"วิจิตร” วัย 59 ปี ผู้ต้องขังทางการเมืองข้อหา พ.ร.บ.คอมฯ อาการทรุดหนัก "ปอดติดเชื้อ-ติดเชื้อในกระแสเลือด" รุนแรง หลังถูกย้ายเรือนจำไปคลองเปรม คาดติดจากผู้ต้องขังรายอื่น ในเรือนนอนมีคนที่ป่วยและมีอาการไอถี่ๆ นอนร่วมด้วย ขณะนี้วิจิตรเข้ารับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ โดยเขาเริ่มมีอาการป่วยตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้รับยาฆ่าเชื้อไปแล้วกว่า 10 กระปุก แต่อาการยังไม่ดีขึ้น จนวันนี้วิจิตรอาการทรุดหนักต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ทนายเร่งทำหนังสือยื่นขอผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชทัณฑ์ให้ส่งตัววิจิตรออกไปรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลภายนอก ปัจจุบันวิจิตรถูกคุมขังในระหว่างต่อสู้คดีชั้นอุทธรณ์มาแล้ว 87 วัน
12 มิ.ย. 2568 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงาน เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2568 ทนายเดินทางไปโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เพื่อเข้าเยี่ยม “วิจิตร” (นามสมมติ) อดีตผู้รับเหมาก่อสร้างวัย 59 ปี ผู้ต้องขังทางการเมืองที่เผชิญข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการโพสต์ข้อความทางการเมืองในช่วงหลังรัฐประหาร ปี 2557-58 รวม 10 โพสต์ ซึ่งถูกคุมขังหลังศาลอาญาพิพากษาจำคุก 10 ปี และไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างอุทธรณ์
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา วิจิตรมีไข้ขึ้นสูง แต่ได้ยาพาราฯ มารับประทาน โดยทนายควาามสังเกตว่าภายหลังจากที่เขาถูกบังคับย้ายเรือนจำ จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำคลองเปรม (ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. 2568) วิจิตรก็มีอาการไอกระท่อนกระแท่นเรื่อยมา โดยเมื่อสอบถามเพิ่มเติมวิจิตรคาดว่าอาจเป็นเพราะในเรือนนอนที่เขานอนร่วมกับผู้ต้องขังอื่น มีคนที่ป่วยและมีอาการไอถี่ๆ อยู่เสมอนอนร่วมด้วย
วันต่อมาเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2568 วิจิตรเริ่มมีไข้สูงขึ้นในช่วงเที่ยงคืนของวันดังกล่าว และไม่สามารถลุกออกไปใช้ชีวิตได้ในเช้าวันที่ 3 มิ.ย. 2568 ก็มีอาการทรุดหนักลง จนทำให้เจ้าหน้าที่ส่งตัวเขาไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์
ในวันที่ 5 มิ.ย. 2568 แพทย์ในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ตรวจพบว่าวิจิตรมีภาวะ “ปอดติดเชื้อ” และมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือดร่วมด้วย วิจิตรบอกเล่าถึงปัญหาจากการย้ายมาในที่แออัด ทั้งมีคนเข้าออกเรือนจำบ่อยกว่าเดิม อาจส่งผลกระทบต่อการติดเชื้อโรคได้ง่าย
ในวันดังกล่าว ทนายสังเกตว่าวิจิตรมีสายปัสสาวะติดตัวมาด้วย แต่ในวันเดียวกันก็ได้รับแจ้งจากแพทย์ที่โรงพยาบาลว่าผลเลือดของเขาดีขึ้น จึงให้ถอดสายปัสสาวะออกได้แล้ว
ต่อมาวันที่ 11 มิ.ย. 2568 ทนายความเข้าเยี่ยมวิจิตรอีกครั้งที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ พบว่าเขานั่งอยู่บนวีลแชร์ด้วยสภาพซูบผอม ดวงตาอ่อนล้า และมีอาการเพลีย โดยเขาต้องใช้มือยันขอบโต๊ะเพื่อประคองการทรงตัว และพบว่าเขาต้องยืนค้างเป็นเวลาประมาณ 10 วินาที ถึงจะนั่งลงบนเก้าอี้พลาสติกได้
ทนายสังเกตว่า วิจิตรไม่ได้มีถุงน้ำเกลือมาด้วยในวันนี้ วิจิตรออกมาพบทนายด้วยตัวเปล่าที่มีเพียงสายยางเจาะคาไว้ที่แขนเท่านั้น จึงได้สอบถามเขา วิจิตรตอบเพียงว่าเจ้าหน้าที่ให้ถอดถุงน้ำเกลือ เพราะต้องมาเจอทนาย แต่ยังมีอุปกรณ์สายยางไว้เพราะต้องให้ยาฆ่าเชื้ออยู่ด้วย
วิจิตรบอกเล่าอาการของตัวเองว่า “ช่วงประมาณ 3 ทุ่มเมื่อวาน (10 มิ.ย. 2568) อยู่ๆ ผมก็มีอาการไข้ขึ้นสูง และรู้สึกจะวูบครับ มีน้องผู้ช่วยช่วยทำการวัดไข้ และวัดความดันให้ผม ไข้ผมตอนนั้น ประมาณ 40 องศา น้องผู้ช่วยทำการเช็ดตัว และนำยาพาราฯ มาให้ผมทาน แม้ผมจะทานยาไปแล้ว อาการก็ไม่ได้ทุเลาเลย”
จนเวลาล่วงเลยไปช่วงตี 2 เขาเล่าว่าตัวเองได้รับยาพาราฯ มาทานอีกครั้ง และผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ได้นำผ้าชุบน้ำมาใช้เช็ดตัวให้เขา “มันเย็นมาก ผมรู้สึกเหมือนจะช็อก” จนเวลาล่วงเลยไปอีกครั้งช่วง 6 โมงเช้า เขาเริ่มดีขึ้นไข้เริ่มลดลง
วิจิตรตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ผู้ป่วยเตียงข้างๆ มีอาการไอหนักมาก เขาได้รับทราบมาว่าผู้ต้องขังคนนั้นเคยป่วยวัณโรคมาก่อน แต่ไม่ทราบว่าตอนนี้หายหรือยัง วิจิตรจึงมีความกังวลว่าอาจจะติดมาจากเขาก็ได้
ทั้งนี้ วิจิตรแจ้งว่าเขารู้สึกดีขึ้น หากเทียบกับวันแรกๆ ที่มีอาการทรุดหนัก ในตอนนี้เขาไม่มีอาการเจ็บหน้าอกแล้ว และการหายใจเข้าออกก็สามารถหายใจได้เต็มปอดแล้ว แต่ในระหว่างพูดคุยเขายังมีอาการไอร่วมอยู่ด้วย
ตามการรักษาแพทย์ได้แจ้งว่าวันนี้ (11 มิ.ย. 2568) เป็นวันสุดท้ายของการให้ยาฆ่าเชื้อแล้ว เท่าที่จำได้ วิจิตรเคยได้รับยาฆ่าเชื้อจำนวนประมาณ 10 กระปุกแล้วตั้งแต่เข้ารักษาตัว
ปัจจุบันน้ำหนักของเขาคงเหลือที่ 53 กิโลกรัม จากเดิม 57 กิโลกรัม
ในช่วงสุดท้ายของบทสนทนา วิจิตรได้ระบายความรู้สึกกับทนายถึงความคาดหวังในการผ่านร่างนิรโทษกรรมประชาชนว่า “พวกเราเป็นนักโทษทางความคิด แม้จะจับเรามาขังคุก ก็ไม่อาจที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดของเราได้”
“การจับมาขังในคุกก็ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรกับประเทศนี้ ถ้าผมอยู่ข้างนอก ผมสามารถใช้ความรู้ความสามารถของผมพัฒนาผลงาน และสร้างประโยชน์ให้กับรัฐได้มากกว่าเสียด้วยซ้ำ ผมขอขอบคุณทุกคนที่ห่วงใยและใส่ใจมากครับ”
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 12 มิ.ย. 2568 ครอบครัวของวิจิตรได้แจ้งข้อมูลว่า หลังเข้าเยี่ยมที่โรงพยาบาลแล้วพบว่า วันนี้ วิจิตรมีเครื่องช่วยหายใจใส่อยู่ด้วย โดยวานนี้ยังไม่ได้มีการใช้ออกซิเจนในการช่วยหายใจแต่อย่างใด นอกจากนี้ครอบครัวยังได้รับแจ้งจากวิจิตรว่าเขาต้องรับยารักษาอาการปอดติดเชื้อที่แรงขึ้น ทั้งผู้ป่วยที่นอนอยู่เตียงข้างกันก็ได้เสียชีวิตไปแล้วด้วย
จากสถานการณ์ดังกล่าว ทนายความได้เร่งทำหนังสือถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ขอให้ส่งตัววิจิตรออกไปรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ภายหลังจากที่อาการเจ็บป่วยจากภาวะปอดติดเชื้อ และการติดเชื้อในกระแสเลือดยังไม่ทุเลาลง ขอให้ผู้ต้องขังได้รับการดูแลพยาบาลที่เหมาะสมและทันเวลาตามสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานด้วย ทำให้ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไปว่าเขาจะถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่นหรือไม่
ปัจจุบันวิจิตรถูกคุมขังในระหว่างต่อสู้คดีชั้นอุทธรณ์มาแล้ว 87 วัน
