เมื่อไม่นานนี้ รัฐบาลกัมพูชาได้ลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้สามารถออกกฎหมายเพิกถอนสัญชาติชาวกัมพูชาที่ถูกมองว่า "สมคบคิดกับต่างชาติ" แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนต่างก็เตือนว่า ข้อหานี้อาจจะถูกนำมาอ้างใช้เล่นงานฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง และเป็นกฎหมายที่ขัดต่อหลักกฎหมายนานาชาติด้วย
ที่มาภาพ: Peter Winter (CC BY-NC-SA 2.0)
จากกรณีที่ทางการกัมพูชาได้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีการเตรียมออกกฎหมายเพิกถอนสัญชาติชาวกัมพูชาที่ถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกับต่างชาตินั้น องค์กร แอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล ได้ออกแถลงการณ์ถึงเรื่องนี้ ระบุว่า กฎหมายสั่งเพิกถอนสัญชาติของกัมพูชานั้นจะกลายเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายนานาชาติอย่างร้ายแรง
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา รัฐสภากัมพูชาได้มีการประชุมวิสามัญเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเปิดทางให้กับกฎหมายเพิกถอนสัญชาติดังกล่าว มีการลงมติสนับสนุนเป็นเอกฉันท์ 125 เสียง ซึ่งรัฐสภากัมพูชาเป็นรัฐสภาที่พรรคของฮุนเซนมีอำนาจครอบงำอย่างมาก
เกิด ฤทธิ์ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของกัมพูชาแถลงยืนยันว่า จะมีการนำกฎหมายเพิกถอนสัญชาติเข้าสู่การพิจารณาในสภาอย่างรวดเร็ว โดยบอกอีกว่า "ถ้าหากคุณทรยศชาติ ประเทศชาติก็จะไม่เอาคุณไว้"
ฤทธิ์โต้ตอบเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่ากฎหมายนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวล โดยอ้างว่าใครที่ไม่ได้ทำลายผลประโยชน์ของชาติก็จะไม่ถูกเพิกถอนสัญชาติ แต่ก็ยังอาจจะยังต้อง "เผชิญข้อกล่าวหาอื่นๆ"
ในรัฐธรรมนูญกัมพูชาปัจจุบัน คือฉบับที่ยังไม่ได้แก้ไข ระบุว่าพลเมืองชาวกัมพูชาจะเพิกถอนสัญชาติได้ก็ต่อเมื่อมี "การตกลงร่วมกัน" เท่านั้น อย่างไรก็ตามทางการกัมพูชาได้แก้ไขมาตรา 33 ของรัฐธรรมนูญให้มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาเป็น "การรับสัญชาติ สูญเสียสถานะสัญชาติ หรือถอนสัญชาติกัมพูชานั้นจะได้รับการพิจารณาตัดสินโดยกฎหมาย"
เรื่องนี้ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่มที่แสดงความกังวลว่ากฎหมายเพิกถอนสัญชาติอาจจะนำมาตั้งเป้าเล่นงานฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของรัฐบาลฮุนเซน รวมถึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า ฮุนเซน ได้เสนอให้มีการแก้รัฐธรรมนูญเช่นนี้ หลังจากที่ผู้นำฝ่ายค้านพลัดถิ่นได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลกัมพูชาในเรื่องการสร้างความขัดแย้งที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
ตัวแทนจากองค์กร แอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล ระบุว่า "การเพิกถอนสัญชาติพลเมืองมักจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเมื่อมีการถอนสัญชาติในแบบที่ทำให้บุคคลนั้นๆ กลายเป็นคนไร้สัญชาติ มันก็จะเป็นก้าวที่อันตรายซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกห้ามไว้ในกฎหมายนานาชาติ"
มอนเซ เฟอร์เรอ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยภูมิภาคของ แอมเนสตี กล่าวว่า ในช่วงที่ร่างกฎหมายเพิกถอนสัญชาติกัมพูชาเริ่มจะเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นเรื่อยๆ ใครก็ตามที่วิพากษ์วิจารณ์หรือต่อต้านพรรครัฐบาลกัมพูชาของฮุนเซน ก็เสี่ยงที่จะถูกเพิกถอนสัญชาติ
เฟอร์เรอ บอกว่า ทางแอมเนสตีมีตวามกังวลอย่างมากว่ารัฐบาลกัมพูชาจะใช้กฎหมายนี้ "เพื่อให้อำนาจตัวเองในการถอนสัญชาติของประชาชน แล้วจะใช้มันในทางที่ผิดเพื่อปราบปรามผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ตนเอง โดยการทำให้คนเหล่านั้นกลายเป็นคนไร้สัญชาติ"
"การถอนสัญชาติฝ่าฝืนหลักสิทธิหลายอย่างมาก รวมถึงสิทธิในการมีสัญชาติ สิทธิในการเข้าประเทศตัวเอง และการมีส่วนร่วมของประชาชนในกิจการสาธารณะ เมื่อไร้สัญชาติ คนเราก็ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาล การสมัครงาน การเข้าเรียนในโรงเรียน การย้ายถิ่นฐาน หรือการแต่งงานได้ คนไร้สัญชาติมักจะเผชิญกับการถูกกีดกันทางสังคม การเลือกปฏิบัติ และเสี่ยงต่อการถูกกดขี่ข่มเหงรังแกด้วย" เฟอร์เรอ กล่าว
เฟอร์เรอ ระบุอีกว่า การเปิดทางให้มีกฎหมายแบบนี้ได้ในกัมพูชานั้น เป็นเพราะทางการกัมพูชาไม่สามารถปกป้องความเป็นอิสระและความซื่อตรงของระบบตุลาการเอาไว้ได้ อีกสาเหตุหนึ่งเป็นเพราะการที่สภารัฐธรรมนูญอนุญาตให้มีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในแบบนี้ได้
"การถอนสัญชาติพลเมืองไม่ควรจะกลายมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการปิดปากและคุกคามเสียงวิพากษ์วิจารณ์" เฟอร์เรอ กล่าว
นอกจากนี้แอมเนสตียังขอให้ทางการกัมพูชายกเลิกการแก้ไขรัฐธรรมนูญในรูปแบบนี้โดยทันที รวมถึงขอให้มีการปฏิบัติตามพันธกรณีเรื่องสิทธิมนุษยชนนานาชาติและหลักนิติธรรม รวมถึงเรียกร้องให้ประชาคมโลกประณามการกระทำของรัฐบาลกัมพูชา
เรียบเรียงจาก
Cambodia passes constitutional change allowing gov’t to revoke citizenship, Aljazeera, 11-07-2025
Cambodia: Revocation of citizenship would be heinous violation of international law, Amnesty International, 11-07-2025
