ตลอดอายุการทำงานห้าปีของ สว.ชุดปัจจุบัน (สว.2567 ที่จะอยู่ในตำแหน่งไปถึงปี 2572) จะสามารถเลือกผู้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระได้ “เกินครึ่ง” เพื่อแทนคนที่ทยอยพ้นวาระไป และยังมีอำนาจให้ความเห็นชอบข้าราชการระดับสูงบางตำแหน่งที่กฎหมายระดับพระราชบัญญัติกำหนดไว้ได้อีกด้วย
สว.ชุดนี้มีจำนวน 200 คน มาจากการ “แบ่งกลุ่ม–เลือกกันเอง” เข้าสู่ตำแหน่งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 โดยจะอยู่ในตำแหน่งไปจนถึงเดือนกรกฎาคม 2572
ข้อมูลที่รวบรวมโดยไอลอว์ชี้ว่า สว.ชุดปัจจุบันที่ทำงานไปแล้วเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปีครึ่งนั้น ได้ลงมติ ‘ตีตก’ แคนดิเดตองค์กรอิสระไปแล้ว 9 คน เมื่อเทียบกับจำนวนยอด ‘ตีตก’ แคนดิเดตองค์กรอิสระโดย สว.ชุดที่แล้วซึ่งทำงานมา 5 ปีครบวาระ อยู่ที่ 12 คน จะเห็นได้ว่ายอด ‘ตีตก’ จาก สว.ทั้งสองชุด ต่างกันเพียงนิดเดียว ทั้งที่ระยะเวลาทำงานต่างกันมาก

น่าสนใจว่า ก่อนที่ สว.จะให้แคนดิเดตคนไหน ‘ผ่าน’ หรือ ‘ตก’ นั้น อันที่จริงแล้วแคนดิเดตเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็จะต้องผ่านการคัดเลือกจาก “คณะกรรมการสรรหา” มาก่อนแล้ว
เทวฤทธิ์ มณีฉาย สว.ที่อยู่ในกลุ่มเสียงส่วนน้อย ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตในประเด็นนี้ด้วยว่า มติของ สว. ที่จะให้ผ่านหรือตีตก ในหลายๆ ครั้งก็สวนทางกับมติของคณะกรรมการสรรหา
“สัดส่วนการให้ผ่านหรือตีตกของ สว. ไม่เพียงสะท้อนอำนาจของ สว. โดยเฉพาะชุดปัจจุบันที่เสียงส่วนใหญ่เกิน 140 จาก 200 คน นั้นเป็นเอกภาพแล้ว แต่ยังสะท้อนทิศทางของกรรมการสรรหาที่มีตัวแทนจากองค์กรดังกล่าว กับ สว. ว่าเป็นไปในทางเดียวกันหรือไม่ด้วย เพราะแม้แคนดิเดตบางคนผ่านมติจากกรรมการสรรหาเป็นเอกฉันท์ แต่กลับไม่ผ่าน สว. (เสียงส่วนใหญ่) สิ่งนี้มีให้เห็นบ่อยครั้ง” เทวฤทธิ์ระบุ
หนึ่งในตัวอย่างกรณีดังกล่าว คือ มติของ สว. เมื่อปี 2568 ที่ ‘ตีตกคู่’ ศาสตราจารย์สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โควตาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์ และ ชาตรี อรรจนานันท์ อดีตอธิบดีกรมการกงสุล อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก โควตาผู้ทรงคุณวุฒิสายราชการ
แม้ว่าในรอบคณะกรรมการสรรหา สิริพรรณ กวาดคะแนนแบบ “แลนด์สไลด์” ทั้งแปดเสียงได้ตั้งแต่รอบแรก ส่วน ชาตรี ต้องผ่านการลงมติในรอบคณะกรรมการสรรหาถึงสามรอบ โดยในรอบที่สามเขากวาดคะแนนได้ทั้งหมดแปดเสียง
ทั้งนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีทั้งหมด 9 คน แต่ละคนมีคุณสมบัติเฉพาะตามประสบการณ์ทำงานที่ต่างกัน ทำให้มีการแบ่งกลุ่มตามความเชี่ยวชาญเป็นสี่กลุ่ม มีที่มาจาก 3 ทาง
สำหรับตุลาการในกลุ่ม “ผู้ทรงคุณวุฒิ” ทั้งทางวิชาการหรือสายราชการ จะมาจากการสรรหาของคณะกรรมการสรรหา และส่งให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ

สำหรับที่มาของคณะกรรมการสรรหานั้น รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 203 และมาตรา 217 กำหนดให้คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งขององค์กรอิสระแต่ละองค์กร (ยกเว้น กสม.) ประกอบด้วย
- ประธานศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการ
- ประธานสภาผู้แทนราษฎร
- ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
- ประธานศาลปกครองสูงสุด
- บุคคลซึ่งถูกแต่งตั้งโดยศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระที่มิใช่องค์กรอิสระที่ต้องมีการสรรหาองค์กรละหนึ่งคน ได้แก่
- บุคคลที่ กกต. แต่งตั้งหนึ่งคน
- บุคคลที่ผู้ตรวจการแผ่นดินแต่งตั้งหนึ่งคน
- บุคคลที่ ป.ป.ช. แต่งตั้งหนึ่งคน
- บุคคลที่ กสม. แต่งตั้งหนึ่งคน
- บุคคลที่ คตง. แต่งตั้งหนึ่งคน
- บุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญแต่งตั้งหนึ่งคน
หากสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรใด ก็จะไม่มีตัวแทนองค์กรนั้นมาเป็นกรรมการสรรหา

สว.ชุดนี้ทำงาน 1 ปีครึ่ง ตีตก 'ผู้สมัครองค์กรอิสระ' 9 คน
ตามข้อมูลจากไอลอว์ มีการสรุปภาพรวมการให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรต่างๆ โดยวุฒิสภา ไว้ดังต่อไปนี้
📍ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
- ตลอดอายุการทำงานห้าปีของ สว. 2567 (สว.ชุดปัจจุบัน) จะเลือกได้ 7 ตำแหน่งจาก 9 เพราะมีคนทยอยพ้นวาระไป
- ผลการลงมติเห็นชอบแคนดิเดต มีดังนี้
- เห็นชอบ 1 คน
- นายสราวุธ ทรงศิวิไล
- ไม่เห็นชอบ 3 คน
- ศาสตราจารย์สิริพรรณ นกสวน สวัสดี
- นายชาตรี อรรจนานันท์
- ศาสตราจารย์ ร้อยตำรวจเอก สุธรรม เชื้อประกอบกิจ
- เห็นชอบ 1 คน
📍ป.ป.ช.
- ตลอดอายุการทำงานห้าปีของ สว.ชุดปัจจุบัน จะเลือกคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ 5 ตำแหน่งจาก 9 เพราะมีคนทยอยพ้นวาระ และพ้นตำแหน่งเนื่องจากมีอายุครบ 70 ปี
- ผลการลงมติเห็นชอบแคนดิเดต มีดังนี้
- เห็นชอบ 4 คน
- นายประภาศ คงเอียด
- นายเพียรศักดิ์ สมบัติทอง
- นายสุชาติ สุนทรีเกษม
- นายมนูภาน ยศธแสนย์
- เห็นชอบ 4 คน
- ไม่เห็นชอบ 2 คน
- นายประกอบ ลีนะเปสนันท์
- นายประจวบ ตันตินนท์
📍กกต.
- ตลอดอายุการทำงานห้าปีของ สว.ชุดปัจจุบัน จะเลือกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ 5 ตำแหน่งจาก 7 เพราะมีคนทยอยพ้นวาระ
- ผลการลงมติเห็นชอบแคนดิเดต มีดังนี้
- เห็นชอบ 4 คน
- นายณรงค์ กลั่นวารินทร์
- นายอนันต์ สุวรรณรัตน์
- นายณรงค์ รักร้อย
- นายจิรุตม์ วิศาลจิตร (โปรดเกล้ายัง ?? ต้องเช็ก)
- ไม่เห็นชอบ 1 คน
- นายมณฑล สุดประเสริฐ
- เห็นชอบ 4 คน
📍คตง.
- ตลอดอายุการทำงานห้าปีของ สว.ชุดปัจจุบัน จะเลือกคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ได้ 6 ตำแหน่งจาก 7
- ผลการลงมติเห็นชอบแคนดิเดต มีดังนี้
- เห็นชอบ 4 คน
- นางเกล็ดนที มโนสันติ์
- นางพรพิมล นิลทจันทร์
- นายยุทธพงษ์ อภิรัตนรังษี
- นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร
- ไม่เห็นชอบ 2 คน
- นางสาวพศุตม์ณิชา จำปาเทศ
- นายนิวัติไชย เกษมมงคล
- เห็นชอบ 4 คน
📍กสม.
