'สะพัด' รายงานข่าวจาก กกต. ความคืบหน้าการพิจารณาคดีฮั้ว สว. โดยมติคณะอนุกรรมการฯ 5 ต่อ 2 มองผู้ถูกกล่าวหา 229 คนไม่มีมูลความผิด ด้านเสียงส่วนน้อยมองควรชี้มูลความผิด สว.ชุดปัจจุบัน 134 คน จับตาคณะกรรมการชุดใหญ่มีความเห็นชี้ขาดอย่างไร ด้าน DSI มองมติดังกล่าวไม่มีผลต่อการสอบสวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน
12 มี.ค. 2569 เว็บไซต์สื่อ ฐานเศรษฐกิจ และสื่ออีกหลายสำนัก รายงานตรงกันวันนี้ (12 มี.ค.) รายงานข่าวจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาคดีสำคัญเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือที่เรียกชื่อเล่นว่า ‘คดีฮั้ว สว.’ ว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งได้รับมอบหมายให้พิจารณาสำนวนการไต่สวนส่วนกลางที่ 87 ได้มีมติด้วยเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เห็นค้านผลการสอบสวนเดิมของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง
มติดังกล่าวระบุว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 ราย “ไม่มีมูลความผิด” ตามข้อกล่าวหาที่ถูกร้องเรียน โดยผู้ถูกกล่าวหาประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันจำนวน 138 ราย และกลุ่มนักการเมือง รวมถึงกรรมการบริหารพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกพรรคการเมือง และบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 91 ราย
ทั้งนี้ มติของคณะอนุกรรมการจะถูกจัดทำเป็นรายงานอย่างเป็นทางการ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการ กกต.ชุดใหญ่ ซึ่งมีกรรมการรวม 7 คน พิจารณาวินิจฉัยขั้นสุดท้ายว่า จะเห็นชอบตามมติดังกล่าวหรือไม่
เสียงข้างน้อยชี้ควรดำเนินคดี
รายงานข่าวยังระบุว่า ในการประชุมพิจารณาครั้งล่าสุด มีกรรมการจำนวน 2 คน แสดงความเห็นแย้งกับมติส่วนใหญ่ โดยเห็นว่าควรมีการชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 134 ราย จากกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเสียงข้างมากมีมติว่าไม่มีมูลความผิด จึงทำให้ข้อกล่าวหาต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 ราย มีแนวโน้มที่จะถูกยุติ หากคณะกรรมการ กกต.ชุดใหญ่เห็นชอบตามมติดังกล่าว
ดูต่อ กกต.ชุดใหญ่ชี้ขาดอย่างไร
ขั้นตอนต่อจากนี้ คณะอนุกรรมการจะต้องจัดทำรายงานสรุปความเห็นอย่างเป็นทางการ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการ กกต.ชุดใหญ่พิจารณา
หาก กกต.ชุดใหญ่มีมติยืนยันตามข้อเสนอของอนุกรรมการ ก็จะทำให้คดีฮั้ว สว. ที่มีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมากนี้สิ้นสุดลงโดยไม่มีการดำเนินคดี
แต่หาก กกต.เห็นต่าง ก็อาจมีการสั่งให้ตรวจสอบเพิ่มเติม หรือดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
ผลการพิจารณาของ กกต.ชุดใหญ่ในคดีนี้ ถือเป็นประเด็นสำคัญที่สังคมจับตามอง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับสมาชิกวุฒิสภา และเครือข่ายนักการเมืองจำนวนมาก
รายชื่อคณะอนุกรรมการ
คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงาน ได้แก่
- ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อดีตรองอธิบดีดีเอสไอ เป็นประธาน
- อนุชา จันทร์สุริยา ที่ปรึกษา กกต.
- อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก
- นันทศักดิ์ พูลสุข อดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร
- เชาวนะ ไตรมาศ อดีตเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ
- เดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
- ธัชสกล พรหมจมาศ อดีตที่ปรึกษา กกต.
DSI มองไม่มีผลต่อการสอบสวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน
ในวันเดียวกัน เว็บไซต์ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า รายงานข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เผยว่า ความเห็นดำเนินคดีก่อนหน้านี้ของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 ที่เคยมีมติดำเนินคดีผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 229 ราย จะถูกนำไปพิจารณาในชั้นของ กกต.ชุดใหญ่เช่นเดียวกัน โดยทั้ง 2 อนุกรรมการทั้งของ กกต. และดีเอสไอ มีบทบาทเป็นเหมือนที่ปรึกษา ให้ความเห็น หารือ และเป็นผู้กลั่นกรองสำนานคดีให้แก่ กกต. และรายละเอียดพฤติการณ์ของผู้เกี่ยวข้อง
ท้ายสุดคนที่ชี้ขาดจะเป็นคณะกรรมการ กกต.ชุดใหญ่ ซึ่งจะพิจารณาสำนวนความเห็นของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ที่เคยมีมติดำเนินคดีบุคคลใดบ้าง และโดยพฤติการณ์ใดบ้าง และแตกต่างจากความเห็นกลั่นกรองสำนวนของคณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 36 ของ กกต.อย่างไร
รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยอีกว่า ขณะเดียวกัน สำนวนคดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ของดีเอสไอ อยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติมจากการตีกลับสำนวนโดยอัยการคดีพิเศษนั้น ยังคงต้องดำเนินการต่อไปตามคำสั่งที่ให้ไปรวมสำนวนกับ กกต.
โดยกำหนดให้รวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับคน 7 กลุ่ม ที่ กกต.ได้ดำเนินการไว้ จึงย้ำว่าความเห็นของคณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 36 ในสำนวนคดีฮั้ว สว. ย่อมไม่มีผลเด็ดขาดต่อการสอบสวนในคดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ของดีเอสไอ เพราะสอบสวนด้วยกฎหมายคนละฉบับกัน
นอกจากนี้ ดีเอสไอต้องปฏิบัติตามคำสั่งของอัยการคดีพิเศษให้ครบถ้วน รวมทั้งต้องรอดูในส่วนของการชี้ขาดโดย กกต.ด้วย
