Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เครือข่ายประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ หรือ Con For All ประกาศเปิดแคมเปญ ล่า 50,000 รายชื่อ ดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ชูประชาชนเลือกตั้ง สสร. 100% เริ่มวันแรก 12 มิ.ย. 2569 ยืนยันไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 

 

9 มิ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (9 มิ.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ที่รัฐสภา เครือข่ายประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ConforAll ยื่นริเริ่มร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ …) พ.ศ. … หรือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พร้อมรายชื่อผู้ริเริ่มเสนอร่างฯ 63 รายชื่อ โดยมี เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 จากพรรคเพื่อไทย เป็นผู้รับหนังสือ 

ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล สมาชิก ConForAll และตัวแทนผู้ริเริ่มร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระบุว่าที่มายื่นริเริ่มร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมวันนี้ เพื่อต้องการยืนยันเจตนารมณ์ว่าประชาชนต้องสามารถเลือกผู้ร่าง รธน.ฉบับใหม่ได้ และพวกเราเชื่อว่าประชามติ 21.6 ล้านเสียง ต้องการรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่สืบทอดอำนาจของอำนาจใดอนาจหนึ่ง หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง 

โฆษณา - Advertising

ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล (ที่มา: iLaw)

ภัสราวลี กล่าวต่อว่า ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ไม่ปรากฏว่ากล่าวถึงประเด็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และไม่ได้มีการนำร่างเดิมมาพิจารณาต่อ แต่ไม่กี่เดือน พรรคภูมิใจไทยได้เสนอร่างรัฐธรรมนูญต่อสภาฯ โดยมีสาระสำคัญคือ สสร.ทั้งหมดจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่ให้รัฐสภาที่พรรคภูมิใจไทยได้เปรียบเป็นคนเลือก ทำให้อดตั้งคำถามไม่ได่ว่าการเร่งรัดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นเพราะมั่นใจแล้วว่าสามารถกุมทิศทางของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ เป็นความตั้งใจทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง และตั้งใจรวบรัดจัดทำรัฐธรรมนูญโดยไม่สนใจประชาชนหรือเปล่า

ทั้งนี้ สูตร สสร.ของพรรคภูมิใจไทย มีทั้งหมด 100 คน โดยแบ่งให้มีการเปิดรับสมัครแล้วให้รัฐสภาเป็นผู้คัดเลือกสัดส่วนเป็น 77+23  ตัวแทนจังหวัดละ 1 คน และเป็นผู้เชี่ยวชาญรวมเป็น 100 คน ในส่วนของกระบวนการรับรองร่างแก้รัฐธรรมนูญ ร่างของพรรคภูมิใจไทยเสนอให้ สว. เป็นผู้รับรองโดยมีเสียงอย่างน้อย 1 ใน 4 ท้ายที่สุดจะเป็นการจัดทำประชามติ

ตัวแทน ConForAll ระบุว่า ความหวังรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ภายใต้รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ความหวังที่จะได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนก็น้อยลงไปทุกที และยังต้องมาเจอคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ซึ่งข้อความดังกล่าวขัดแย้งกับคำว่าประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ซึ่งเคยปรากฏในคำวินิจฉัยที่ 4/2564 หมายความว่าคำวินิจฉัยทั้ง 2 ฉบับขัดแย้งกันเอง ไม่ตรงตามระบอบประชาธิปไตย ส่งผลให้คำวินิจฉัยที่ 18/2568 เป็นเครื่องมือขัดขวางการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือไม่ต้องการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการร่าง รธน. 

“สุดท้ายถ้าหากกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในสภาฯ ณ ตอนนี้ มีเพียงแค่ร่างของพรรคภูมิใจไทยที่ผ่าน หรือมีเพียงแค่ร่างที่ปราศจากคูหาให้ประชาชนเลือกตั้งผ่านไป เราขอยืนยันว่า เราจะออกไปโหวตโนร่างของภูมิใจไทย” ภัสราวลี กล่าว 

ภ้สราวลี กล่าวต่อว่า ในเมื่อตอนนี้เราไม่สามารถคาดหวังกับกลไกสภาฯ ภาคประชาชนจึงลงมือทำด้วยตัวเอง โดยการยื่นริเริ่มร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 โดยโมเดลก็คือ สสร.ต้องมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนเท่านั้น ซึ่งสิ่งที่เรากำลังจะเสนอนี้  ตรงกับคำกล่าวที่ว่าประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจในการสถาปนาร่างรัฐธรรมนูญ และร่างของฉบับประชาชนจะมีใจความสำคัญ 3 ข้อ ดังนี้

  1. ต้นน้ำ : สภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. จำนวน 300 คน ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน แบ่งเป็นแบบแบ่งเขตจังหวัด 150 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 150 คน 
  2. กลางน้ำ : กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต้องมาจากการคัดเลือกของ สสร. โดย 25 คนเป็นสมาชิก สสร. และ 10 คนเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ และ สสร. มีอำนาจในการตั้งกรรมาธิการสามัญ เพื่อกำกับ สอบถาม และขอคำชี้แจงจากกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ 
  3. ปลายน้ำ : กระบวนการเห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องผ่าน 2 ด่าน คือ สสร.ต้องรับรองจำนวนอย่างน้อย 3 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมด ซึ่งแตกต่างจากของพรรคภูมิใจไทยอย่างชัดเจน เนื่องจากฉบับประชาชน จะไม่ให้ สว.เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด เราให้ สสร.ที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นผู้เห็นชอบ ต่อมา คือการทำประชามติถามประชาชนทั้งประเทศว่า เห็นชอบ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามที่ กมธ.ได้ยกร่างฯ หรือไม่ 

“หากพรรคการเมือง หรือกลุ่มก้อนทางการเมืองใด กลัวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มาจากการสืบทอดอำนาจของระบอบเผด็จการ ก็ขอให้หลีกทางให้กับร่างของภาคประชาชน เปิดทางให้สภาฯ เป็นพื้นที่ในการส่งต่อข้อเสนอนี้สู่การจัดทำประชามติ เพื่อถามประชาชนว่าเสียงส่วนใหญ่ในประเทศต้องการเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”

“เราจะใช้สนามนี้เพื่อสู้กับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยตัวของพวกเราเอง ดังนั้น หากพรรคการเมืองใด สีไหน หรือใคร คิดจะขวางประชาชน คิดจะปัดตกร่างของประชาชน นั่นหมายความว่า พวกคุณประกาศตัวเป็นศัตรูของประชาชน เฉกเช่นเดียวกับ ศาลรัฐธรรมนูญ และไม่ได้ต้องการให้รัฐธรรมนูญใหม่เป็นของประชาชน” ภัสราวลี กล่าว 

ยืนยันเลือกตั้ง สสร. ไม่ขัดคำวินิจฉัยศาล รธน.

ชยพล ดโนทัย จาก iLaw กล่าวยืนยันว่า ร่างของประชาชน ไม่ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะประการแรก ไม่ได้เป็นประเด็นที่รัฐสภายื่นถามไปแต่แรก แต่ศาลรัฐธรรมนูญแถมมา และคำวินิจฉัยส่วนตัวของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีเพียง 3 คนที่มีคำวินิจฉัยเรื่องนี้ อีก 4 คนไม่ได้ระบุแต่อย่างใด เราจึงยืนยันว่าร่างของเราไม่ขัดกับคำวินิจฉัยที่ 18/2568 

ชยพล ดโนทัย (ที่มา: iLaw)

ชยพล เปิดไทม์ไลน์การเดินหน้าสู่ สสร. จากการเลือกตั้ง จำนวน 5 ขั้นตอน ได้แก่ 

  1. ขั้นตอนการริเริ่มเปิดร่างฯ เมื่อเราเสนอริเริ่มร่างให้ประธานรัฐสภาแล้ว 
  2. ล่าชื่อเสนอกฎหมาย 50,000 รายชื่อ ในเร็วๆ นี้ประมาณ 12 มิ.ย. 2569 จะมีการเปิดเว็บไซต์ให้ประชาชนมาลงชื่อในเว็บไซต์ ConForAll  
  3. นำชื่อเข้าไปยื่นทางประธานรัฐสภาอีกครั้ง โดยจะต้องมีการพิจารณา 3 วาระ โดยเราจะขอเรียกร้องให้พรรคการเมืองโหวตรับหลักการของฉบับภาคประชาชน และขอให้หลักการเลือกตั้ง สสร. ผ่านไปวาระที่ 3 
  4. เพื่อให้การทำประชามติครั้งที่ 2 จะได้มีการถามคำถามประชาชนทั่วประเทศว่า เห็นชอบ กับวิธีการการเลือกตั้ง สสร.หรือไม่ และเราเชื่อว่าถ้ามติของประชาชนเห็นว่า สสร.มาจากการเลือกตั้ง คำวินิจฉัยไหนก็จะไม่อยู่เหนือมติของประชาชน 
  5. หลังจากทำประชามติครั้งที่ 2 แล้ว จะมีการเลือกตั้ง สสร. เพื่อหาตัวแทนจากประชาชนคนธรรมดา และหลังจากนั้น ผู้ร่างของเราจะไปร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา และจะเป็นการทำประชามติครั้งที่ 3

ทั้งนี้ ConforAll จะมีการเปิดรับรายชื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ในวันที่ 12 มิ.ย. 2569 ที่เว็บไซต์ conforall.com

หลังจากนั้นมีการผลัดกันปราศรัย และอ่านแถลงการณ์ของเครือข่ายด้านประเด็น และภูมิภาคต่างๆ เช่น การร่างรัฐธรรมนูญควรลดอำนาจขององค์กรอิสระ, วุฒิสภาและการร่างรัฐธรรมนูญควรคำนึงถึง สิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียมโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เช่น กลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) เป็นต้น เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2560 มีที่มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ทำให้ขาดความยึดโยงกับประชาชนและขัดกับหลักการของระบอบประชาธิปไตย

จากนั้นเวลาประมาณ 14.00 น. ตัวแทนเครือข่ายประชาชนได้ยื่นหนังสือต่อเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 และยื่นร่างต่อหน้าสื่อมวลชนประจำรัฐสภาอีกครั้งที่ห้องแถลงข่าวของฝั่งสภาฯ 

เลิศศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้ภาคประชาชนได้มายื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อสภาฯ โดยเขาจะรับเรื่องและนำเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสภาฯ จะดำเนินการตรวจสอบ และขั้นตอนต่อไป ทางคณะผู้เข้าชื่อจะต้องเข้าชื่อให้ได้ 50,000 รายชื่อ และส่งร่างกลับมาที่สภาฯ อีกครั้ง จากนั้น จะเป็นการตรวจสอบรายชื่อ และหากมีความพร้อม ก็จะบรรจุร่างเข้าสภาฯ เป็นขั้นตอนต่อไป 

บรรยากาศยื่นหนังสือรองประธานสภาฯ คนที่ 2 (ที่มา: iLaw)

นอกจากนี้ เลิศศักดิ์ กล่าวแสดงความยินดีที่ได้เห็นภาคประชาชน และทุกภาคส่วนที่ได้ให้ความสนใจในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  พร้อมแสดงความคิดเห็นว่า “การไม่ผูกขาดให้แค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแก้ไขรัฐธรรมนูญหนึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี พร้อมยินดีรับร่างสู่สภาเพื่อตรวจร่างเพื่อเข้าสู่กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ”

ด้านภัสราวลี ให้สัมภาษณ์ หลังจากยื่นหนังสือ ระบุว่า อุปสรรคการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือตัวรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ออกแบบมาให้แก้ไขได้ยาก ต้องได้รับเสียงเห็นชอบจากวุฒิสภา จำนวน 1 ใน 3 และตอนนี้มีคำวิจฉัยเพิ่มเติมของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 เพิ่มเติมเข้ามาด้วย ทำให้พรรคการเมืองต่างๆ ไม่กล้ายื่นร่างที่ สสร.มาจากการเลือกตั้ง 

ต่อคำถามของผู้สื่อข่าวที่ระบุว่าในส่วนของกระบวนการเลือกตั้ง สสร. ตามที่ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน ระบุเอาไว้นั้น จะมีปัญหาเรื่องความโปร่งใสหรือไม่ ภัสราวลี ระบุว่า เรื่องนี้ประชาชนอาจจะต้องช่วยกันตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้ง สสร.แบบแบ่งเขต เนื่องจากการเลือกตั้ง 69 ทำให้เกิดการกังวลในความโปร่งใสจาก กกต.

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising