Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เมื่อไม่นานนี้ทางการเดนมาร์กได้เรียกตัวทูตสหรัฐฯ ในประเทศตัวเองเข้าพบ หลังจากที่สื่อสาธารณะช่องหลักของเดนมาร์กได้รายงานว่ามีผู้คนอย่างน้อย 3 ราย ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับโดนัลด์ ทรัมป์ ทำตัวเป็นอินฟลูฯ ปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสารแบบไอโอ เรียกร้องให้ประชาชนในกรีนแลนด์ต่อต้านรัฐบาลเดนมาร์ก เรื่องนี้มีที่มาอย่างไรกันแน่ ทำไมถึงกลายเป็นประเด็นได้?

รัฐมนตรีต่างประเทศของเดนมาร์กได้เรียกตัวทูตระดับสูงของสหรัฐฯ ประจำเดนมาร์กเข้าพบ ณ กรุงโคเปนเฮเกน เพื่อให้มีการหารือกัน หลังจากที่สื่อสาธารณะช่องหลักของเดนมาร์กได้รายงานกรณีที่มีพบว่ามีบุคคลอย่างน้อย 3 รายที่มีส่วนพัวพันกับปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารแบบปิดลับในกรีนแลนด์โดยพวกเขาน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

ก่อนหน้านี้ทรัมป์มักจะพูดมาโดยตลอดว่า พื้นที่เกาะกรีนแลนด์ซึ่งเป็นดินแดนกึ่งปกครองตนเองภายใต้อาณาเขตของเดนมาร์กนั้น ควรจะถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ ในขณะที่เดนมาร์กและกรีนแลนด์ต่างก็ยืนยันว่าเกาะกรีนแลนด์ที่มีร่ำรวยด้วยทรัพยากรแร่นั้นไม่ได้มีไว้สำหรับขาย ในขณะเดียวกัน ทรัมป์ก็ยังคงพิจารณาความเป็นไปได้ว่าจะยึดกรีนแลนด์ด้วยกำลังทหารถึงแม้ว่าเดนมาร์กจะเป็นพันธมิตรกับนาโตก็ตาม

กรีนแลนด์ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของแคนาดา รับเป็นพื้นที่อาณาเขตภายใต้การปกครองของเดนมาร์กที่มีรัฐบาลจากการเลือกตั้งเป็นของตัวเอง กรีนแลนด์ตั้งอยู่ระหว่าง สหรัฐฯ, รัสเซีย และยุโรป ทำให้พื้นที่นี้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ทั้งในแง่เศรษฐกิจและในแง่ของการทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีภาวะที่ทะเลน้ำแข็งลายก็จะกลายเป็นการเปิดเส้นทางเดินเรือสายใหม่ผ่านมหาสมุทรอาร์คติกได้

ข้อกล่าวหาจากเดนมาร์ก

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา สื่อสาธารณะเดนมาร์ก DR ได้รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงพบว่ามีชาวอเมริกันอย่างน้อย 3 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ทรัมป์ ได้ทำตัวเป็นอินฟลูเอนเซอร์เชิงการเมืองในโลกออนไลน์ ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารในพื้นที่กรีนแลนด์

แหล่งข่าว 8 รายที่ให้ข่าวกับสื่อ DR เชื่อว่า อินฟลูฯ อเมริกันที่เกี่ยวข้องกับทรัมป์มีความพยายามบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างเดนมาร์กกับสังคมของชาวกรีนแลนด์ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าพวกเขากระทำการด้วยตนเองหรือได้รับคำสั่งจากใคร

สื่อ DR ระบุอีกว่า มีชาวอเมริกันรายหนึ่งที่กำลังรวบรวมรายชื่อของพลเมืองชาวกรีนแลนด์ที่สนับสนุนแนวทางทรัมป์และที่ต่อต้านแนวทางของทรัมป์ เพื่อที่จะจัดทำรายชื่อของคนที่พวกเขาอาจจะชวนมาเป็นพวกในการแบ่งแยกดินแดนกรีนแลนด์จากเดนมาร์กได้ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนที่พยายามติดต่อกับนักการเมือง, นักธุรกิจ และประชาชนในกรีนแลนด์เพื่อช่วยให้ความต้องการของทรัมป์ในการผนวกรวมกรีนแลนด์เป็นจริงให้ได้

หลังจากที่มีรายงานข่าวนี้ออกมา รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของเดนมาร์ก ลาร์ส ล็อกเก ราสมุนเซน ก็ได้ขอให้มีการเรียกตัวมาร์ค สโตรห์ อุปทูตสหรัฐฯ ประจำเดนมาร์ก เข้าพบเพื่อหารือในประเด็นนี้ ซึ่งทางทำเนียบขาวแถลงต่อสื่อว่าการหารือ "เป็นไปอย่างสร้างสรรค์"

โดยที่ราสมุนเซนได้แถลงต่อสื่อว่าทางกระทรวง "ได้รับรู้ว่ามีผู้กระทำต่างชาติแสดงความสนใจต่อกรีนแลนด์" และมองว่ามันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่คนกลุ่มนี้จะพยายามส่งอิทธิพลต่อประเด็นนี้ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่จะกระทบต่ออนาคตของเดนมาร์ก อีกทั้งยังถือว่าเป็น "การแทรกแซงกิจการภายในต่อเดนมาร์ก" ทำให้เป็นเรื่องที่ "ยอมรับไม่ได้"

ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวโต้ตอบในเรื่องนี้โดยให้สัมภาษณ์กับสื่อ CBS ว่า "พวกเราคิดว่าพวกชาวเดนมาร์กควรจะใจเย็นๆ ก่อน" ในขณะที่กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ แถลงว่าพวกเขาไม่มีความคิดเห็นใดๆ ต่อ "การกระทำของพลเมืองทั่วไปของสหรัฐฯ ในกรีนแลนด์" และบอกว่า "ไม่ได้ควบคุมหรือกำกับการกระทำของพลเมืองทั่วไปเหล่านั้นโดยตรง"

โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวอีกว่า สหรัฐฯ "ให้คุณค่าเรื่องความสัมพันธ์กับเดนมาร์ก ที่นับเป็นประเทศพันธมิตรนาโต และให้คุณค่ากับรัฐบาลและประชาชนกรีนแลนด์ด้วย" ทางโฆษกกล่าวต่อไปว่าสหรัฐฯ "เคารพสิทธิของประชาชนกรีนแลนด์ในการที่จะกำหนดตัวเอง"

นายกรัฐมนตรีของเดนมาร์ก เมตเต เฟรเดอริกเซน กล่าวว่า "การแทรกแซงใดๆ ก็ตามต่อกิจการภายในของราชอาณาจักรเดนมาร์กและต่อประชาธิปไตยของกรีนแลนด์ เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้" เฟรเดอริกเซนยังได้ตั้งข้อสังเกตด้วยว่าฝ่ายอเมริกันไม่ได้ปฏิเสธเรื่องรายงานของสื่อ DR ซึ่งเธอมองว่าเป็นเรื่อง "ร้ายแรง"

นักวิเคราะห์ : เดนมาร์กเรียกอุปทูตสหรัฐฯ เพื่อประท้วงในเรื่องที่สำคัญ

คริสทีน นิสเซน หัวหน้านักวิเคราะห์ที่องค์กรยูโรปา องค์กรคลังสมองในโคเปนเฮเกน กล่าวว่า การที่เดนมาร์กเรียกตัวทูตสหรัฐฯ นั้นเป็นเรื่องที่หายากมาก การที่เดนมาร์กจะถึงขั้นเรียกอุปทูตเข้าพบเพื่อประท้วงอย่างเป็นทางการเช่นนี้ จึงถือเป็นสถานการณ์ที่มีความสำคัญโดยเฉพาะ และเป็นการส่งสัญญาณให้เห็นว่าเดนมาร์กมองเรื่องนี้ว่าร้ายแรงแค่ไหน

"มันไม่ใช่เรื่องการทูตตามกิจวัตรแน่นอน แต่เป็นการแสดงออกเชิงประท้วงอย่างหนักแน่น" นิสเซนกล่าว

ดูเหมือนว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะแสดงความสนใจต่อการผนวกรวมกรีนแลนด์มากขึ้นหลังจากที่ได้เป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง เขาเคยโพสต์ในโซเชียลมีเดียของตัวเองในเดือน ธันวาคม 2567 ว่า "การเป็นเจ้าของและควบคุมกรีนแลนด์นั้นเป็นเรื่องจำเป็นอย่างแน่นอน"

กรีนแลนด์ มีประชากรราว 56,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป้นชนพื้นเมืองชาวอินูอิต เป็นพื้นที่ๆ มีความสำคัญเชิงยุทธศาตร์ต่อสหรัฐฯ ในแง่ที่ว่าเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดที่จะใช้เดินทางจากอเมริกาเหนือไปยุโรปจึงเป็นประโยชน์ต่อยุทธการทางการทหาร

นอกจากนี้กรีนแลนด์ยังเป็นแหล่งทรัพยากรแร่แรร์เอิร์ธที่มีความสำคัญกับการผลิตสินค้าเทคโนโลยี เคยมีการสำรวจโดยคณะกรรมการยุโรปพบว่ากรีนแลนด์มี "แร่ดิบที่สำคัญ" อยู่ 25 ประเภทจากทั้งหมด 34 ประเภท อีกทั้งยังเป็นแหล่งทรัพยากรน้ำมันและก๊าซด้วย แต่กลุ่มชนพื้นเมืองก็ต่อต้านไม่ให้มีการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซจากดินแดนแห่งนี้

เรียบเรียงจาก
Is Trump trying to engineer Greenland’s secession from Denmark?, Aljazeera, 28-08-2025
Denmark summons U.S. envoy over report people linked to Trump trying to foment dissent in Greenland, CBS News, 27-08-2025
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง