'โจชัว หว่อง' นักกิจกรรมประชาธิปไตยฮ่องกง เผชิญคดีซ้ำซ้อน เขาถูกสั่งฟ้องคดีความมั่นคงแห่งชาติเป็นรอบที่ 2 โดยอ้างว่าเขาสมคบคิดกับนักกิจกรรมที่ลี้ภัยในต่างชาติ นาธาน หลอ และ "บุคคลไม่ทราบชื่ออีกคนหนึ่ง" โดยจะมีการส่งคดีนี้ไปพิจารณาในชั้นศาลสูงของฮ่องกง ซึ่งถ้าหากเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดในครั้งนี้ก็อาจจะต้องเผชิญโทษจำคุกตลอดชีวิต

โจชัว หว่อง | แฟ้มภาพ Studio Incendo (CC BY 2.0)
มีการประกาศว่าจะส่งคดีของ โจชัว หว่อง นักกิจกรรมประชาธิปไตยฮ่องกง ไปพิจารณาต่อที่ศาลสูง คดีที่ว่านี้เป็นคดีความมั่นคงแห่งชาติที่หว่องต้องเผชิญเป็นรอบที่ 2 แล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี่้เขาเคยถูกตัดสินลงโทษจำคุกเกือบ 5 ปี ด้วยกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่จีนบังคับใช้กับฮ่องกง ในเรื่องที่เขามีส่วนในการจัดเลือกตั้งจำลองอย่างไม่เป็นทางการ
และในตอนที่หว่องยังคงรับโทษในเรือนจำนั้นเอง ก็มีการสั่งจับกุมเขาอีกรอบ ด้วยข้อหาจากกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ทำให้เขาต้องเผชิญคดีจากกฎหมายนี้เป็นรอบที่สองทั้งๆ ที่กำลังรับโทษจากคดีแรกอยู่
โดยในครั้งนี้หว่องถูกกล่าวหาว่าเมื่อช่วงระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม-23 พฤศจิกายน 2563 เขาได้ร่วมสมคบคิดกับ นาธาน หลอ ผู้ที่เป็นนักกิจกรรมพลัดถิ่น และ "บุคคลไม่ทราบชื่ออีกคนหนึ่ง" เพื่อเรียกร้องให้ต่างชาติหรือบุคคลภายนอกกระทำการที่เป็นปฏิปักษ์ต่อฮ่องกงหรือจีน
ผู้พิพากษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ วิกเตอร์ โซ ได้ยืนยันว่าจะมีการเลื่อนการพิจารณาคดีไปเป็นวันที่ 9 กันยายน นี้ และจะมีการส่งต่อคดีจากศาลแขวงซึ่งเป็นศาลชั้นต้นของฮ่องกงไปยังศาลสูง ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วคดีที่เกี่ยวกับกฎหมายความมั่นคงฮ่องกงมักจะพิจารณาคดีที่ศาลสูง โดยที่จำเลยมีโอกาสจะถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิตถ้าหากถูกตัดสินว่ามีความผิด
การดำเนินคดีในครั้งนี้มีกงสุลของต่างชาติทั้งจากสหภาพยุโรป, สหรัฐฯ และฝรั่งเศส เข้าไปรับฟังด้วย และมีข้อสังเกตว่ามีการวางกำลังตำรวจแน่นหนาเป็นพิเศษรอบอาคารศาลที่พิจารณาคดี
โจชัว หว่อง เป็นนักกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตยที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของอ่องกง เขาเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำนักศึกษาที่จัดการประท้วงเมื่อปี 2555 เป็นการประท้วงเพื่อต่อต้านแผนการของรัฐบาลที่เสนอให้โรงเรียนของฮ่องกงมี "หลักสูตรศีลธรรมและความรักชาติ" ต่อมาในปี 2557 หว่องก็ได้มีส่วนในขบวนการร่ม ซึ่งเป็นขบวนการประชาธิปไตยในฮ่องกง ในตอนนั้นหว่องเพิ่งจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย
หว่องถูกควบคุมตัวโดยทางการฮ่องกงเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการประท้วงปี 2562 และถูกตัดสินให้จำคุก 13 ปีครึ่ง
ต่อมาก็มีการตัดสินลงโทษหว่องด้วยคดีความมั่นคงแห่งชาติในรอบแรกคือเมื่อเดือน พฤศจิกายน 2567 ทำให้เขาต้องโทษจำคุก 4 ปีกับอีก 8 เดือน ในคดีนี้มีการกล่าวหาว่าหว่องได้ทำการสมคบคิดเพื่อล้มล้างอำนาจปกครองภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่จีนบังคับใช้กับฮ่องกง จากการมีส่วนร่วมในการจัดการเลือกตั้งจำลอง
และในครั้งล่าสุดนี้ทางการฮ่องกงอาศัยกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติมาดำเนินคดีกับหว่องอีกครั้งเป็นหนที่สอง โดยอ้างข้อหาสมคบคิดกับต่างชาติ กล่าวหาว่าหว่องสมคบคิดกับอำนาจต่างชาติหรือองค์กรต่างชาติในการ "สกัดกั้นการบัญญัติและบังคับใช้กฎหมายกับนโยบาย" ในฮ่องกงและจีน "ในแบบที่อาจจะส่งผลกระทบอย่างหนัก"
นอกจากนี้ยังมีการกล่าวหาหว่องในเรื่องการฟอกเงินแต่ก็ไม่มีการสั่งฟ้องดำเนินคดีในข้อหานี้
ตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2563 เป็นต้นมา ทางการจีนก็ได้บังคับใช้กฎหมายความมั่นคงโดยให้สอดแทรกไว้ในรัฐธรรมนูญขนาดเล็กของฮ่องกงที่เรียกว่ากฎหมายพื้นฐาน โดยมีการกำหนดโทษให้กับข้อหาต่างๆ อย่างการล้มล้างการปกครอง, ปลุกระดม, สมคบคิดกับต่างชาติ และก่อการร้าย ซึ่งมีการตีความแบบกว้างๆ ให้รวมไปถึงการทำให้การคมนาคมหรือโครงสร้างพื้นฐานหยุดชะงักด้วย จึงกลายเป็นการให้อำนาจตำรวจในการกวาดต้อนจับกุมผู้คนจำนวนมาก ส่งผลให้ภาคประชาสังคมในฮ่องกงหายไป จนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายกลุ่มรวมถึงจากสหประชาชาติ
เรียบเรียงจาก
Hong Kong activist Joshua Wong’s second nat. security case to be transferred to High Court, HKFP, 08-08-2025
Jailed Hong Kong activist Joshua Wong charged with conspiring to collude with foreign forces, HKFP, 06-06-2025
