Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

อดีตพนักงาน บ.อดีตผู้ถือสิทธิแฟรนไชน์ ‘subway’ ในไทย ชุมนุมเรียกร้องความเป็นธรรม หลังถูกนายจ้างลอยแพ-ค้างค่าจ้าง เคยพยายามทวงผู้บริหารหลายครั้งแล้ว แต่ถูกเมิน ยืนยันทุกคนเดือดร้อนมาก

 

30 พ.ค. 2568 เพจเฟซบุ๊ก ThairathTV รายงานวันนี้ (30 พ.ค.) ว่า หน้าอาคารแห่งหนึ่ง ถนนสุขุมวิท 63 ซอยทองหล่อ 10 มีพนักงานร้านซับเวย์ ราว 20 คนยืนถือป้ายประท้วงบริษัท ฟู้ด เจเนอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นอดีตเจ้าของแฟรนไชน์ร้านอาหาร ‘Subway’ (ซับเวย์) เพื่อเรียกร้องสิทธิ์ หลังเกิดกรณีถูกบริษัทดังกล่าวค้างจ่ายค่าจ้าง และการปิดสาขาโดยไม่แจ้งล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชย ส่งผลกระทบให้พนักงานมากกว่า 200 คนต้องตกงานอย่างไม่เป็นธรรม

จุดเริ่มต้นค้างจ่าย

รุ้ง (สงวนชื่อ-นามสกุล) อายุ 38 ปี อดีตผู้จัดการร้านอาหาร ‘ซับเวย์’ ของ บ.ฟู้ด เจเนอเรชั่น และเป็นผู้เสียหาย ให้สัมภาษณ์ออนไลน์ว่า บริษัทเริ่มมีปัญหาเลื่อนและค้างเงินเดือน ตั้งแต่เมื่อ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา

รุ้ง กล่าวว่า โดยปกติ บริษัทฯ จะจ่ายเงินเดือนให้พนักงานอัตโนมัติเวลาประมาณตี 2-3  ของสิ้นเดือนทุกเดือน ซึ่งพอถึงช่วงสิ้นเดือน มี.ค. บริษัทขอผัดผ่อนจ่ายเงินเดือนเป็นวันที่ 5 เม.ย. 2568 เฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปจนถึงระดับสูง แต่พอถึงวันที่ 5 เมษายน บริษัทก็จ่ายเงินทั้งหมด นั่นคือการผัดผ่อนการจ่ายเงินเดือนครั้งแรก

ต่อมา เงินเดือนที่ต้องจ่ายในปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา บริษัทก็ขอเลื่อนจ่ายเงินเดือนอีกครั้งเป็นวันที่ 5 พ.ค. 2568 แต่ครั้งนี้พอถึงวันจ่าย บริษัทกลับจ่ายเงินเดือนให้พนักงานแค่ 10% และรับปากว่าจะจ่ายเงินเดือน 90% ที่เหลือในวันที่ 25 พ.ค. 2568

ระหว่างนี้ พอถึงวันที่ 9 พ.ค. บริษัทส่งอีเมลแจ้งพนักงานว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาแจ้งให้บริษัทหยุดกิจการร้านซับเวย์ ปมใช้ชื่อซับเวย์ดำเนินการโดยไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แฟรนไชน์ ตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. 2568 เป็นต้นไป แต่บริษัทกลับแจ้งพนักงานให้ปิดร้านสาขาชั่วคราวเมื่อ 30 เม.ย. 2568 โดยอ้างว่าเพื่อรีแบรนด์เป็นแบรนด์อื่น 

พอถึงวันจ่ายเงินเดือนวันที่ 25 พ.ค. 2568 ลูกจ้างยังไม่ได้รับเงินเดือน โดยฝั่งลูกจ้างพยายามทวงถามผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล (HR) ว่าจะได้เงินเมื่อไร ก็ไม่ได้รับคำตอบ จึงเป็นที่มาของการออกมาเรียกร้องความยุติธรรมวันที่ 30 พ.ค. 2568

ทั้งนี้ ในความเป็นจริง มีการรีแบรนด์เพียงแค่ 12 สาขา ทำให้บริษัทไม่สามารถรับพนักงานทั้งหมดมาทำงานได้ มีพนักงานแค่บางส่วนเท่านั้นที่ได้ทำงานในร้านใหม่ของบริษัท และที่เหลือต้องตกงาน

มูลค่าความเสียหายอาจสูงถึง 2 ล้าน

รุ้ง ระบุว่า ส่วนของเธอถูกค้างค่าจ้างประมาณ 18,000 บาท และประมาณการผู้เสียหายทั้งหมดประมาณ 270 คน มูลค่าความเสียหายโดยถัวเฉลี่ย อาจสูงถึงประมาณ 2,000,000 บาท

ด้าน 'มิ้นต์' (สงวนชื่อ-นามสกุล) เยาวชนอายุ 18 ปี อดีตพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหาร ‘ซับเวย์’ ของบริษัท ฟู้ด เจนเนอเรชั่น และเป็นหนึ่งในผู้เสียหายในกรณีนี้ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าเธอถูกค้างเงินเดือน ประมาณ 9,000-10,000 บาท

มิ้นต์ บอกว่า นอกจากเธอแล้ว น้องสาวที่ทำงานที่เดียวกันมานาน 1 ปี 1 เดือน ก็ถูกค้างค่าจ้างจำนวนประมาณ 10,000 บาทเช่นเดียวกัน เธอบอกว่าถ้าเป็นพนักงานพาร์ทไทม์น่าจะถูกค้างค่าจ้างประมาณหนึ่งหมื่นบาทไม่ต่างจากเธอ ส่วนพนักงานที่ตำแหน่งสูงขึ้นมา อย่างผู้จัดการร้าน อาจจะถูกค้างค่าจ้างประมาณ 20,000 บาท 

ต้องได้รับเงินทุกคน

อดีตผู้จัดการฯ เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปเขียนคำร้องที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตั้งแต่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่กรมสวัสดิฯ ให้รอดูก่อนว่าจะเลิกจ้างหรือไม่ หรือจะทำอย่างไร เพราะสถานะตอนนั้นทุกคนยังเป็นลูกจ้างอยู่ บริษัทเขาไม่ได้ไล่พนักงานออก แต่ไม่ได้สั่งให้มาทำงาน และให้ใช้วันลาหยุดต่างๆ เพื่อรอให้ร้านรีแบรนด์เป็นร้านใหม่เป็นร้านขายพิซซ่า ไม่ยอมออกใบเลิกจ้างให้

อย่างไรก็ตาม พอถึงวันที่ 25 พ.ค. ลูกจ้างยังไม่ได้เงิน กรมสวัสดิการฯ ก็ดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป เพื่อตามนายจ้างมาจ่ายเงินเดือน  

รุ้ง กล่าวด้วยว่า หลังจากที่มีสื่อรายงานข่าววันนี้ (30 พ.ค.) ทางผู้บริหารก็ติดต่อมาหาเธอ เพื่อขอต่อรองการจ่ายเงินที่ค้างจ่ายจำนวน 30-50% เฉพาะคนที่มาประท้วง แต่พวกเธอไม่ยอม และเรียกร้องว่าต้องได้เงินทุกคน เพราะทุกคนเดือดร้อน

"บางคนเขาไม่มีเงินโดนไล่ออกจากห้อง บางคนมีพ่อแม่พิการเขาต้องเลี้ยง บางคนไปกู้หนี้ยืมสินมา เดือดร้อนกันหมด" รุ้ง กล่าว

รุ้ง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีความพยายามขอต่อรองกับทางผู้บริหารให้จ่ายเงินให้ลูกจ้างมาแล้วหลายครั้ง แต่เขาไม่ยอมคุยเลย บอกแค่ว่าไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่มี ติดต่อผู้บริหารไม่ได้ กรมสวัสดิการฯ ส่งจดหมายเรียกกรรมการบริษัทฯ เข้ามาไกล่เกลี่ยกับลูกจ้าง ก็ไม่ยอมมาเหมือนกัน จนกระทั่งลูกจ้างต้องไปยืนเรียกร้องสิทธิตรงซอยทองหล่อ 10 ตามที่สื่อรายงาน

ขอบคุณภาพจาก ผู้ใช้บัญชี Tik Tok : pkm_zx โพสต์วันนี้ (30 พ.ค.) เมื่อประมาณ 13.00 น. 

ทุกคนเดือดร้อน

รุ้ง กล่าวว่า ทุกคนได้รับผลกระทบ ทุกคนมีค่าบ้าน ต้องดูครอบครัว และก็ตกงาน คือเราอายุเยอะแล้ว ตกงานทีก็หางานยากกว่าวัยรุ่น ทุกคนได้รับผลกระทบ และยิ่งคาราคาซัง จะเขียนใบลาออกก็ไม่ได้ ขึ้นสิทธิตรงไหนก็ไม่ได้ เราไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอย่างไร บางคนรอไม่ไหว เขาก็ลาออกไปหางานใหม่

"เด็กบางคนหวังว่าจะเอาเงินจ่ายค่าเทอม บางคนเก็บเงินจะซื้อแท็บเล็ตเป็นอุปกรณ์การเรียนที่ต้องใช้ และเคสล่าสุดที่เจอคือจะโดนไล่ออกจากห้อง (เขา) มาร้องไห้กับเรา เราก็ไม่รู้จะตอบยังไง เพราะว่าถาม HR ก็ตอบไม่รู้ ทุกคนบอกว่าไม่รู้ แต่บริษัทสามารถไปเปิดแบรนด์ขายพิซซาใหม่ได้" รุ้ง กล่าว

ขณะที่มิ้นต์ เองก็ได้รับผลกระทบเพราะว่าเธอไม่มีเงินในการใช้ชีวิต และต้องกู้หรือยืมเงินคนอื่นๆ มาใช้ก่อน ส่วนที่บ้านก็ได้รับผลกระทบ เพราะว่าเธอเองก็ต้องทำงานส่งเงินเลี้ยงครอบครัว

"หนูหาเงินใช้เองตั้งแต่เริ่มทำงาน ต้องดูแลตัวเอง อยู่ครอบครัว แต่เราไม่เคยวุ่นวายเงินคนอื่น พอเป็นแบบนี้เราต้องยืมคนอื่นมา ต้องกู้มา เอาแค่เงินกินแต่ละวันทุกวันนี้ ที่บ้านก็กระทบ เงินเดือนหนูออก หนูก็ต้องให้เขา อย่างยายหนูไม่ได้ทำงาน น้องสาวหนูกับหนูทำงานก็ต้องให้เขา เขาก็ขาดรายได้ไปเลยเหมือนกัน

"ส่วนผู้จัดการหนูที่โดนลอยแพ คือสาขาของหนู มีผู้จัดการ 2 คน เขามีลูก 2 คน ลูกเล็ก แฟน และแม่แฟน เขาก็โดนไล่ออกจากหอพัก และก็มีตัดน้ำตัดไฟ อีกคนไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย เพราะว่าตั้งใจว่าวันที่ 25 เงินออก จะเอาไปจ่ายค่าเทอมปีหนึ่ง แต่เงินเดือนไม่ออก เขาก็เลยต้องดรอปเรียน" มิ้นต์ กล่าว

หวังบริษัทออกมารับผิดชอบ

รุ้ง ทิ้งท้ายว่า อยากให้บริษัทออกมารับผิดชอบว่าจะจ่ายอย่างไร จะทยอยจ่ายหรือจะทำอย่างไร คนทำงานทุกคนไม่ใช่คนใจร้าย เขาได้บ้างดีกว่าไม่ได้เลย ไม่อยากให้ผู้บริหารเงียบเฉยไปเฉยๆ กินหรูอยู่สบาย พวกเราไม่ค่อยโอเคแบบนี้ เพราะมันไม่แฟร์กับเรา ขณะที่เรายังทานมาม่า กินไข่กับข้าว มันได้รับผลกระทบ เราได้เงิน 10% ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค.จนถึงสิ้นเดือนนี้ เราอยู่อย่างไร บางคนได้เงินแค่หลักร้อย หรือหลักสิบบาทก็มี

ขณะที่ตัวของมิ้นต์ ได้งานใหม่แล้ว แต่ที่ออกมาเรียกร้องเพราะว่าเมื่อเธอทำงาน ก็ควรได้เงินค่าตอบแทน

"เราได้งานใหม่แล้วก็จริง แต่ว่าเงินมันก็หายไปเลย เงินเก็บก็ไม่มี เงินกินต้องขอ และบ้านเราก็ไม่มีเงิน เราก็ต้องกู้คนอื่น

"ตอนนี้ที่ทำได้น่าจะเป็นการขอความช่วยเหลือจากสื่อ ยิ่งมีประเด็นหรือดัง มันอาจจะกระตุ้นกรมสวัสดิการฯ ทำงานเร็วขึ้น เพราะว่าคนเดือดร้อนมันเยอะจริงๆ และก็หนูตอนแรกไม่ได้หวังจะต้องได้ค่าตกใจ หรือค่าชดเชย แต่หนูแค่ทำงาน และหนูต้องได้เงิน มันคือสิ่งที่เราควรได้ เราทำงานก็เพื่อได้เงิน ทุกคนทำงานเต็มที่จริงๆ เวลาเขาเร่งยอดหรือต้องการอะไร พวกหนูก็ต้องทำ" มิ้นต์ กล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูลของบริษัท ฟู้ด เจเนอเรชั่น จำกัด ตามที่ปรากฏในเว็บไซต์ dataforthai จดทะเบียนด้วยทุนจัดทั้งหมด 100,000,000 บาท เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2561

ก่อนหน้านี้บริษัทเคยปรากฏบนหน้าสื่อจากกรณีร้าน subway ของจริง กับของปลอม เนื่องจากบริษัท ฟู้ด เจเนอเรชั่น ถูกยกเลิกลิขสิทธิ์แฟรนไชน์ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2567 แต่ยังคงดำเนินการขายแซนด์วิชซับเวย์ต่อทั้งหน้าร้าน และผ่านทางเดลิเวอรี แต่เปลี่ยนวัตถุดิบสินค้า แพกเกจจิ้ง และลดจำนวนเมนู

จนกระทั่งต่อมา ศาลทรัพย์สินทางปัญญา สั่งให้ บ.ฟู้ด เจเนอเรชั่น หยุดกิจการซับเวย์ ทำให้พนักงานหลายคนตกงาน และมีข่าวว่าบางส่วนถูกย้ายไปทำงานกิจการใหม่ของบริษัท 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง