Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สส.กฤษฎิ์กล่าวหาพรรคประชาชนไม่สนับสนุนการทำงาน ไม่เคารพสถานะทางเพศ เป็นเหตุให้อยากย้ายไป “กล้าธรรม” เพราะได้รับการตอบรับดีจาก “ธรรมนัส” ด้านแกนนำพรรคประชาชนยันไม่ไล่ “กฤษฎิ์” สส.จังหวัดชลบุรีของพรรคไล่ออกเพื่อไม่ให้ได้ไปพรรคกล้าธรรมตามที่ต้องการ แต่จะลงโทษวินัย แต่รอหน่วยงานตีความหนังสือที่ยื่นมาก่อนว่าเท่ากับลาออกหรือไม่

13 พ.ค. 2568 เพจสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรรายงานว่า ที่อาคารรัฐสภา กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สส. จังหวัดชลบุรี พรรคประชาชน แถลงข่าว ยุติบทบาททางการเมืองกับพรรคประชาชน โดยได้ทำหนังสือแสดงเจตจำนงขอให้พรรคประชาชนขับออกและยื่นต่อพรรคไปแล้วเมื่อช่วงปลายเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากแนวทางการทำงานทางการเมืองที่ไม่ตรงกันทำให้ไม่สามารถทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนได้อย่างเต็มที่ จึงขอยุติบทบาททางการเมืองกับพรรคประชาชน

กฤษฎิ์ อธิบายตัวเองว่า ไม่อยากทำงานร่วมกับพรรคอื่นในขณะที่ยังอยู่พรรคเดิมต่อเพราะอย่างนั้นจะเป็น “งูเห่า” อย่างชัดเจน แต่ก็ยืนยันว่าไม่ลาออกจากการเป็น สส. เพราะต้องการ เพื่อประชาชนต่อไปและการลาออกจะทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณ ต้องเลือกตั้งใหม่ หรือต้องทำเพื่อความสะใจเพื่อ ทำให้ตนเองเท่ แต่มันไร้สาระ

นอกจากนั้นกฤษฎิ์ยังกล่าวถึงการทำงานร่วมกับพรรคประชาชนว่าทั้งไม่ได้รับการสนับสนุนในการทำงานพื้นที่เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหา ยื่นประเด็นไปแต่ไมได้รับการตอบรับให้ตั้งเรื่องในคณะกรรมาธิการ มีการพูดไม่เคารพสถานะทางเพศ อีกทั้งยังปล่อยข่าวว่าเป็นงูเห่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของพรรคหรือการยุบพรรค

กฤษฎิ์กล่าวว่าส่วนเรื่องที่ทำให้แตกหักและตัดสินใจออกจากพรรคคือกรณีมี สส.คนหนึ่งมาต่อว่าเรื่องความเหมาะสมตอนที่อภิปรายขอบคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เสด็จฯ ไปทรงสร้างอ่างเก็บน้ำบนเกาะสีชัง แล้วได้ขอเป็นตัวแทนประชาชนในการเข้าเฝ้า รวมถึงการขอให้กระทรวงมหาดไทยทำงบประมาณวางท่อประปาต่อน้ำจากเกาะสีชังไปยังอ่างเก็บน้ำ แต่ตนยืนยันเรื่องนี้ว่าเหมาะสมเพราะเป็นผลกระทบกับตนมาตลอด แต่ก็มีเพื่อน สส.ส่วนมากไม่พอใจกับการที่ตนหารือเรื่องนี้ และมีเพื่อน สส.ที่ไม่กล้าคุยด้วยนานๆ เพราะกลัวว่าพรรคไม่ส่งลงสมัครในครั้งต่อไป อีกทั้งยังมีอีกหลายเรื่องที่ไม่อยากอธิบาย

กฤษฎิ์กล่าวถึงเรื่องที่หลังจากนี้จะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรม เนื่องจากที่ผ่านมาในการทำงานมีการประสานกับรัฐมนตรีหลายคน และก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในพื้นที่ เมื่อมีแนวทางการทำงานทางการเมืองไปในทำนองเดียวกันเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป

นอกจากนั้นกฤษฎิ์ยังกล่าวถึงประเด็นที่มีกระแสข่าวว่ามีการเสนอเงิน 55 ล้านบาท เงินเดือน 250,000 บาทรวมถึงให้รถตู้หรูนั้น ขอให้ไปถามคนที่พูดออกมา การจะตัดสินใจตนใช้เวลาอยู่นานจนเข้าโรงพยาบาลไป 2 ครั้ง

ปชน.ยันไม่ไล่ออกให้ได้ย้ายไปกล้าธรรมตามที่หวัง

จากนั้นในตอน 13.00 น. ทางพรรคประชาชนได้ออกมาแถลงข่าวชี้แจงตามมา โดยมีณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) และสหัสวัต คุ้มคง สส.จังหวัดชลบุรี พรรคประชาชน

หัวหน้าพรรคประชาชนแสดงความเห็นต่อคำแถลงของกฤษฎิ์เมื่อช่วงเช้าวันนี้ว่า ตนได้ข้อสรุปเป็นที่แน่ชัดว่า ส่วนใหญ่เป็นเรื่องความไม่พึงพอใจส่วนตัว ไม่ได้เป็นเรื่องปัญหาอุปสรรคในการทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนแต่อย่างใด และยืนยันว่าที่ผ่านมา ทางพรรคไม่ได้มีกระบวนการใด ๆ ที่จะทำให้ น.ส.กฤษฎิ์ อึดอัดใจหรือเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน 

ณัฐพงษ์ระบุว่า ทางพรรคมีมาตรการขั้นเด็ดขาดต่อผู้ที่ทรยศเสียงของประชาชนที่มอบความไว้วางใจให้พรรคประชาชน ซึ่งพรรคได้มีการประชุมในที่ประชุม สส. และผู้บริหารพรรคว่าจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไรต่อไป  และพรรคจะดำเนินการทุกมาตรการที่จะทำให้ประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดชลบุรีได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด เพราะจากการที่กฤษฎิ์ ลงรับสมัครเลือกตั้ง ต้องยอมรับว่าประชาชนไปใช้สิทธิเนื่องจากเป็นตัวแทนของพรรคประชาชน

หัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวว่า เพื่อให้ความเป็นธรรมกับประชาชน มาตรการที่จะใช้คือทำให้ สส.กฤษฎิ์ ได้ทำตามเจตนารมณ์ตามหนังสือที่ได้ยื่นมาคือขอยุติบทบาทกับพรรคประชาชนโดยร้องขอให้ทางพรรคขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เป็นการแสดงเจตนาเจตจำนงไม่ต้องการเป็น สส.ของพรรคประชาชนอีกต่อไป

ทั้งนี้ ณัฐพงษ์กล่าวว่าการขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรคจะต้องมีการทำความผิดทางวินัย ซึ่งทางพรรคไม่เคยถือว่าการกระทำของกฤษฎิ์ไม่ใช่ความผิดทางวินัย หากยึดตามหนังสือฉบับนี้ ตามกฎหมายพรรคการเมือง รวมถึงข้อบังคับของพรรคที่ระบุไว้ชัดเจนว่า การยื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคจะต้องทำเป็นหนังสือและยื่นต่อนายทะเบียนสมาชิกพรรค ทางพรรคจึงมีความเห็นว่าหนังสือฉบับนี้ได้แสดงความเจตจำนงเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าต้องการยุติการเป็นสมาชิกของพรรคประชาชน

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความชัดเจนในด้านกฎหมาย ทางพรรคจะยื่นไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตีความว่าหนังสือฉบับนี้ถือเป็นหนังสือในการลาออกจากการสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาชนหรือไม่ หากตีความมาว่าไม่ได้เป็นการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ทางที่ประชุมพรรคและผู้บริหารพรรคก็มีมาตรการที่จะลงโทษให้กฤษฎิ์ ไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการในการย้ายไปยังพรรคกล้าธรรม คือจะไม่ขับออกจากพรรค แต่จะใช้มาตรการในการดองงูเห่า ทั้งนี้ จากการแถลงข่าวของ น.ส.กฤษฎิ์ ในทุกถ้อยคำพบว่าได้แสดงเจตจำนง โดยใช้คำว่าลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค แม้จะเป็นคำพูดที่ไม่ตรงกับหนังสือก็ตาม แต่ไม่ว่าหนังสือจะเขียนมาอย่างไร เรายึดที่เจตนารมณ์ของผู้เขียนเป็นตัวตั้ง และในวันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคมนี้ ตนจะเข้าพื้นที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับนายสหัสวัต คุ้มคง สส.จังหวัดชลบุรี และสส.จังหวัดชลบุรีทุกเขต เพื่อยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่า พรรคประชาชนพร้อมเดินหน้ารับใช้ประชาชนในทุกเขต รวมถึงเขต 6 ที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ตนในฐานะหัวหน้าพรรคได้มอบหมายนายสหัสวัต เป็นตัวแทนของพรรคในการดูแลพื้นที่เขต 6 ต่อไป

ให้ทั้งงบประมาณ ทั้งให้เป็น กมธ.สำคัญตามที่ขอ

ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ชี้แจงกรณีที่กฤษฎิ์แถลงว่าไม่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคนั้น เขายืนยันว่าทางพรรคให้การสนับสนุนการทำงานในพื้นที่แก่กฤษฎิ์มาโดยตลอดและฝ่ายนโยบายเคยอนุมัติงบประมาณส่วนกลางเพื่อให้กฤษฎิ์ จัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นต่อการพัฒนานโยบายศรีราชาตามที่ร้องขอมา

ประธานวิปกล่าวถึงเรื่องที่กฤษฎิ์บอกว่าไม่ได้รับการสนับสนุนการทำงานใน กมธ.คมนาคมนั้น ทางพรรคยืนยันว่าให้การสนับสนุนมาตลอดโดยให้กฤษฎิ์ได้ตำแหน่งในคณะ กมธ. คมนาคม สามัญอันดับหนึ่งที่ตนเองเลือกมาซึ่งมี สส.ไม่กี่คนที่ได้ตามที่ขอเพราะพรรคเห็นว่าในพื้นที่ของกฤษฎิ์ มีท่าเรือแหลมฉบังและมีประเด็นที่กฤษฎิ์จะขับเคลื่อนในคณะ กมธ.ได้ และเมื่อภัณฑิล น่วมเจิม สส.พรรคประชาชนเสนอญัตติเกี่ยวกับการพัฒนาท่าเรือ ทางพรรคได้ให้โอกาสกฤษฎิ์ เป็นรองประธานคณะ กมธ.คนที่หนึ่ง ในคณะอนุ กมธ. และได้เปิดโอกาสให้กฤษฎิ์ เสนอชื่อได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีการปิดกั้นแต่อย่างใด และอนุ กมธ.นี้ ได้มีมติให้ศึกษาดูงานเพื่อรับฟังปัญหาต่าง ๆ ของประชาชนที่อยู่ในเขตท่าเรือแหลมฉบังและมีการไปดูงานมาแล้ว

ปกรณ์วุฒิ ยืนยันว่าไม่มีการเหยียดสถานะทางเพศของกฤษฎิ์ตามที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ได้รับความเคารพเรื่องสถานะทางเพศ  การโอบรับความหลากหลายทางเพศ โอบรับความหลากหลายทางความเชื่อทุกรูปแบบคือค่านิยมหลักที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล มาจนถึงพรรคประชาชน และหากมีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นเราจะถือว่านี่เป็นการผิดวินัยเพราะเป็นการไม่เคารพต่ออุดมการณ์หลัก คุณค่าหลักที่พรรคยึดถือ นอกจากนั้น ทางพรรคยังได้เปิดพื้นที่ให้กฤษฎิ์ ทำงานด้านความหลากหลายทางเพศโดยร่วมอยู่ในทีมสภาความหลากหลายทางเพศเชิงประเด็นของพรรค มีส่วนร่วมในการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม ได้มีส่วนร่วมอยู่ในทีมการยกร่างกฎหมายรับรองเพศ และพรรคได้มอบหมายให้ กฤษฎิ์ ยกร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยเทคโนโลยีอนามัยการเจริญพันธุ์ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่ถึงแม้ว่าขณะนี้อาจจะยังไม่สำเร็จครบถ้วนก็ตาม แต่พรรคก็เปิดพื้นที่ให้กฤษฎิ์ ได้ทำงานอย่างเต็มที่ และทางพรรคได้เคยสนับสนุนงบประมาณในการทำกิจกรรมในพื้นที่ของกฤษฎิ์ ในการรวบรวมความเห็นเรื่องสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศในพื้นที่ศรีราชาด้วย

ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวถึงประเด็นที่กฤษฎิ์ ได้กล่าวหาทางพรรคเรื่องเหตุการณ์การปรึกษาหารือ 2 นาที ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2568 นั้น เขายืนยันว่ามีการไปพูดคุยกับกฤษฎิ์หลังจากเหตุการณ์นั้นจริง แต่สิ่งที่เราพูดคุยกันนั้นไม่ใช่เรื่องของเนื้อหาหรือความไม่พอใจ แต่สิ่งที่ไม่พอใจคือเวลาปรึกษาหารือ 2 นาที ก่อนเปิดประชุมนั้นควรเป็นเวลาที่มาสะท้อนปัญหาของส่วนรวม ควรเป็นเวลาที่สะท้อนปัญหาของประชาชนเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเรื่องนั้นไปแก้ไข ไม่ใช่พูดความต้องการส่วนตัวว่าตนต้องการทำอะไร สภาไม่ใช่เวทีที่จะมาพูดถึงความต้องการส่วนตัว

ปกรณ์วุฒิ  กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม พรรคยืนยันว่าสิ่งที่กฤษฎิ์ หารือนั้นไม่ได้เป็นความผิด ไม่ได้มีการดำเนินการทางวินัยใด ๆ หลังจากเหตุการณ์นั้น ถือเป็นเพียงการพูดคุยหารือกันเท่านั้น ไม่ได้มีการลงโทษและไม่ได้มองว่าเป็นความผิดใด ๆ ทั้งสิ้น และตนยืนยันว่าได้พูดว่าขอให้เหตุการณ์นี้ผ่านไปและให้ทุกคนร่วมงานกันในฐานะเพื่อนร่วมอุดมการณ์เช่นเดิม และประเด็นที่ น.ส.กฤษฎิ์ กล่าวว่าทางพรรคเตรียมส่งคนมาลงสมัคร สส. แทน ว่า ทางพรรคไม่มีนโยบายในหาส่งคนมาสมัครแทน การส่งใครลงสมัคร สส. หรือไม่นั้น พรรคมีกระบวนการและมีกรอบเวลาที่ชัดเจน และสื่อสารกับ สส. ทุกคนอยู่แล้ว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง