สภาลากยาวโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับของ 3 พรรค สรุปผลโหวตวาระ1 ที่ประชุมผ่านรับหลักการร่างพรรค 'ภูมิใจไทย' - 'ประชาชน' ส่วนร่าง 'เพื่อไทย' ไม่ได้ไปต่อ ถูกตีตกได้ สว. รับหลักการไม่ถึง 1 ใน 3 ก่อนที่ในการโหวตรอบ 2 พรรคประชาชนจะเฉือนชนะผ่านภูมิใจไทย ผ่านเป็นร่างหลักในการพิจารณาชั้นกรรมาธิการ วาระ 2 ด้วยคะแนน 300 เสียงต่อ 287 เสียง
15 ต.ค. 2568 ที่ประชุมรัฐสภา สมัยพิเศษ วันที่สองลากยาวพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพิ่มหมวด 15/1 โดยมีสมาชิกรัฐสภา สส. และ สว.ผลัดกันอภิปรายถึงร่างแก้ไขทั้ง 3 ฉบับของพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย
วาระ 1 ผ่านร่าง 'ภูมิใจไทย' - 'ประชาชน' สว. คว่ำร่าง 'เพื่อไทย'
สส. และ สว. ลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มหมวด 15/1 จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้ง 3 ร่างของพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย ในการโหวตรอบแรกร่างแก้รัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย ผ่านวาระ 1 ตามเงื่อนไขตามมาตรา 256 (3) ของรัฐธรรมนูญ 2560 ได้เสียงรับหลักการจาก สส. และ สว. ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจากสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดที่มีอยู่ และมีเสียงเห็นชอบจาก สว. เกิน 1 ใน 3
iLaw รายงานผลการลงมติร่างทั้ง 3 ฉบับ มีดังนี้
- ร่างพรรคประชาชน
- ร่างพรรคภูมิใจไทย
- ร่างพรรคเพื่อไทย
ปรากฎว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน ผ่านในการโหวตรับหลักการ ขณะที่ร่างของเพื่อไทยได้รับเสียงเห็นชอบจาก สว. ไม่ถึง 1 ใน 3 ขาดเสียง สว. ไป 6 เสียง ไม่ผ่านวาระ 1 เป็นอันตกไป
เดอะ สแตนดาร์ด ถอดการลงมติของ สว. ส่วนใหญ่กว่าร้อยคน "งดออกเสียง" ให้กับร่างของ "พรรคเพื่อไทย" และลงมติให้กับร่างของพรรคภูมิใจไทย ไม่เว้นแม้แต่ พล.อ. เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ด้วย ซึ่งการลงมติของ สว. สามารถแบ่งได้หลายกลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ไม่รับหลักการให้ร่างพรรคเพื่อไทย อาทิ กมล รอดคล้าย, ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล, เบ็ญจมาศ อภัยทอง, พิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ และ เศก จุลเกษร
กลุ่ม สว. ที่รับหลักการเพียงร่างของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น เช่น พ.ต.อ. กอบ อัจนากิตติ, พล.อ. สวัสดิ์ ทัศนา และ อลงกต วรกี ขณะที่ สว. ที่ลงมติไม่รับทั้ง 3 ร่าง ได้แก่ เดชา นุตาลัย และ รัชนีกร ทองทิพย์ ส่วน สว. ที่รับหลักการของทุกร่าง ส่วนใหญ่เป็น สว. กลุ่มอิสระหรือเสียงข้างน้อย เช่น กัมพล ทองชิว, กัลยา ใหญ่ประสาน, ชิบ จิตนิยม, เทวฤทธิ์ มณีฉาย, ธนกร ถาวรชินโชติ, นพดล อินนา, นรเศรษฐ์ ปรัชญากร, ประทุม วงศ์สวัสดิ์, ประภาส ปิ่นตบแต่ง, นพ. เปรมศักดิ์ เพียยุระ, พรชัย วิทยเลิศพันธุ์, มานะ มหาสุวีระชัย, รศ. แล ดิลกวิทยรัตน์, น.ต. วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ, นพ. วีระพันธ์ สุวรรณามัย, เศรณี อนิลบล, สรชาติ วิชญ สุวรรรพรหม, อังคณา นีละไพจิตร เป็นต้น
พบ สว. ในกลุ่มเสียงข้างมาก ลงมติรับหลักการทุกร่างเช่นกัน เช่น พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์, วุฒิชาติ กัลยาณมิตร และ พล.ต.ต. อังกูร คล้ายคลึง เป็นต้น รวมถึงยังมี สว. ในกลุ่มเสียงข้างน้อยที่ลงมติไม่รับหลักการร่างของพรรคภูมิใจไทยเพียง 3 คน ประกอบด้วย นันทนา นันทวโรภาส, ปริญญา วงศ์เชิดขวัญ และ สุนทร พฤกษพิพัฒน์
ทั้งนี้ หลังจากร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของเพื่อไทยถูกปัดตก ทางเพจพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความแจ้งว่า พรรคเพื่อไทยจะสนับสนุนร่างของพรรคประชาชน เพื่อรักษาหลักการ สสร.ต้องยึดโยงกับประชาชน
'ประชาชน' ผ่านเป็นร่างหลัก เฉือนชนะ 'ภูมิใจไทย' 13 คะแนนเสียง
มัดรวมอภิปรายช่วงเช้า
ก่อนการลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพิ่มหมวด 15/1 สส. จากหลายพรรคได้อภิปรายแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของทั้ง 3 พรรค
‘ชาติไทยพัฒนา’ จะขอประชุมก่อนตัดสินใจ
ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวอภิปรายว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับที่พิจารณากันในตอนนี้มีหลักการสำคัญคือการเพิ่มหมวด 15/1 เพิ่มขึ้นอีกหมวด เพื่อนำไปสู่การกำหนดวิธีการ กระบวนการ และขั้นตอนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เช่น คณะผู้ยกร่างเป็นใคร มาจากไหน และจะเลือกอย่างไร ส่วนในรายละเอียดจะมีการพิจารณาหลังจากผ่านวาระที่ 1 หรือในชั้นกรรมาธิการวิสามัญฯ
ณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า เขาเห็นด้วยกับทั้ง 3 ร่าง แต่ทางพรรคจะมีการประชุมหารือกันในช่วง 12.00 น. ว่าจะเอายังไง โดยมีวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค นิกร จำนง และคณะบริหารพรรคฯ คนอื่นๆ เข้าร่วมประชุม
ณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ภายหลังการเปลี่ยนแปลง 2475 จนมาเกือบ 1 ศตวรรษแล้ว เรามีบทเรียน และประสบการณ์หลากหลายรูปแบบ หลากหลายเหตุการณ์ บางเหตุการณ์เราแลกมาด้วยชีวิตและน้ำตาของคนไทย เราน่าจะถอดบทเรียนได้หรือไม่ เพื่อทำให้การเปิดประตูไปสู่การทำรัฐธรรมนูญรวดเร็ว และราบรื่น
ดังนั้น เขาขอเสนอแนวทางที่อาจจะเป็นประโยชน์ในเรื่องนี้ เรียกว่า 1 ใจ 4 ห้อง ประกอบด้วย รวมใจ ตั้งใจ ใส่ใจ และเต็มใจ
‘รวมใจ’ ที่ประชุมรัฐสภาในการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะหากดูตามประวัติศาสตร์การเมืองไทย รัฐธรรมนูญปี 2517 และปี 2540 เกิดขึ้นได้เนื่องจากมีกระแสผลักดันให้เกิดรัฐธรรมนูญที่ดีจากประชาชน แต่สถานการณ์ปัจจุบันกระแสของประชาชนมีอยู่บ้าง แต่อาจไม่เพียงพอต่อความเปลี่ยนแปลง ดังนั้น ทำอย่างไรให้ประชาชนตื่นตัวในเรื่องนี้
ณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า เขาเสนอให้รัฐบาลทำยังไงที่จะเริ่มกระบวนการรับรู้ทั้งในระดับสถาบันการศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือทางฝ่ายนิติบัญญัติ ผู้ที่เสนอทั้ง 3 ร่าง เขาคิดว่าจะสามารถมีส่วนร่วมในการปลุกกระแสตรงนี้ได้ หรือในยุครัฐบาล บรรหาร ศิลปอาชา มีการทำสมัชชาประชาชนในทุกพื้นที่
‘ตั้งใจ’ ต้องตั้งใจร่างรัฐธรรมนูญ อย่างในรัฐบาล บรรหาร ศิลปอาชา ต้องมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแรงกล้า แม้ว่าจะได้ตำแหน่งนายกฯ แล้ว แต่ก็ไม่ละเลยต่อนโยบายเรือธงในการปฏิรูปการเมือง ให้อำนาจชุมพล ศิลปอาชา ให้เครื่องไม้เครื่องมือ ให้ทุกฝ่ายในสังคมเข้ามีบทบาท และมีการเลือกตั้ง สสร.เป็นครั้งแรก นี่คือส่วนร่วมของประชาชนในกำหนดทิศทางของประเทศ ในการคิดถึงแนวทางต่างๆ ในรัฐธรรมนูญให้สามารถตรวจสอบ ถ่วงดุลอำนาจได้อย่างดี เขาเสียดายเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เพราะว่ารัฐบาลมีนโยบายเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ว่าเรายังอยู่ที่เดิมเนื่องจากว่าเราไม่มุ่งมั่นตั้งใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เขาเชื่อว่าครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ
‘เต็มใจ’ ที่จะแก้ไข และผลักดันทำให้สำเร็จให้ได้ รัฐบาลอย่าอ้างว่าทำเพราะว่าเป็นข้อตกลง MOA เลยมาร่างรัฐธรรมนูญ อย่าให้ทำเป็นลักษณะบังคับหรือฝืนใจ และ ‘ใส่ใจ’ โดยเฉพาะ กมธ.วิสามัญที่จะตั้งขึ้น และอันดับแรกที่ต้องดูเลยคือ กมธ.มีเวลาน้อย เราต้องกำหนดเวลาเลยว่าจะทำอะไรๆ เพื่อนำไปสู่การทำประชามติที่ประกาศไว้แล้วว่าคือปลาย มี.ค. 2569 ที่จะถึงนี้ ดังนั้น ถึงจะเรียกได้ว่าเราใส่ใจที่ทำให้มันประสบความสำเร็จ
‘อนุสรณ์’ เสนอโมเดลสร้างความรับรู้ อย่าให้เป็น รธน.กล่องสุ่ม
อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กล่าวว่าปัญหาของประเทศไทย ไม่ใช่ไม่มีรัฐธรรมนูญ แต่เราขาดรัฐธรรมนูญที่ดี ที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ดังนั้น การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เราต้องทำให้ดี
สส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญที่ดีคือจุดเริ่มต้นของการเมืองที่ดี ซึ่งจะนำไปสู่สิ่งดีๆ อีกหลายอย่าง พร้อมเปรียบเทียบว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าที่ถูกล็อกเครื่องไว้ ไม่สามารถอัปเดตได้ รัฐสภาจึงต้องร่วมกันปลดล็อกเพื่อให้ประเทศมีรัฐธรรมนูญที่ยึดโยงกับประชาชน
อนุสรณ์ กล่าวต่อว่า เขากลัวเรื่องการทำประชามติว่า ประชาชนต้องมีส่วนร่วม อย่าปล่อยให้เกิด “รัฐธรรมนูญแบบกล่องสุ่ม” แบบเปิดก่อน ดูทีหลัง
“รอบนี้เราต้องยึดโยงกับประชาชนให้มาก ต้องชี้ชัดๆ ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะดีเดิมอย่างไร เราต้องไม่ปล่อยให้เกิดแบบที่เรียกว่า “รัฐธรรมนูญกล่องสุ่ม” คือรับไปก่อน สั่งซื้อไปก่อน พอส่งมาให้ ก็ไปแกะดูว่ากล่องสุ่มมีอะไร เป็นรัฐธรรมนูญที่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าข้างในมีอะไร อย่าไปเขียนเช็กเปล่าให้ผู้ร่างฯ ดังนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องไม่ใช่แค่ประชามติ แต่ต้องเปิดเวทีเพื่อการศึกษา การสนทนา ไม่ใช่แค่การลงคะแนน แต่ต้องเปิดให้มีการเรียนรู้ในสังคม” อนุสรณ์ กล่าว
อนุสรณ์ ขอเสนอโมเดล 5 เครื่องมือเพื่อทำให้ รธน.ยึดโยงกับประชาชน ประกอบด้วย
- สภาพลเมือง คือเวทีที่มีคนหลากหลายทุกเพศ ทุกวัย ทุกภูมิภาค มาร่วมกันพูดคุย และเสนอทางออก โมเดลนี้ในไอร์แลนด์ประสบความสำเร็จมาแล้ว ทั้งเรื่องเล็ก หรือใหญ่ เช่น สิทธิยุติการตั้งครรภ์ สิทธิคู่รักเพศเดียวกัน เป็นต้น และสังคมยอมรับร่วมกัน
- ตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญ สร้างข้อมูลที่เป็นกลาง ถูกต้อง และไม่บิดเบือน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ
- ประธานที่เป็นกลาง เพื่อควบคุมกระบวนการที่โปร่งใส ไม่เอนเอียง
- ฝ่ายเลขานุการ ฝ่ายประสานงาน และสื่อสาร
- เปิดพื้นที่เรียนรู้ทั่วประเทศ จัดกิจกรรมในชุมชน หรือสถาบันการศึกษา เรียนรู้ร่วมกัน ใช้สื่อโซเชียลมีเดีย อย่าให้เรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องเฉพาะทางการเมือง แต่เป็นเรื่องที่อยู่ในหัวใจทุกคน
ท้ายที่สุด อนุสรณ์ ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยจะต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญของประชาชน เพราะประเทศที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้เกิดจากรัฐบาลที่เก่งที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด
‘สุทิน’ ชี้พรรคประชาชนไว้ใจคนไม่อยากแก้ ‘คนลวงเธอรัก คนรักเธอลวง’
วันที่สองของการประชุมร่วมรัฐสภาเริ่มพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วย สสร. หรือสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สุทิน คลังแสง สส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นขี้แจงว่า ก่อนจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องย้ำว่าประเทศไทยมีการเขียนรัฐธรรมนูญบ่อยที่สุด จนนักการเมืองไทยถูกข้อกล่าวหาว่า สส. ไทยไม่คิดจะทำอย่างอื่นนอกจากการแก้รัฐธรรมนูญ ปัญหาปากท้องประชาชนไม่แก้ ในสภาเองก็มีหลายคนคิดเช่นนี้ สุทินระบุว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะประเทศไทยอยู่ในวงจรอุบาทว์ของการเขียนและฉีกรัฐธรรมนูญวนเวียนไป
เหตุที่ต้องมานั่งแก้ไขรัฐธรรมนูญกันก็เพราะรัฐธรรมนูญหลังการทำรัฐประหารถูกเขียนขึ้นมาเพื่อปกป้องและสืบทอดอำนาจของตัวเอง ความชอบธรรมของการยอมรับรัฐธรรมนูญดังกล่าว พอมีรัฐประหารบ่อยก็ต้องเขียนบ่อย ซึ่งการแก้รัฐธรรมนูญก็เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาปากท้องจากโครงสร้างด้วย สำหรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่กำลังจะแก้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับระเบิดเวลาที่ไม่มีประเทศไหนอยากเข้ามาร่วมลงทุนในไทย หากยังไม่ได้รับการแก้ไข สมัยที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลได้มีการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญมาทุกฉบับ
สุทินชี้ว่า วันนี้อุปสรรคสำคัญในการแก้รัฐธรรมนูญนอกจากการทำประชามติยังมาจาก สว. การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตนเองไม่มีความหวังเท่าไหร่ว่าจะกระทำได้ คนที่จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้สำเร็จเป็นไปได้ก็ต้องอาศัยพรรคภูมิใจไทยที่จะชี้ขาด เนื่องจากเป็นแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่สามารถประสานงานกับ สว. ได้ดีที่สุด ตนเองจะไม่ขอใช้คำว่าประสานงาน คนอื่นอาจจะใช้คำว่า “สั่งการ”
“ใครประสานงาน สว. ได้มากที่สุดก็ต้องภูมิใจไทย ไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย ทำไมถึงต้องเป็นพรรคภูมิใจไทยพูดไปก็สะเทือนใจกัน ถ้าดูตามเส้นทางแล้วคนที่จะชี้ขาดรัฐธรรมนูญฉบับนี้สำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ต้องภูมิใจไทย”
สุทินกล่าวต่อว่า เพราะว่ารู้ใจภูมิใจไทยดี ถึงรู้ว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้อยากแก้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง อาจจะเพราะต้องแลกมาด้วย MOA ที่ผ่านมา ทำให้ต้องแก้ ส่วนพรรคประชาชนตนเองรู้ดีว่าอยากแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไปไว้ใจกับคนที่ไม่อยากแก้ และไม่ไว้ใจคนที่อยากแก้รัฐธรรมนูญอย่างพรรคเพื่อไทย “คนลวงเธอรัก คนรักเธอลวง”
"อยากจะบอกทุกคนว่าการแก้ครั้งนี้ อย่าไว้วางใจ อย่าคิดว่าง่าย ทุ่มเต็มที่แล้วอย่าคิดว่าง่าย…คนไม่อยากแก้ เราไปบังคับเขามาแก้"
