30 ก.ย. 2549 หลังการรัฐประหารโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ได้ปรากฏภาพข่าว ‘รถแท็กซี่สีม่วงขับพุ่งชนรถถังของคณะรัฐประหาร’ ทราบชื่อคนขับ นวมทอง ไพรวัลย์ บาดเจ็บสาหัส ก่อนจะผูกคอกับราวสะพานลอยในสิ้นเดือนตุลาคม เพื่อลบคำสบประมาท “ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้”
การรัฐประหารเมื่อ 19 ก.ย. 2549 มีภาพบรรยากาศสังคมส่วนหนึ่งเป็นไปด้วยความรื่นเริง ประชาชนบางส่วนออกมามอบสิ่งของและดอกไม้ให้เจ้าหน้าที่ทหาร มีภาพถ่ายทหารกับเด็กและรถถังราวกับเป็นงานวันเด็ก
แต่หลังจากนั้น 11 วัน ได้ปรากฏภาพข่าว นวมทอง ไพรวัลย์ คนขับรถแท็กซี่ วัย 60 ปี ขับรถแท็กซี่สีม่วงพุ่งชนรถถังของ คมช. ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เพราะต้องการเรียกร้องความถูกต้อง หลังเห็นภาพประชาชนถ่ายรูปและนำดอกไม้ไปให้ทหารถือเป็นเรื่อง ‘ไร้สาระ’ จึงต้องการแสดงออกในทางตรงกันข้ามกลุ่มผู้สนับสนุนการรัฐประหาร
นวมทองได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการแสดงออกดังกล่าว ถึงกระนั้น พันเอก อัคร ทิพโรจน์ (ยศขณะนั้น) รองโฆษกคณะปฏิรูปการปกครองฯ ให้สัมภาษณ์ว่า “คงไม่มีคนไทยคนใดที่มีอุดมการณ์สูงถึงขนาดที่ต้องทำร้ายตัวเอง โดยการทำลายชีวิต เพื่อประชดหรือเรียกร้องให้ต่อต้านการรัฐประหาร”
จากนั้น 6 ต.ค. 2549 นวมทองได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ไอทีวีถึงสาเหตุที่เขาตัดสินใจขับรถพุ่งชนรถถังซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตว่า
“บ้านเมืองมันไปถึงไหนกันแล้ว มันไม่ควรมีการปฏิวัติเกิดขึ้น ระหว่างขับรถแท็กซี่ ผู้โดยสาร 10 กว่ารายไม่มีใครชอบทั้งนั้น ต่อต้านทั้งนั้น ในใจก็คิดว่า…ลุงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อต่อต้าน ยิ่งคุณไปปิดข่าวชาวบ้านว่ามีแต่คนสนับสนุน เอามาถ่ายเป็นแบ็กกราวนด์อะไร มันไร้สาระสิ้นดี”
“อีกทั้งลุงต้องการให้โลกรู้ ต้องการสร้างประวัติศาสตร์ว่าปฏิวัติครั้งนี้มีแท็กซี่ชนรถถังจนกระทั่งตัวตาย ลุงบอกตรงๆ ว่า ลุงไม่อยากจะอยู่ใต้อำนาจเผด็จการ ประเทศเรา ถ้าปฏิวัติอีก มันก็เหมือนกับพม่า”
แต่บทสัมภาษณ์ของนวมทองไม่ได้ออกอากาศทันที เนื่องจากอยู่ระหว่างกฏอัยการศึกขณะนั้น และจะเผยแพร่เมื่อกฏอัยการศึกยกเลิกไปแล้ว แต่หลังจากนั้นประมาณ 15 วัน นวมทองได้โทรหา จอม เพชรประดับ (ผู้สื่อข่าวที่สัมภาษณ์) บอกว่า “คุณจอมครับ เทปนั้นเก็บไว้ให้ดีๆ”
1 เดือนต่อมา (31 ต.ค. 2549) บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก เยื้องกับที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ก็ได้พบศพ ‘นวมทอง ไพรวัลย์ ผูกคอตายกับราวสะพานลอย’ พร้อมจดหมายลาตายชี้แจงว่า
“เมื่อหายป่วยดีก็จะทำมาหากินขับรถแท็กซี่ ไม่ก่อวีรกรรมอีกต่อไป แต่พบข้อความการให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ของท่านรองโฆษก คปค. ในเชิงปรามาสดังกล่าวก็เลยต้องสนองตอบกันหน่อย เพราะนิสัยคนไทยฆ่าได้แต่หยามไม่ได้”
โดยเหตุผลที่นวมทองเลือกวันสุดท้ายของเดือนตุลาคม เพราะเป็นเดือนที่วิญญาณของวีรชนสถิตอยู่ที่อนุสรณ์สถานฯ ที่ทำการพลีชีพก็เพื่อเรียกร้องมาซึ่งประชาธิปไตย และวิญญาณของผมก็จะสถิตอยู่กับเหล่าวีรชนแห่งนี้ตลอดไป
“สุดท้ายขอให้ลูกๆ และภรรยาจงภูมิใจในตัวพ่อ ไม่ต้องเสียใจ ชาติหน้าเกิดมาคงไม่พบเจอการปฏิวัติอีก ลาก่อน พบกันชาติหน้า”
อ้างอิง
- จอม เพชรประดับ : บันทึกชีวิต ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ 9 ปีที่ ประชาธิปไตยสิ้นใจ | ประชาไท
- ย้อนอ่านจดหมาย "ลุงนวมทอง ไพรวัลย์" เขียน ก่อนปลิดชีพตัวเองต้านรัฐประหาร 2549 - มติชนสุดสัปดาห์
- สัมภาษณ์: จอม เพชรประดับ และถ้อยคำสุดท้ายของ "นวมทอง ไพรวัลย์" | อ่านให้ฟัง
หมายเหตุ - ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปริญญานิพนธ์วารสารสนเทศและสื่อใหม่ (Senior Project) ของนิสิตภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2567 โดยมีผู้จัดทำคือ โยษิตา สินบัว
