ตะแบกม่วงช่วงแสงสูรย์คู่คูนเหลือง
ทั่วบ้านเมืองเส้นทางข้างถนน
ฤดูร้อนฟ้อนฟ้ามายากล
ดั่งเวทมนตร์ร่ายออกดอกไม้งาม
ร่ายมนต์ใส่ไม้ผลบ่มจนสุก
เฝ้าคอยปลุกกลิ่นไปให้หอมห่าม
ทุกพืชพันธุ์บรรจงส่งข้อความ
ว่าถึงยามเมษายนลิ้นล้นรส
ฤดูความเปรี้ยวหวานผสานผสม
อันความขมขาดสะเดาก็เศร้าสลด
อนิจจาพายุเศรษฐกิจพิษพยศ
การเมืองก็คดบริสุทธิ์ยุติธรรม
เรียนรายงานสถานการณ์บ้านเมือง
สรุปเรื่องประจำปีที่วนย่ำ
หลัง 10 เมษา 53 ความเจ็บช้ำ
ฆาตกรรมราชดำเนินเผชิญแล้ว !?
ขบวนของคนทุกข์แห่งยุคสมัย
ผจญภัยเดนตายเป้าหมายแผ่ว
หลบซ่อนสไนเปอร์เผลอไม่แคล้ว
แกร่งเหมือนแก้วแตกง่ายคล้ายถ้วยจาน
ทุกข์ของคนชนบทสลดทั่ว
หนี้กดหัวรัวกระสุนพรุนงุ่นง่าน
การเมืองคด ๆ งอ ๆ ก็ประจาน
ตั้งรัฐบาลในค่ายทหารงานจอมปลอม
10 เมษา 2553 ยามพลบค่ำ
ที่กองกำลังยานเกราะเลาะเข้าล้อม
มวลชนกลายเป็นวีรชนคนไม่ยอม
มือเปล่าน้อมพร้อมพลีซึ่งชีวิต
คนบ้านนอกคอกกระบือรื้อรถถัง
หลายคันพังคามือฮือหงุดหงิด
กระดิกไกใส่หัวประชาว่าเลิกคิด
แสดงฤทธาอาวุธใช้ในราชการ !?
คนนา,ไร่ได้เป็นวีรชนหลายคนแล้ว
ต้องมาแถวราชดำเนินเผชิญทหาร
เดี๋ยวนี้เพิ่มราชประสงค์ตรงกับงาน
เพราะเป็นย่านศูนย์การค้าราชปรารภ
เสร็จศึกครั้งแล้วครั้งเล่าเขาก็ชิ่ง
บิ๊กคลีนนิ่งเดย์เททุกศพ
คนเดนตายรายงานผ่านพิภพ
เราคงพบยุติธรรมย้ำอีกนาน................
