Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ความพยายามฟื้นคืน ‘ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์’ ผู้ต้องขังที่ยังไม่ได้รับการพิพากษา ด้วยการเรียกร้องให้ยกเลิกการใส่ ‘กุญแจเท้า’ เป็นอันไม่ประสบผล เมื่อศาลยกคำร้องของ ‘ธงชัย วินิจจะกูล’ ไปเมื่อ 21 ก.ค. 2568 เมื่อลองสำรวจประเทศอารยะต่างๆ พบว่า ไม่มีการใส่กุญแจเท้ากันแล้ว และแม้แต่เครื่องพันธนาการอย่าง ‘กุญแจมือ’ ก็ถูกจำกัดให้ใช้น้อยมาก เป็น ‘สภาวะยกเว้น’ ทั้งในสหภาพยุโรป, อังกฤษ, อเมริกา ส่วนที่ญี่ปุ่นในปี 2564 กลุ่มทนายความได้เรียกร้องให้ยกเลิกการใส่กุญแจมือ ‘ระหว่างเดินเข้า-ออกห้องพิจารณา’ ส่วนในห้องพิจารณาต้องถอดพันธนาการออกอยู่แล้ว 

เมื่อ 21 ก.ค.2568 ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งยกคำร้องกรณีศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. ธงชัย วินิจะกูล ยื่นคำร้องขอให้ศาลทบทวนการใช้กุญเเจเท้ากับผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี ซึ่งในการไต่สวนวันดังกล่าว อานนท์ นำภา ผู้ต้องขังคดีการเมืองในฐานะพยานได้เบิกความว่า การใส่เครื่องพันธนาการ เช่น กุญเเจเท้า ถือเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ต่อมาศาลให้เหตุผลมในการยกคำร้องว่า  เจ้าหน้าที่ราชฑัณฑ์มีอำนาจตาม มาตรา 21 ของพระราชบัญญัติ ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 เเละศาลเห็นว่า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มีอำนาจกฎหมายราชทัณฑ์ให้ใส่เพราะต้องพาตัวมาที่ศาล นอกจากนั้นที่พยานเบิกความก็เห็นว่ายังไม่เข้าข่ายเป็นการย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

‘กุญเเจเท้า’ เป็น 1 ในเครื่องพันธนาการซึ่งจะสวมใส่ไว้ที่ข้อเท้ามีลักษณะคล้ายกับกุญเเจมือ อานนท์กล่าวกับผู้ศาลในห้องพิจารณาคดีว่า การใส่กุญเเจเท้าไม่สามารถก้าวเดินได้เต็มก้าวอย่างปกติ เพราะวัสดุที่เป็นเหล็กคมจะบาดคอเท้าทำให้เป็นเเผล เเละกุญเเจเท้ายังมีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม นับตั้งเเต่การประกาศปฏิญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในปี 2491 ระบุในข้อ 11 ถึงสิทธิในการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์จนกว่าจะมีการพิสูจน์ทางกฎหมายว่าผิดจริง เเละกฎเเมนเดลาระบุว่าห้ามใช้เครื่องพันธนาการใดๆ ในลักษณะที่ย่ำยีศักดิ์ศรีหรือก่อให้เกิดความเจ็บปวด เว้นเเต่จะป้องกันการหลบหนีระหว่างการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังเเต่ต้องถอดออกเมื่อผู้ต้องขังปรากฎตัวต่อหน้าศาล สองสิ่งนี้กลายเป็นเเนวปฏิบัติมาตรฐานสากลให้นานาประเทศ

สำหรับประเทศไทยนั้น รัฐธรรมนูญ 2560 ระบุในมาตรา 29 ว่า “ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้” เเละ พ.ร.บ.ราชฑันฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 21 ระบุว่าห้ามใส่เครื่องพันธนาการเว้นเเต่ (1) ผู้ต้องขังมีพฤติการณ์ที่จะทําอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกายของตนเองหรือผู้อื่น (2) ผู้ต้องขังมีอาการส่อว่าเป็นบุคคลวิกลจริตซึ่งอาจจะทําอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกายของตนเองหรือผู้อื่น (3) ผู้ต้องขังมีพฤติการณ์ที่น่าจะหลบหนีการควบคุม (4) เมื่อผู้ต้องขังถูกคุมตัวไปนอกเรือนจําและเจ้าหน้าที่เห็นเป็นการสมควรที่จะต้องใช้เครื่องพันธนาการ (5) เมื่ออธิบดีสั่งว่าเป็นการจําเป็นต้องใช้เครื่องพันธนาการ

อย่างไรก็ดีที่ผ่านมา ราชทัณฑ์ไทยใส่เครื่องพันธนาการผู้ต้องหาทั้งในเวลาเคลื่อนย้ายเเละปรากฏตัวต่อศาล จนมีการเรียกร้องจากนักวิชาการเเละนักกิจกรรมไปจนถึงประชาชนคนธรรมดาที่ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการใช้กุญเเจเท้า ในปี 2559 อังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนเเห่งชาติ กล่าวถึงกรณี 7 นักโทษคดีการเมืองถูกใส่กุญเเจเท้าขณะถูกควบคุมตัว, สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กล่าวในงานเสวนาว่า จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ราชฑัณฑ์ระบุว่าสาเหตุที่ต้องใส่เครื่องพันธนาการเพราะว่ารัฐไม่มีทรัพยากรเพียงพอที่จะควบคุมดูเเลนักโทษ

ปี 2568 นับเป็นวาระครบรอบ 10 ปีตั้งเเต่การรับรองกฎเเมนเดลาเเละเหตุการณ์ที่ศาลยกคำร้องถอดกุญเเจเท้าเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเดือนเกิดของอดีตประธานธิบดีเเอฟริกาใต้อย่าง ‘เนลสัน เเมนเดลา’ ผู้มีชื่อเสียงจากการต่อต้านการเเบ่งเเยกสีผิว ประชาไทจึงขอพามาสำรวจโลกว่านอกจากไทยเเลนด์ เเดนใดยังใช้เครื่องพันธนาการผู้ต้องขังอยู่บ้าง?

สหภาพยุโรป หรืออียู การใส่เครื่อนพันธนาการของอียูมีกฎเรือนจำยุโรปซึ่งในข้อที่ 68 บัญญัติถึงหลักการในการใช้เครื่องพันธนาการ ระบุว่าห้ามใช้โซ่ตรวนหรือเหล็กตรวนเด็ดขาด เว้นเเต่

  • ป้องกันการหลบหนีระหว่างเคลื่อนย้าย เเต่ต้องถอดออกถอดออกเมื่ออยู่ต่อหน้าศาล
  • ป้องกันการทำร้ายตนเอง

ปัจจุบันสหภาพยุโรปมีประเทศสมาชิกอยู่ที่ 27 ประเทศ นอกจากนี้ยังมี ‘คณะกรรมการยุโรปเพื่อป้องกันการทรมานเเละการปฏิบัติหรือการลงโทษที่ย่ำยีเเละลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์’   คณะกรรมการนี้มีหน้าที่ในการเยี่ยมชมเรื่อนจำ, สถานที่กักขัง ซึ่งคณะผู้เเทนมีสิทธิในการเยี่ยมชมสถานที่กักขังได้ไม่จำกัด เเละมีสิทธิในการสัมภาษณ์ผู้ที่ถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพ หลังจากการเยี่ยมชมคณะผู้เเทนจะทำหนังสือรายงานโดยละเอียดไปถึงรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงข้อเสนอเเนะ, ข้อคิดเห็น, ข้อเรียกร้อง โดยรายงานดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจากับรัฐนั้นๆ

ประเทศอังกฤษ ซึ่งอยู่นอกสหภาพยุโรป ในระหว่างการพิจารณาคดีจะไม่มีการใส่เครื่องพันธนาการ เเก่ผู้ต้องขัง ถึงเเม้จะมีข้อยกเว้นในกรณีที่ผู้ต้องขังมีท่าที่หลบหนีเเละใช้กำลัง เเต่อำนาจในการพิจารณาการใส่เครื่องพันธนาการจะอยู่ที่ ‘ศาล’ ไม่ใช่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลด้านความปลอดภัย

สหรัฐอเมริกา เคยมีประเด็นเกี่ยวกับการใส่เครื่องพันธนาการระหว่างการพิจารณาคดี

เมื่อปี 2539  คาร์แมน เด็ค ถูกจับในข้อหาฆ่าชิงทรัพย์ ถัดมาเขาได้ร้องต่อศาลสูงมิสซูรีกรณีใส่เครื่องพันธนาการระหว่างการพิจารณาดคี ละเมิดกฎหมายรัฐมิสซูรีเเละรัฐธรรมนูญ จนกระทั่งในปี 2548 คำตัดสินระบุว่าตัวกฎหมายห้ามใ้ช้เครื่องพันธนาการอย่างชัดเจน เว้นเเต่จะเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของห้องพิจารณาคดี เเละการใส่เครื่องพันธนาการอาจทำให้คณะลูกขุนมีอคติต่อจำเลย 

ที่มา : Nichibenren TV

ญี่ปุ่น แม้ไม่มีการใส่กุญแจเท้า แต่เมื่อปี 2564 กลุ่มทนายความประเทศญี่ปุ่นได้รณรงค์ให้เลิกใช้เครื่องพันธนาการอย่างกุญเเจมือมีเชือกจูงเพื่อป้องกันการหลบหนีซึ่งจะใช้ในช่วงเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังเข้า-ออกห้องพิจารณาคดี แม้ว่าในระหว่างการพิจารณาคดีผู้ต้องขังจะต้องถูกถอดเครื่อนพันธนาการออกอยู่แล้ว เเต่ภาพของผู้ต้องขังขณะใส่เครื่องพันธนาการเดินเข้าห้องพิจารณาคดีเป็นสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาผู้คนที่นั่งอยู่ในห้องพิจารณาคดี ซึ่งกลุ่มทนายให้เหตุผลว่าธรรมเนียมปฏิบัติดังกล่าวอาจบ่อนทำลายหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์  

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง