ็อบ” มาตลอดชีวิต ได้กลายเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ขณะมีอายุ 69 ปี นับเป็นชาวอเมริกันคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับตำแหน่งผู้นำสูงสุดแห่งคริสตจักรคาทอลิก และยังเป็นเจ้าคณะองค์แรกที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1159 หลังสมเด็จพระสันตะปาปาอาเดรียนที่ 4 (Pope Adrian IV) ชาวอังกฤษ 

โฆษณา - Advertising

ในหลายแง่มุม สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงถูกมองว่าเป็นผู้สืบทอดแนวทางของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสผู้ล่วงลับ ซึ่งเมื่อสองปีก่อนทรงแต่งตั้ง พระคาร์ดินัลเพรวอสต์ ให้รับผิดชอบตำแหน่งสำคัญด้านการคัดเลือกบิชอปคนใหม่

แต่ในขณะเดียวกัน สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอก็ถือเป็นตัวเลือกที่เกิดจากฉันทามติอย่างเป็นรูปธรรม ผู้ซึ่งมีแนวโน้มจะสามารถประคับประคองความแตกแยกที่เพิ่มขึ้นระหว่างกลุ่มประเทศโลกเหนือและโลกใต้ รวมถึงความเห็นต่างในเชิงหลักคำสอนระหว่างกลุ่มหัวก้าวหน้าและกลุ่มอนุรักษนิยม แม้ว่าจะไม่มีใครคาดหวังว่ามิสซาภาษาละตินจะกลับมาอีกก็ตาม

“พระเจ้าทรงรักทุกคน” พระองค์ตรัสในการปราศรัยต่อสาธารณะครั้งแรกจากระเบียงมหาวิหารนักบุญเปโตร เราสามารถเป็นคริสตจักรผู้ประกาศข่าวดี เป็นคริสตจักรที่สร้างสะพานและเปิดรับทุกคนเสมอ”

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ก้าวขึ้นสู่สถาบันที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และดูเหมือนว่าพระองค์พร้อมจะใช้เวทีนี้อย่างที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเคยทำ แม้ว่าจะหมายถึงการวิพากษ์วิจารณ์ประเทศบ้านเกิดของพระองค์เองก็ตาม โพสต์ล่าสุดของพระองค์บนโซเชียลมีเดียเมื่อเดือนที่แล้ว คือการรีทวีตข้อความของบุคคลหนึ่งที่ประณามการเนรเทศคิลมาร์ อาเบรโก การ์เซีย ไปยังเอลซัลวาดอร์ "ไม่ชอบด้วยกฎหมาย" ซึ่งการเนรเทศเกิดขึ้นภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พระคาร์ดินัลเพรวอสต์ ยังได้แชร์บทความสองชิ้นที่วิจารณ์ท่าทีของรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ซึ่งเป็นผู้เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก โดยในรายการ Fox News แวนซ์ได้นิยามแนวคิด “ordo amoris” หรือ “ระเบียบแห่งความรัก” ว่าคือการให้ความสำคัญกับครอบครัวของตนเหนือพลเมืองร่วมชาติ และ “หลังจากนั้น” จึงค่อยนึกถึงคนอื่นในโลก อย่างไรก็ดีพระคาร์ดินัลเรวอสต์ได้โพสต์บทความจาก “National Catholic Reporter” ที่แย้งกับแนวคิดดังกล่าว โดยกล่าวว่า “พระเยซูไม่เคยขอให้เราจัดลำดับความรักต่อผู้อื่น”

ในปี 2022 ภายใต้การสนับสนุนของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส  พระคาร์ดินัลเพรวอสต์ได้แต่งตั้งสตรีสามคนให้เข้าร่วมในคณะกรรมการที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงตัดสินว่า การเสนอชื่อบิชอปแต่ละรายควรส่งต่อให้โป๊ปพิจารณาหรือไม่

อย่างไรก็ดีพระคาร์ดินัลเพรวอสต์ก็ได้แสดงจุดยืนทางสังคมที่สอดคล้องกับแนวคิดอนุรักษนิยมตามหลักคำสอนคาทอลิกดั้งเดิม เช่น ในสุนทรพจน์เมื่อปี 2012 เขาเคยกล่าวถึง “วิถีชีวิตรักร่วมเพศ” ว่า “ขัดแย้งกับพระวรสาร” และเมื่อไม่นานมานี้ เขายังออกมาคัดค้านแผนของรัฐบาลเปรูที่จะจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนว่า เพศสภาพมีมากกว่าสองประเภท

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า หากพระคาร์ดินัลเพรวอสต์ได้รับเลือกให้เป็นสมเด็จพระสันตะปาปา ก็ไม่ใช่เพราะเขาเป็นชาวอเมริกัน แต่เป็นการเลือก “ทั้งที่เขาเป็นอเมริกัน” เสียมากกว่า ความจริงแล้ว ตลอดชีวิตการทำงานของเขา ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในประเทศกลุ่มโลกใต้ พระคาร์ดินัลเพรวอสต์ได้รับฉายาในกรุงโรมว่า “แยงกี้ละติน” เพราะแม้จะเติบโตในฝั่งใต้ของเมืองชิคาโก เขาก็ได้ใช้ชีวิตถึงสองทศวรรษในเปรู ซึ่งในเวลาต่อมาเขาได้รับสัญชาติเปรูควบคู่กับอเมริกัน

ในวัยหนุ่ม เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิลลาโนวา รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อปี 1977 และเคยเป็นครูสอนฟิสิกส์แทนที่โรงเรียนในชิคาโกระหว่างเรียนปริญญาโทด้านเทววิทยาที่สหภาพเทววิทยาคาทอลิก (Catholic Theological Union) ที่ชิคาโก เขาเข้าบวชเป็นนักบวชคาทอลิกในปี 1982 และต่อมาได้ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของคณะนักบวชเซนต์ออกัสติน

สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอกำลังเข้ารับตำแหน่งในช่วงเวลาที่คริสตจักรคาทอลิกเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ รวมถึงปัญหาทางการเงินที่รุนแรง เขายังถูกวิจารณ์ในบางฝ่ายว่าไม่ได้จัดการอย่างเข้มงวดกับกรณีพระสงฆ์ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งในอดีต แม้ว่าอดีตสังฆมณฑลของเขาในเปรูจะยืนยันว่า เขาดำเนินการตามแนวทางของคริสตจักรมาโดยตลอด ประเด็นเรื่องความโปร่งใสนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากคริสตจักรต้องการเรียกคืนความไว้วางใจจากเหล่าสัตบุรุษที่ห่างหายไป

แม้พระสันตะปาปาจะมีหน้าที่ต่อคริสตชนมากกว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วโลก แต่พระองค์ก็ยังถูกมองว่าเป็นแบบอย่างด้านจริยธรรมสำหรับมนุษยชาติทั้งมวล ตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พระคาร์ดินัลเพรวอสต์ได้กล่าวอย่างมีพลังถึงความจำเป็นที่บิชอปต้องไม่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว หรือหลบซ่อนอยู่หลังตำแหน่ง แต่ออกมาทำหน้าที่เป็นศาสนาจารย์และครูต่อหน้าสาธารณชน และตอนนี้ เขาก็มีโอกาสครั้งใหญ่ที่จะปฏิบัติตามสิ่งที่เขาเคยให้คำแนะนำสั่งสอน

ผู้นำทั่วโลกร่วมแสดงความยินดีต่อพระสันตะปาปาลีโอที่ 14

บรรดาผู้นำโลกต่างร่วมแสดงความยินดีที่สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 ทรงได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก โดยนางจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ โดยระบุว่า รากฐานของอิตาลีตั้งอยู่บนการผสานระหว่างศรัทธากับเหตุผล ซึ่งส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความสัมพันธ์ที่เคารพระหว่างรัฐกับศาสนา

ด้าน ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กล่าวว่านี่คือ “ช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์” ของคริสตจักร และขอส่งสารแห่งภราดรภาพถึงสมเด็จพระสันตะปาปาและคริสต์ศาสนิกชนทั่วโลก

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีแอนโทนี แอลบานีส ของออสเตรเลีย แถลงแสดงความยินดีแด่โป๊ปองค์ใหม่ และบอกว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและความหวังแก่ชาวคาทอลิกทั่วโลก และหวังว่าพระองค์จะนำพาสันติภาพและความยุติธรรมในสังคมสำหรับมวลมนุษยชาติ นอกจากนี้รัฐบาลปรารถนาที่จะสานต่อความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียและคริสตจักรภายใต้การนำของโป๊ปเลโอที่ 14 พร้อมกับเชิญพระองค์เสด็จเยือนออสเตรเลียที่มีประชากรชาวคริสต์เกือบ 6 ล้านคน เพื่อเข้าร่วมพิธีมหาสนิทศักด์สิทธิ์นานาชาติ  2028 (International Eucharist Congress 2028) ที่ออสเตรเลียเป็นเจ้าภาพ

ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีกับโป๊ปองค์ใหม่ และแสดงความหวังว่าพระองค์จะยังคงทำให้คริสตจักรเข้าถึงคนยากจนและผู้ด้อยโอกาสมากยิ่งขึ้น และเฟอร์ดินานด์ มาร์ติน จี โรมวลเดซ ประธานสภาผู้แทนราษฎรฟิลิปปินส์ เรียกร้องให้พระองค์นำทางศาสนิกชนสู่สันติภาพ การเยียวยา และการฟื้นคืนศรัทธา ฟิลิปปินส์มีประชากรชาวคริสต์โรมันคาทอลิกมากที่สุดในเอเชีย หรือเกือบ 80% จากประชากร 100 ล้านคน และมากเป็นอันดับ 3 ของโลก 

ทรัมป์และเจดี แวนซ์ มีจุดยืนไม่ลงรอยกับพระสันตะปาปาองค์ใหม่เรื่องผู้อพยพ

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ร่วมแสดงความยินดีกับคาร์ดินัลโรเบิร์ต พรีโวสต์ ซึ่งได้รับเลือกเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ชาวอเมริกันได้เป็นผู้นำสูงสุดของคริสตจักรคาทอลิก

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวหน้าทำเนียบขาวว่า การที่ชาวอเมริกันได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปานั้นถือเป็น “เกียรติอย่างยิ่ง” พร้อมยอมรับว่าเขา “รู้สึกแปลกใจอยู่เล็กน้อย” ที่พรีโวสต์ ชาวชิคาโก ได้รับเลือก “แต่ก็ยินดีอย่างมาก” ด้านโพสต์แสดงความยินดีใน Truth Social ทรัมป์ยังระบุว่าเขาตั้งตารอที่จะได้พบกับสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอ พร้อมเสริมว่า “มันจะเป็นช่วงเวลาอันทรงความหมายอย่างยิ่ง!”

ขณะที่รองประธานาธิบดีแวนซ์ ซึ่งเคยเข้าเยี่ยมสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์เพียงหนึ่งวัน กล่าวว่ามีผู้คนนับล้าน “จะร่วมกันสวดภาวนาให้การทำงานของพระองค์ประสบความสำเร็จ”

แวนซ์ ซึ่งหันมานับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกเมื่อหกปีก่อน และเป็นรองประธานาธิบดีคาทอลิกคนที่สองในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ได้ส่งความปรารถนาดีถึงสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเขาเขียนว่า “ผมมั่นใจว่าคริสตชนชาวอเมริกันนับล้าน รวมถึงชาวคาทอลิก จะร่วมสวดภาวนาให้พระองค์ประสบความสำเร็จในการนำคริสตจักร ขอพระเจ้าอวยพรพระองค์!”

เมื่อเดือนที่แล้ว แวนซ์ได้เข้าเยี่ยมสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส หนึ่งวันก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์ แม้ทั้งสองจะเคยแสดงความเห็นต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในประเด็นนโยบายคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ และหลักคำสอนคาทอลิกบางประการ

ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา แวนซ์เคยกล่าวว่า ชาวคาทอลิกมีภาระทางศีลธรรมที่ต้องช่วยเหลือผู้ใกล้ชิดมากกว่า “คนแปลกหน้าที่อยู่ไกลออกไปเป็นพันไมล์” โดยที่ฟรานซิสตอบกลับโดยไม่เอ่ยถึงชื่อเขา โดยเป็นการตอบผ่านจดหมายถึงกลุ่มบิชอปในสหรัฐฯ เน้นย้ำหน้าที่ของคริสตชนในการแสดงความเมตตาต่อผู้อพยพ ต่อมาแวนซ์ได้ยอมรับอย่างถ่อมตนระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในงาน National Catholic Prayer Breakfast ซึ่งเป็นกิจกรรมประจำปีที่จัดขึ้นในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อนำผู้นำคาทอลิก นักการเมือง นักบวช และฆราวาสมารวมตัวกันในช่วงเช้าเพื่อร่วมกันสวดภาวนา ใคร่ครวญ และรับฟังปาฐกถาพิเศษ โดยแวนซ์กล่าวด้วยว่า “ผมยังเป็นคาทอลิกมือใหม่อยู่”

อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน และบารัค โอบามา ก็ร่วมแสดงความยินดีกับพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่เช่นกัน

“ขอพระเจ้าอวยพรสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 แห่งรัฐอิลลินอยส์” ไบเดน ซึ่งนับถือศาสนาคาทอลิก โพสต์ในแพลตฟอร์ม X “ผมกับจิลล์ขอแสดงความยินดี และขอให้พระองค์ประสบความสำเร็จ”

โอบามาเองก็ได้แสดงความยินดีด้วย โดยเน้นถึงบ้านเกิดร่วมกันกับพระสันตะปาปา “มิเชลล์กับผมขอแสดงความยินดีกับชาวชิคาโกด้วยกัน สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14” เขาเขียนใน X พร้อมเสริมว่า “นี่เป็นวันประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา และเราจะร่วมกันสวดภาวนาให้พระองค์ในการเริ่มภารกิจศักดิ์สิทธิ์ในการนำคริสตจักรคาทอลิก และเป็นแบบอย่างแก่ผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะมีศาสนาใดก็ตาม”

ที่มาบางส่วน:
After first American pope is elected, Trump and Vance send congratulations, Maegan Vazquez, The Washington Post, 8 May 2025
A pope from Chicago can help bridge Catholic divides, Editorial board, 8 May 2025

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising