Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ช่วงค่ำของวันที่ 19 ก.ย. 2549 คณะรัฐประหารนำโดย พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ผ่านชื่อ ‘คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.)’ ยึดอำนาจจากรัฐบาลรักษาการของ ทักษิณ ชินวัตร ระหว่างเดินทางไปประชุมสหประชาชาติที่นิวยอร์ก

การรัฐประหารครั้งนี้ เกิดในสมัยทักษิณ 2 หลังชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนท่วมท้นในปี 2548 ก่อนมีการชุมนุมประท้วงทักษิณโดยอ้างเรื่องทุจริต ใช้อำนาจไม่ชอบ และปิดกั้นสื่อ ซึ่งมีแกนนำหลัก 2 คน คือ สนธิ ลิ้มทองกุล และ จำลอง ศรีเมือง หรือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในเวลาถัดมา

แม้ 2 เม.ย. 2549 ทักษิณประกาศยุบสภา จัดการเลือกตั้งใหม่ แต่พรรคไทยรักไทยยังชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง ขณะที่พรรคฝ่ายค้านหลัก (พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย และพรรคมหาชน) รวมตัวคว่ำบาตรการเลือกตั้ง โดยไม่ส่งผู้แทน ขณะที่ประชาชนจำนวนมากกาช่อง “ไม่ประสงค์ลงคะแนน” ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และให้จัดการเลือกตั้งใหม่

จากนั้น มีเกิดข่าวลือแพร่สะพัดว่า “จะเกิดการรัฐประหาร” เนื่องจากมีการสับเปลี่ยนกำลังและขนย้ายรถถังจำนวนหนึ่ง แต่ พลเอก สนธิ ยืนยันผ่านสื่อมวลชนตลอดว่า “จะไม่มีการทำรัฐประหาร”

โฆษณา - Advertising

ขณะที่ กลุ่มพันธมิตรฯ ประกาศยกระดับการชุมนุมครั้งใหญ่ วันที่ 20 ก.ย. 2549 โดยฝ่ายประชาชนที่สนับสนุนทักษิณก็ประกาศนัดหมายชุมนุมในวันเดียวกัน

ตลอดกลางเดือนกันยายน 2549 ทักษิณมีหมายเดินทางไปหลายประเทศเพื่อปฏิบัติภารกิจในฐานะรักษาการณ์นายกฯ โดยนัดหมายของวันที่ 19 กันยายน คือ ประชุมสหประชาชาติ สหรัฐอเมริกา

เวลา 21:00 น. (ประเทศไทย) กำลังทหารจากพลร่มป่าหวาย หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เข้ามาประจำการที่กองบัญชาการกองทัพไทย และในชั่วโมงต่อมา มีขบวนรถถังเคลื่อนพลเข้ามาคุมสะพานมัฆวานรังสรรค์และถนนราชดำเนิน พร้อมด้วยทหารจำนวนมาก

นอกจากนั้น ยังมีทหารได้เข้าไปควบคุมสัญญาณการออกอากาศของโทรทัศน์ทุกช่อง ให้ตัดเข้าโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เพื่อเผยแพร่ประกาศของ คปค. และเปิดเพลงความฝันอันสูงสุด

ในช่วงเวลาเดียวกัน ทักษิณได้พยายามออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขต กทม. พร้อมสั่งปลด พลเอก สนธิ ผ่านทางโทรทัศน์ช่องโมเดิร์นไนน์ (ซึ่งติดตามไปรายงานข่าวภารกิจต่างประเทศขณะนั้น) ที่ยังรอดพ้นจากการถูกกองทัพบุกเข้าไปยึด แต่ประกาศไม่ทันจบ ทหารก็บุกเข้ามาตัดสัญญาณเสียก่อน

เมื่อทำการยึดอำนาจเสร็จสิ้นแล้ว คปค. ได้แต่งตั้ง พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ก่อนที่คณะปฏิรูปฯ จะเปลี่ยนชื่อเป็น ‘คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)’ เพื่อไม่ให้เกิดการตีความว่าการรัฐประหารครั้งนี้เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์

จากนั้น ได้มีการลุกขึ้นมาต่อต้านการยึดอำนาจดังกล่าว ทั้งในฐานะปัจเจกและการรวมกลุ่มของประชาชน เช่น นวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ชนรถถังเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งบาดเจ็บสาหัส ก่อนทำการผูกคอตายกับราวสะพานลอย วันที่ 31 ต.ค. 2549 เพื่อลบคำสบประมาทที่ว่า “ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้”

และมีการรวมกลุ่มการต้านรัฐประหารมีทั้งดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อเนื่องถึงปัจจุบัน และเป็นแรงบันดาลใจในการเคลื่อนไหวภาคประชาชนยุคถัดมา ได้แก่ เครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ (รณรงค์โหวต No ไม่รับร่างประชามติ 2550) และกลุ่มคนเสื้อแดงหรือนปช.

ทั้งนี้ การรัฐประหารทำให้รัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งได้นับการขนานนามว่าเป็น “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” สิ้นสุดลง และมีรัฐธรรมนูญ 2550 แทน

โดยใจความของรัฐธรรมนูญ 2550 คือ การจำกัดอำนาจรัฐ ลดความเข้มแข็งฝ่ายบริหาร เพิ่มอำนาจฝ่ายตุลาการ และมีเนื้อหาที่เพิ่มเติมขึ้นมาในหมวด 1 บททั่วไป คือ การกำหนดให้การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม

สุดท้ายนี้การรัฐประหาร 2549 ยังถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้งในฐานะ “จุดเริ่มต้นความขัดแย้งการเมืองไทย” ที่ให้อำนาจนอกระบบเข้ามาสกัดการดำเนินงานของกลไกรัฐสภา และการดำเนินคดีทางการเมืองกับประชาชนที่ออกมาใช้เสรีภาพการแสดงออกทางการเมือง ซึ่งเป็นหมุดเริ่มต้นของการเสนอให้มีการนิรโทษกรรมในช่วงเวลาที่ผ่านมา

 

อ้างอิง

 

หมายเหตุ - ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปริญญานิพนธ์วารสารสนเทศและสื่อใหม่ (Senior Project) ของนิสิตภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2567 โดยมีผู้จัดทำคือ โยษิตา สินบัว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising