'สว.พิสิษฐ์' ยืนยันรับร่าง สสร. ทุกพรรค เพื่อมาหารือในชั้น กมธ. แม้ติดใจ 2 ประเด็นในร่างของ ปชน.คือการแก้ไข หมวด 1 และ 2 และ สสร.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ด้าน ‘อลงกต’ หวั่นเจอประณามว่า ‘ขวางลำ’ หากไม่รับ
สืบเนื่องจาก 14-15 ต.ค. 2568 ที่ประชุมรัฐสภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา จะมีวาระพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วย สสร. หรือสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยปัจจุบัน มี 3 พรรคการเมืองที่เสนอเข้ามา ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย
13 ต.ค. 2568 เว็บไซต์ ข่าวสด รายงานเมื่อ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กล่าวถึงการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในวันที่ 14-15 ต.ค.นี้ เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพิ่มหมวด 15/1 ซึ่งมีทั้งหมด 3 ฉบับว่า ส่วนตัวได้อ่านหมดแล้วทั้ง 3 ร่าง ดังนั้น ในการพิจารณารับหลักการวาระที่หนึ่ง ก็คงจะรับทุกร่าง เพราะแต่ละร่างก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย จะบอกว่าร่างใดร่างหนึ่งดีทั้งหมดแล้วเอาไปใช้เลยมันไม่มี ก็ต้องนำมาพูดคุยกันทั้ง 3 ร่างในวาระที่สอง ว่าจะเอาส่วนดีของร่างไหนมาพิจารณา ซึ่งก็เหมือนกับกฎหมายทั่วไป
พิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า จริงๆ แล้วใช้เสียง สว.แค่ 1 ใน 3 หรือประมาณ 67 เสียง ซึ่งไม่เยอะ ดังนั้นในส่วนตัวจึงคิดว่าน่าจะผ่านวาระที่หนึ่งทั้ง 3 ร่างของพรรคการเมือง
อย่างไรก็ตาม พิสิษฐ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวยังติดใจร่างของพรรคประชาชน ในการแก้ไข หมวด 1 และ หมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ และอีกประเด็นคือสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ตามคำวินิจฉัยของศาล รธน. ห้ามให้ประชาชนเลือกโดยตรง ซึ่งในร่างของพรรคประชาชนมี 2 เรื่องนี้ที่ยังติดใจเป็นหลัก แต่มีประเด็นอื่นที่ดี ก็อาจจะต้องเอามาใช้ เพราะฉะนั้น ส่วนตัวจะรับร่าง 3 ร่างก่อน และค่อยมาพิจารณาอีกว่าจะใช้อันไหนบ้าง
ส่วนรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนของ สว.ที่ยังมีปัญหาอยู่นั้น พิสิษฐ์ กล่าวว่า รายชื่อทั้งหมดเราเริ่มต้นจากให้คณะกรรมาธิการสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กำหนดให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง ได้โควตาไปก่อน 1 รายชื่อ ในทั้งหมด 12 รายชื่อ จึงเหลือ 11 รายชื่อจาก 20 กมธ.สามัญประจำวุฒิสภา ซึ่งวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว.ในฐานะเลขานุการวิปวุฒิสภา เป็นผู้จับฉลากเอง ซึ่งเขาอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ก็มี กมธ.การกฎหมาย และการยุติธรรม วุฒิสภา ที่เป็นปัญหา และเมื่อวันที่ 10 ต.ค. เขาได้คุยกับเลขานุการ กมธ.การกฎหมายฯ ทางนั้นบอกว่าคนที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมวันนั้นก็เหมือนกับไม่พอใจว่าทำไมให้ชื่อ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว.กมธ.ฯ ไปเป็น กมธ.วิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ เลย โดยที่เขายังไม่รู้เลยทำไมเป็นอย่างนี้ ทำให้มีการทะเลาะกันในที่ประชุม จนล่าสุดเห็นมีบันทึกออกมา ซึ่งน่าจะส่งไปยังมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในวันที่ 13 ต.ค.นี้ ส่งคืนโควตานี้ไปดำเนินการใหม่
เมื่อถามว่าเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจะให้ สว.คนใดมาเป็น กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญฯ แทน พิสิษฐ์ กล่าวว่า คงต้องจับฉลากใหม่อยู่ดีโดยจับเฉพาะ กมธ.ที่ไม่ได้คราวที่แล้ว ซึ่งมีทั้งหมด 9 คณะ ก็จะจับขึ้นมาอีกหนึ่งให้ไปเป็นตัวแทน อย่างไรก็ตาม เขาไม่ทราบด้วยซ้ำไปว่าทาง กมธ.การกฎหมายฯ ส่งชื่อ นพ.เปรมศักดิ์ แต่แรก แต่เมื่อทาง กมธ.การกฎหมายฯ ถอนออกไปแล้ว ก็คงเอาตามมติของ กมธ.การกฎหมายฯ เป็นหลัก ส่วนที่ นพ.เปรมศักดิ์ จะนำเรื่องนี้ไปพูดในที่ประชุมร่วมรัฐสภาก็คงห้ามไม่ได้ เพราะจริงๆ เรื่องนี้อยู่ที่มติของ กมธ.การกฎหมายฯ เราก็ต้องยึดตามนั้น
ด้านเพจเฟซบุ๊กสื่อ The Standard และยูทูบ ‘เรื่องเล่าเช้านี้’ รายงานว่า เมื่อ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา อลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา ได้แถลงข่าวต่อสื่อ ถึงการผ่านร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ร่างว่าไม่มีความเห็น เพราะเหมือนมีตุ๊กตาของคนนั้นคนนี้ มีแต่ร่าง แต่ร่างรัฐธรรมนูญตัวจริงยังไม่ออกมา
อลงกต ยืนยันว่าไม่ได้มีแนวโน้มจะไม่รับทั้ง 3 ร่าง แต่การพิจารณาครั้งนี้คือขั้นรับหลักการ ถ้า สว.ไม่รับจะเกิดอะไรขึ้น สังคมจะประณามหรือไม่ เพราะพรรคการเมืองหลายพรรคตอนหาเสียงบอกว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ และต้องใช้เสียง สว.สนับสนุน แต่ปัญหาเกิดขึ้นมาในเมื่อตอนนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยชัดเจนว่าต้องทำประชามติ ดังนั้น กระบวนการเห็นชอบในหลักการน่าจะไม่ใช่ปัญหา แต่ไม่ได้เห็นชอบในเนื้อหา เพราะยังไม่เห็นรายละเอียด และเป็น 3 ร่างที่ สสร.จะเอามาใช้หรือไม่ ยังไม่รู้เลย
"สรุปน่าจะรับหลักการให้แก้ไข เพื่อให้เข้าไปสู่กระบวนการในวาระ 2 และให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าไปได้ ส่วนร่างเป็นอย่างไร ไม่ได้อยู่ที่สาระ แต่อยู่ที่ สสร. ซึ่ง สสร.อาจจะดึง 1 ใน 3 ร่าง หรือ 2 ใน 3 ร่าง หรือจะร่างขึ้นมาใหม่ แล้วแต่ สสร. เพราะ สสร. ไม่ได้เป็นคนเสนอ 3 ร่างนี้ ผมจึงเชื่อว่าน่าจะมีร่างที่ 4 ดังนั้น ถ้าไม่รับหลักการ คนก็จะกล่าวหาว่า สว. ขวางลำอีกแล้ว" อลงกต กล่าว
นอกจากนี้ อลงกต กล่าวต่อว่า เขาจะอภิปรายว่ารัฐธรรมนูญควรมีธงไปทางไหน โดยจะตั้งคำถามว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันแก้ปัญหายาเสพติดได้หรือไม่ สามารถแก้ปัญหาคนที่เป็นหนี้เป็นสินได้หรือไม่ รัฐธรรมนูญช่วยอะไรได้บ้าง สว. มีการฮั้วรัฐธรรมนูญ แก้ปัญหาเรื่องฮั้วได้หรือไม่ เช่น มี สส. บางคนถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าห้ามเล่นการเมือง แต่ก็ยังเห็นอดีต สส. บางคนเข้าไปอยู่ในกรรมาธิการ แล้วรัฐธรรมนูญดูแลอะไรบ้าง รัฐธรรมนูญทำให้คนมีความรู้สึกว่ามีหน้าที่มากขึ้นหรือไม่ ไม่ใช่มีแต่คำว่าสิทธิเสรีภาพ ให้คนในประเทศมีคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ สังคม ดีขึ้นหรือไม่
"ผมจะมองทุกมุม และจะพูดเรื่องพวกนี้มากกว่าที่จะไปบอกว่าร่าง 1 ร่าง 2 ร่าง 3 เป็นอย่างไร และจะถามว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญที่จะออกมาตอบโจทย์ เศรษฐกิจสังคม การเมืองไทย หรือไม่ ถ้าไม่ตอบโจทย์แล้วจะมีประโยชน์อะไร ดังนั้นก็จะรับหลักการไปก่อน เพราะจะเข้าไปสู่โหมดของการตั้ง สสร. เพื่อให้การเมืองเดินหน้าได้ ทั้งนี้ ผมไม่ได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการจับฉลากกัน" อลงกต กล่าว
นอกจากการสนับสนุน สว.ในเรื่องการรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ก็ต้องมาจับตาดูกันด้วยว่าจะใช้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญร่างไหนเป็นร่างหลัก ซึ่งต้องดูในการประชุมรัฐสภา วันที่ 14-15 ต.ค. 2568 ที่จะถึงนี้