- ตลอดอายุการทำงานห้าปีของ สว.ชุดปัจจุบัน จะสามารถเลือกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ยกชุด 7 ตำแหน่ง
📍ผู้ตรวจการแผ่นดิน
- ตลอดอายุการทำงานห้าปีของ สว.ชุดปัจจุบัน จะสามารถเลือกผู้ตรวจการแผ่นดินได้ทั้งหมด 3 ตำแหน่ง เพราะมีผู้ที่อายุครบ 70 ปีและผู้ที่ดำรงตำแหน่งครบวาระ
- ผลการลงมติเห็นชอบแคนดิเดต มีดังนี้
- เห็นชอบ 1 คน
- พลตำรวจโท สรายุทธ สงวนโภคัย
- ไม่เห็นชอบ 1 คน
- นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล
- เห็นชอบ 1 คน
สว.ชุดที่แล้วทำงาน 5 ปี ตีตก 'ผู้สมัครองค์กรอิสระ' 12 คน
สว.ชุดที่แล้วมักถูกเรียกว่า “สว.ชุดพิเศษ” จากที่มีจำนวน 250 คน แต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้งหมด ที่มาของ สว.ชุดพิเศษนี้ไม่ได้มีความยึดโยงกับประชาชน ทว่ามีอำนาจสำคัญคือการร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ระยะเวลา 5 ปีแรก
นอกจาก สว.ชุดพิเศษจะร่วมเลือกนายกฯ ได้แล้ว สว.ชุดนี้ยังมีหน้าที่อื่นๆ เช่นเดียวกับวุฒิสภาในอดีต คือการมีอำนาจพิจารณากฎหมาย หรือการให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรต่างๆ (รัฐธรรมนูญ 2540 ให้ สว.มาจากการเลือกตั้ง, รัฐธรรมนูญ 2550 ให้เลือกตั้งผสมสรรหา)
จากผลงานตลอดห้าปีของ สว. ชุดก่อนที่มาจากการแต่งตั้งเคย “ไม่ให้ความเห็นชอบ” ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและกรรมการองค์กรอิสระอย่างน้อย 12 คน สะท้อนให้เห็นว่าต่อให้บุคคลนั้นจะมีคุณสมบัติ ผ่านกระบวนการสรรหาหรือคัดเลือกมาแล้ว ก็อาจ “ชวด” ตำแหน่งดังกล่าวได้ ถ้า สว. ไม่โหวตให้
📍ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ผลการลงมติเห็นชอบแคนดิเดต มีดังนี้
- ได้รับการเห็นชอบ (7)
- นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม
- นายวิรุฬห์ แสงเทียน
- นายจิรนิติ หะวานนท์
- นายนภดล เทพพิทักษ์
- นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์
- ศาสตราจารย์อุดม รัฐอมฤต
- นายสุเมธ รอยกุลเจริญ
- ไม่ได้รับการเห็นชอบ (1)
- นายชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์
📍กกต.
ผลการลงมติเห็นชอบแคนดิเดต มีดังนี้
- ได้รับการเห็นชอบ (2) : นายชาย นครชัย และ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ
📍ผู้ตรวจการแผ่นดิน
ผลการลงมติเห็นชอบแคนดิเดต มีดังนี้
- ผู้ได้รับการเห็นชอบ (2) : รองศาสตราจารย์อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ และ นายทรงศักดิ์ สายเชื้อ
- ไม่ให้ความเห็นชอบ (1) : นายกุลกุมุท สิงหรา ณ อยุธยา
📍ป.ป.ช.
ผลการลงมติเห็นชอบแคนดิเดต มีดังนี้
- ได้รับการเห็นชอบ (6)
- นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา
- นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข
- นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ
- นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์
- นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง
- นายพศวัจณ์ กนกนาถ (ยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ)
- ไม่ได้รับการเห็นชอบ (4)
- ศาสตราจารย์อารยะ ปรีชาเมตตา
- นายสถาพร วิสาพรหม
- นายสมบัติ ธรธรรม
- พลตำรวจโท ธิติ แสงสว่าง
📍กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
ผลการลงมติเห็นชอบแคนดิเดต มีดังนี้
- ได้รับการเห็นชอบ (1): นางสาวศิริลักษณ์ ปั้นน่วม
- ไม่ได้รับการเห็นชอบ (1): นายพัลลภ ศักดิ์โสภณกุล
📍ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
ผลการลงมติเห็นชอบแคนดิเดต มีดังนี้
- ได้รับการเห็นชอบ (1) : นายมณเฑียร เจริญผล
📍กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ผลการลงมติเห็นชอบแคนดิเดต มีดังนี้
- ผู้ได้รับการเห็นชอบ (5)
- นางปรีดา คงแป้น
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ เศรษฐมาลินี
- นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์
- นายวสันต์ ภัยหลีกลี้
- นางสาวสุภัทรา นาคะผิว
- ไม่ได้รับการเห็นชอบ (5)
- นางสาวลม้าย มานะการ
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิชัย ศรีรัตน์
- นายบุญเลิศ คชายุทธเดช
- นางสาวรัชดา ไชยคุปต์
- นายวิวัฒน์ ตามี่
นอกจากอำนาจให้ความเห็นชอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 2560 แล้ว สว. ยังมีอำนาจให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในบางองค์กรที่กฎหมายระดับพระราชบัญญัติกำหนดไว้ เช่น
- ประธานศาลปกครองสูงสุดและตุลาการศาลปกครองสูงสุด
- อัยการสูงสุด
- กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
- เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
- เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
