Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา กลุ่ม “We, The People” จัดกิจกรรม “ยืนหยุดทรราช” เชียงใหม่ขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 168 ที่บริเวณลานท่าแพ เพื่อเรียกร้องสิทธิในการประกันตัวให้แก่ผู้ต้องขังคดี ม.112 และผู้ต้องขังคดีการเมืองทุกคน โดยกิจกรรมยืนหยุดทรราชเชียงใหม่จะจัดขึ้นทุกวันเสาร์ เวลา 17.00 - 18.12 น.

ประชาไทชวนประชาชนที่มาทำกิจกรรมแสดงความคิดเห็นและส่งกำลังใจให้ผู้ต้องขังในเรือนจำ หลังมีผู้ต้องขังคดีการเมืองในเรือนจำหลายคนต้องเผชิญกับอาการเจ็บป่วย เช่นกรณีของ “เอกชัย หงส์กังวาน” นักเคลื่อนไหวที่ตกเป็นจำเลยในคดี ม.110 ซึ่งกำลังป่วยเป็นหนักจากฝีในตับ ต่อมลูกหมากโต ตับโต และม้ามโต หรือ “อานนท์ นำภา” ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและผู้ต้องขังในคดี ม.112 ที่เขียนจดหมายออกมาจากเรือนจำเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2569 เผยว่ามีอาการเจ็บที่ต้นขาเรื้อรัง และเจ็บมาเกือบ 3 เดือนแล้ว

กิจกรรม “ยืนหยุดทรราช” เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. 2569

กำลังใจถึงผู้ต้องขังคดีการเมืองที่เจ็บป่วย

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

“สำหรับคนอยู่ในเรือนจำที่ป่วย ไม่รู้ว่าทั้งหมดมีกี่คนบ้าง แต่ผมคิดว่าสิทธิในการได้รับการดูแลเป็นเรื่องสำคัญ  ซึ่งเราก็เห็นว่าในกระบวนการยุติธรรมของไทยมันต่ำกว่ามาตรฐานและมีการเลือกปฏิบัติด้วย ผมคิดว่ามองเห็นแบบนี้ไม่มีทางอื่นเลยนอกจากจะส่งเสียงออกไปตรงนี้ และขอให้เขาอดทน เขาจะสามารถฝ่าฟันของเจ็บป่วยของเขาได้แค่ไหน

ตอนนี้ทำได้แค่นี้ ไม่รู้จะทำอย่างไร อับจนรู้สึกสิ้นหวัง”

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

“ติดตามข่าวพวกเขาตลอด อยากให้กำลังใจ คนข้างสู้ คนข้างนอกก็สู้”

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

“เรือนจำควรจะเอาเขาไปรักษาและดูแลเหมือนพวกเขาเป็นแค่นักโทษทางการเมืองไม่ได้ไปฆ่าใครตาย ดูแลเขาให้เต็มที่ เขาก็คือคนหนึ่งคน เขาเป็นบุคลากรที่มีค่าสำหรับประเทศนี้มาก เขาสามารถยืนหยัดที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศในทางที่ดี ไม่อยากจะพูดคำว่านักโทษจริงๆ ไม่ควรใช้คำว่านนักโทษเลย เราคิดว่าคนที่เขาออกมาพูดเชิงประเด็นในสังคมแบบนี้ เขาอยากเห็นประเทศนี้ดีไปพร้อมๆ กับเรา และเขาก็อยากจะให้ลูกหลานของเราที่จะเกิดมาใหม่ได้อยู่ในสังคมที่ดีและเท่าเทียม

อย่าลืมพวกเขา พวกเขาคือมนุษย์ที่ดีคนหนึ่งเลย เป็นทรัพยากรที่มีค่าสำหรับสังคมไทย สังคมไทยต้องมีคนแบบนี้เยอะๆ แล้วประเทศเราจะได้เปลี่ยนแปลง

ให้กำลังนะ คนข้างนอกก็ยังคงยืนหยัดที่จะต่อสู้เพื่อเขา ขอบคุณเขาที่ยอมเสียสละ มันต้องมีสักวันที่จะได้ออกมาเฉลิมฉลองชัยชนะประชาธิปไตยด้วยกัน ให้กำลังใจทุกๆ คนที่อยู่ในเรือนจำขอให้มีจิตใจในการต่อสู้ อยู่ข้างนอกนี่ก็จะไม่ลืมพวกคุณแม้แต่วันเดียว”

ภัควดี วีระภาสพงษ์ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

“อยากให้ทางราชทัณฑ์ดูแลในเรื่องสิทธิการรักษาพยาบาลให้มากกว่านี้ ไม่จำกัดเฉพาะนักโทษทางการเมือง คนทั่วไปด้วย แรกเริ่มอีกอย่างเขาควรจะดูเรื่องสุขอนามัยเบื้องต้น เพื่อให้ทุกคนไม่ป่วย จริงๆ มันทำได้ และดูแลเรื่องอาหาร เมื่อมีการป่วยก็อยากให้ส่งตัวรักษาโดยเร็ว เพราะโรงพยาบาลราชทัณฑ์เข้าใจว่าทำได้แค่รักษาเบื้องต้น และก็เป็นกำลังใจให้ทุกคน”

นอกจากนี้ ภัควดีตัวแทนกลุ่ม We, The People ผู้จัดกิจกรรมได้ให้ข้อมูลว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเจ้าหน้าที่เทศกิจได้มาแจ้งไม่อนุญาตให้มายืนทำกิจกรรมบริเวณลานท่าแพ โดยเป็นการแจ้งปากเปล่า ไม่มีเอกสารใดๆ ทางผู้จัดกิจกรรมจึงได้ตอบกลับไปว่าให้ดำเนินการแจ้งห้ามทำกิจกรรมเป็นเอกสารมา ซึ่งทางเทศกิจระบุให้ตัวแทนกลุ่ม We, The People ไปแจ้งขออนุญาตทำกิจกรรมกับเทศบาล

ทางกลุ่ม We, The People ได้เจรจาแจ้งกับทางเทศกิจว่าหากการมาห้ามทำกิจกรรมครั้งนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องการขึ้นทะเบียนมรดกโลกที่จะมีการมาตรวจเมือง เทศกิจไม่ต้องกังวลทางกลุ่มจัดกิจกรรมยืนหยุดทรราชเพียงสัปดาห์ละครั้งในวันเสาร์เท่านั้น และเป็นการยืนเพียงช่วงสั้นและเก็บของกลับทั้งหมด ไม่ได้สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ โดยในวันที่ทางคณะกรรมการจะมาตรวจเมืองในช่วงเดือนสิงหาคมก็ไม่ตรงกับวันที่จัดกิจกรรมยืนหยุดทรราช หรือถ้าต่อให้มีการมาตรวจตรงกับวันจัดกิจกรรมจริงๆ หากเจ้าหน้าที่มาบอกให้ย้าย ทางกลุ่มก็จะย้ายพื้นที่ให้ในวันนั้น ไม่ได้มีเจตนาจะขัดขวางกระบวนการขึ้นทะเบียนมรดกโลก

เหตุการณ์นี้ทำให้กลุ่ม We, The People กังวลใจเล็กน้อยว่าในสัปดาห์ต่อๆ ไปจะยังจัดกิจกรรมยืนหยุดทรราชในพื้นที่ลานท่าแพได้หรือไม่ ภัควดีระบุว่า พื้นที่บริเวณลานท่าแพไม่ควรจะเป็นของทางราชการ แต่ควรจะเป็นของสาธารณะที่ให้ประชาชนใช้ได้ ถ้าไม่ได้มาทำให้เกิดความผิดตาม พ.ร.บ. ความสะอาด ก็ไม่น่าจะต้องมีปัญหาต่อกัน เมื่อถามต่อว่าถ้าทางเจ้าหน้าที่เทศกิจมาห้ามจัดกิจกรรมบริเวณลานท่าแพอย่างเด็ดขาดทางกลุ่มจะทำอย่างไร ภัควดีตอบว่า ตอนนี้ยังคิดกันอยู่ ในขณะเดียวกันก็ตั้งคำถามว่าการย้ายที่เป็นลักษณะของการลุกไล่พวกตนเองที่ทำกิจกรรมทางเมืองออกไปเรื่อยๆ หรือไม่ จะยืนตรงไหนก็ไม่ได้ ทั้งที่จริงๆ การทำกิจกรรมยืนหยุดทรราชกระทำด้วยความสงบมาหลายปีและไม่เคยสร้างความเสียหายอะไรให้กับพื้นที่ ประชาชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่จริงๆ ก็ควรที่จะมีสิทธิใช้พื้นที่ได้

เจ้าหน้าที่เทศกิจอาจจะไม่สามารถเฝ้าพื้นที่ได้ตลอดไป แต่พวกเราอาจจะยืนได้ตลอดไป (ช่วงนี้ระหว่างเตรียมพื้นที่รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก มีเจ้าหน้าที่เทศกิจมาตรวจเฝ้าพื้นที่ลานท่าแพ)

เมื่อถามว่าคิดเห็นอย่างไรที่ทางเจ้าหน้าที่รัฐเอาประเด็นมรดกโลกมาห้ามกับการทำกิจกรรมทางการเมือง ภัควดีระบุว่า โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นความวิตกกังวลเกินกว่าเหตุ ทาง UNESCO ไม่ได้ห้ามเรื่องการทำกิจกรรมทางการเมือง อย่างในลาตินอเมริกา อเมริกาใต้ เปรู พวกนี้เขาก็ไม่ได้ห้าม ประชาชนสามารถทำกิจกรรมทางการเมือง, ชุมนุม ในจัตุรัสกลางเมืองที่เป็นพื้นที่มรดกโลกได้ UNESCO ไม่ได้สนใจเรื่องกิจกรรมทางการเมือง เนื่องจากเป็นประเด็นอีกส่วนหนึ่ง เขาสนใจเรื่องโบราณสถาน พื้นที่ที่เป็นมรดกโลกมีการชุมนุมทางการเมืองเยอะแยะ

 

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง