Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กระแสการปลุกปั่นต่อต้านคนต่างชาติในแอฟริกากลายเป็นเหตุรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิต ทำให้ผู้อพยพจากหลายประเทศหนีตายไปอยู่ในที่พักพิงชั่วคราว เพื่อรอให้มีการส่งตัวกลับประเทศ ในขณะที่มีการกล่าวหาว่าชาวต่างชาติเข้ามาแย่งงานและฉกฉวยโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่นักวิชาการก็ชี้ว่า แรงงานข้ามชาติมีบทบาทสำคัญมากต่อเศรษฐกิจนอกระบบและธุรกิจรายย่อยในเมืองใหญ่

 

2 ก.ค. 2569 ในแอฟริกาใต้มีกระแสต่อต้านชาวต่างชาติที่ส่งผลให้มีผู้ประท้วงและยกระดับเป็นความรุนแรง นอกจากนี้ยังมีการใช้ความรุนแรงแบบศาลเตี้ย ที่ก่อปัญหาทำให้คนต่างชาติในแอฟริกาใต้รู้สึกไม่ปลอดภัยจนต้องอพยพหนีและไปตั้งค่ายที่พักพิงชั่วคราวที่สวนสาธารณะในเมืองเดอร์บัน

กลุ่มชาวต่างชาติที่จำต้องหนีไปตั้งที่พักพิงชั่วคราวประกอบด้วยชาวมาลาวีมากกว่า 3,000 คน  และในจำนวนนี้มีเด็กอยู่ด้วยหลายร้อยคน พวกเขาต้องอาศัยอยู่ในที่พักพิงชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่กลางแจ้ง มีหลายคนมองว่าวิธีการเดียวที่เหลืออยู่คือการส่งตัวกลับประเทศ เพราะความรุนแรงต่อกลุ่มผู้อพยพทวีเพิ่มสูงขึ้นมาก

นอกจากชาวมาลาวีแล้วชาวไนจีเรียก็หนีออกจากแอฟริกาใต้ด้วย โดยเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมามีการส่งตัวชาวไนจีเรียกลับประเทศเป็นกลุ่มแรก 260 ราย อีกทั้งยังมีชาวกานา และ โมซัมบิก ที่พยายามอพยพหนีออกจากประเทศในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ด้วย

นอกจากนี้ยังมีชาวบุรุนดี เอธิโอเปีย ไนจีเรีย และซิมบับเว ราว 150 คน ที่อาศัยหลบภัยในสำนักงานราชการไม่ไกลจากสวนสาธารณะเมืองเดอร์บัน

ในช่วงก่อนหน้านั้นมีกลุ่มม็อบที่ถือไม้ แส้ และโล่ แห่ขบวนไปตามพื้นที่ต่างๆ ของแอฟริกาใต้เรียกร้องให้ชาวต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาตต้องออกจากประเทศภายในวันที่ 30 มิถุนายน นี้

เรื่องนี้ทำให้ชาวมาลาวีต้องอพยพไปตั้งที่พักพิงชั่วคราวอยู่ท่ามกลางอากาศหนาว มีแม่ที่กังวลว่าลูกตัวเองจะป่วย มีเด็กนักเรียนที่ต้องทิ้งการสอบของตัวเองเพราะต้องหนีออกมากับครอบครัว ผู้อพยพเหล่านี้มองว่ามันไม่มีทางเลือกอื่น จึงเป็นเรื่องดีกว่าที่จะให้รัฐบาลแอฟริกาใต้ส่งตัวพวกเขากลับประเทศ ดีกว่าที่จะต้องมาเผชิญกับความโกรธแค้นของชาวแอฟริกาใต้ มีครอบครัวชาวมาลาวีเล่าว่าพวกเขาต้องสูญเสียทุกอย่างเพราะมีกลุ่มม็อบศาลเตี้ยมาเผาบ้านและข้าวของของพวกเขาทิ้งหมด

ความรุนแรงจากกระแสปลุกปั่นความเกลียดชังคนต่างชาติ

ขบวนต่อต้านชาวต่างชาติในแอฟริกาใต้ได้รับการหนุนหลังจากพรรคเอ็มเค ที่นำโดยอดีตประธานาธิบดี จาคอบ ซูมา ผู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดควาซูลู-นาตาล บ้านเกิดของเขา ซูมา สามารถเรียกผู้สนับสนุนหลายพันคนออกมาประท้วงต่อต้านผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารได้ กลุ่มผู้ประท้วงกล่าวหาว่าชาวต่างชาติเข้ามาแย่งงานและแย่งโอกาสทางเศรษฐกิจในประเทศของพวกเขา

ความรุนแรงขยายตัวออกไปจากจังหวัดควาซูลู-นาตาล ไปสู่ที่อื่นๆ ในแอฟริกาใต้จนถึงขั้นทำให้มีชาวโมซัมบิก 5 รายถูกสังหารที่มอสเซลเบย์ ส่งผลทำให้ชาวโมซัมบิกมากกว่า 150 คน หนีตายออกจากจังหวัดเวสท์เทิร์นเคป

มีกลุ่มศาลเตี้ยที่เรียกว่า Operation Dudula และขบวนการ March and March ได้ทำการ "บุกทลาย" ธุรกิจที่ถูกกล่าวหาว่าจ้างงานชาวต่างชาติ และมีบางครั้งที่กลายเป็นการก่อความรุนแรง

ในขณะเดียวกัน ภาครัฐก็ทำการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดขึ้น โดยที่ประธานาธิบดี ไซริล รามาโฟซา ประณามการกระทำของกลุ่มศาลเตี้ย และสัญญาว่าจะจัดทีมตรวจสอบเรื่องการใช้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย อีกทั้งยังมีการเสนอแผนการปรับนายจ้างที่จ้างแรงงานผิดกฎหมายสูงสุด 1 ล้านแรนด์ (1.8 ล้านบาท) ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดขึ้นสร้างความกังวลให้กับนายจ้างที่จ้างงานชาวต่างชาติ

แอฟริกาใต้มีความรุนแรงในเชิงต่อต้านคนต่างชาติเกิดขึ้นเป็นกระแสหลายครั้งนับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา ซึ่งเหตุการณ์ในตอนนั้นมีผู้อพยพหลายสิบคนถูกสังหารและมีหลายพันคนที่พลัดถิ่น

ในแอฟริกาใต้มีประชากรผู้อพยพ 3 ล้านคน คิดเป็นราว 5% ของประชากรของประเทศซึ่งในจำนวนนี้มีมากกว่า 63% ที่มาจากประเทศกลุ่มประชาคมเพื่อการพัฒนาแอฟริกาตอนใต้ (SADC)

มีข้อสังเกตว่ากระแสต่อต้านผู้อพยพครั้งล่าสุดในแอฟริกาใต้เกิดขึ้นในช่วงที่กำลังหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นซึ่งจะมีขึ้นในเดือน พฤศจิกายน นี้

แรงงานข้ามชาติมีบทบาทต่อเศรษฐกิจรายย่อย

ในขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงมักจะอ้างว่าคนต่างชาติเป็นผู้ก่อปัญหาเศรษฐกิจและสังคมให้กับแอฟริกาใต้ แต่ก็มีคนอื่นๆ ที่โต้แย้งว่าเป็นการกล่าวหาแบบผิดๆ อีกทั้งยังมีมุมมองจากนักวิชาการว่า การจ้างงานแรงงานข้ามชาติคือสภาพความเป็นจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยที่ถึงแม้ว่าแรงงานข้ามชาติจะเสี่ยงถูกขูดรีดแรงงานและได้ค่าแรงต่ำกว่าชาวแอฟริกาใต้ แต่ นักวางแผนเมือง ทันยา แซค ก็บอกว่าแรงงานข้ามชาติก็มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจนอกระบบและการค้าของเมืองใหญ่อย่างโจฮันเนสเบิร์ก โดยที่ในย่านใจกลางของโจฮันเนสเบิร์กนั้น ต้องจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติและผู้ค้ารายย่อยจำนวนมาก

แซค ยังได้โต้ตอบข้อกล่าวหาที่ว่าแรงงานข้ามชาติไม่ได้เสียภาษี เพราะในความเป็นจริงแล้วแรงงานข้ามชาติก็สนใจที่จะใช้ระบบการเงินแบบการ์ดและดิจิทัลทำให้พวกเขาเข้าไปอยู่ในระบบภาษีของภาครัฐได้ด้วย ถึงแม้ว่าจะทำงานในภาคส่วนเศรษฐกิจนอกระบบก็ตาม

 

 

เรียบเรียงจาก

Malawians and Nigerians flee South Africa amid xenophobic threats, Aljazeera, 11-06-2026

https://www.aljazeera.com/news/2026/6/11/thousands-of-malawians-flee-homes-in-south-africa-amid-xenophobic-threats

South Africa’s immigration crackdown divides Johannesburg’s inner city, Aljazeera, 21-06-2026

https://www.aljazeera.com/economy/2026/6/21/south-africas-immigration-crackdown-divides-johannesburgs-inner-city

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง