เรารักชาติบนแป้นคีย์บอร์ด
ขณะคนในเทือกเขาพนมดงรักซ็อมแผนอพยพ
เพลงปลุกใจกลายเป็นไวรัล
ขณะเด็กๆบริเวณปราสาทหินหลบอยู่ในสนามเพลาะ
เราคลั่งประวัติศาตร์ในแบบเรียน
ท่องจำการเสียดินแดนและอาณานิคม
ขณะตามตะเข็บชายแดนมีทางเดินเล็กๆ
ข้ามภูเขาก่อนปักปันเขตแดน
เราต่างอยากประกาศสงครามในใจกลางเมืองหลวง
โดยลืมความตายของพลทหารหนุ่มในหมู่บ้านภูมิซรอล
เราอวดแสนยานุภาพของกองทัพในโชเชียล
โดยลืมขาพิการเหยียบทุ่นระเบิดของผู้นำครอบครัวกำลังหาของป่ามาขาย
เมื่อไรจะรบกัน
ขณะนักเรียนมองดูกองหนังสือ
และอาคารเต็มไปด้วยรอยกระสุน
อีกฝ่ายถือแผนที่ปลุกความคลั่งชาติ
ขณะประชาชนมองจานข้าวสังกะสีว่างเปล่า
อย่างหิวโหย
นั่นไงไอ้โจรสยาม
พวกเขาต่างคัดลอกสำเนาวัฒนธรรม
เพื่อยืนยันต้นฉบับมรดกโลก
นี่ไงพระยาแวกเอามาตัดหัวเอาเลือดล้างเท้า
ละครอิงประวัติศาตร์แห่งความเคียดแค้น
ต่างเข้าไปในคอมเมนต์ความเกลียดชังในโชเชียล
พวกเขาน้ำตาไหลกับสงครามยูเครน
แต่ยิ้มสะใจกับความตายของทหารอีกฝ่ายในช่องบก
พวกเขาอีกใช่ไหมที่เศร้า
กับโศกนาฎกรรมชาวปาเลสไตน์
แต่พร้อมนับศพอีกฝ่ายที่เขาพระวิหาร
นั่นกัมพุช
นี่เสียมกุก
นี่กรอม
เมื่อไรจะยิงกันเสียที
สงครามชาติพันธุ์ไซเบอร์สเปซเริ่มต้นอีกครั้ง
ต่างเหยียดความล้าหลังของอีกฝ่ายว่าอารยธรรม
ของตนเองสูงส่งกว่ากัน
สงครามอคติเรื่มอีกครั้ง
บ่มเพาะความเกลัยดชัง
ในคาบเรียนโกหกวิชาประวัติศาสตร์
เมื่อไรจะฆ่ากันเสียที
