โฆษกรัฐบาลยืนยันไทยไม่มีปล่อยตัว 18 เชลยศึก หากกัมพูชาไม่ทำตามข้อตกลงปราบสแกมเมอร์และข้อตกลงที่เหลือ ย้ำ 'อนุทิน' ไม่แทรกแซงวงเจรจาเร่งรัดประชุม JBC - รมว.ต่างประเทศ ระบุไม่เป็นความจริง หลังกัมพูชา อ้างกำหนด 9 เงื่อนไขให้ฝ่ายไทยต้องปฏิบัติตาม
19 ตุลาคม 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการปล่อยตัวเชลยศึกกัมพูชาทั้ง 18 คน ว่า ตนตรวจสอบข้อมูลจากนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แม้ว่าจะติดภารกิจอยู่ที่ต่างประเทศ เนื่องจากมีข้อกังวลในหลายอย่างเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยืนยันว่าการนำเสนอข่าวของกัมพูชา ว่าไทยจะมีการปล่อยเชลยศึกทั้ง 18 คนนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากการประชุมร่วมกับทางกัมพูชา ครั้งก่อน มีการพูดคุยต่อรอง อยากให้ไทยปล่อยตัวเชลยศึกทั้ง 18 คน แต่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันไปว่า จะต้องดำเนินการตามข้อตกลง 4 ข้อของการประชุม GBC ครั้งที่ผ่านมาคือการถอนกำลังทหาร การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การจัดการปัญหาสแกมเมอร์ และมีการผลักดันชาวกัมพูชา ที่รุกล้ำอยู่ในพื้นที่ดินแดนไทย ออกจากพื้นที่ แต่หากไม่มีการดำเนินการ 4 ข้อตกลงดังกล่าว ก็จะไม่มีการเจรจาการปล่อยตัวเชลยศึกทั้ง 18 คน
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังระบุอีกว่า จากกรณีที่มีการระบุว่า นายกรัฐมนตรีไทย มีการเร่งรัด ให้ประชุม JBC ตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีการแทรกแซง ซึ่งเน้นย้ำว่าเป็นไปตามปฏิทิน ที่ได้มีการตกลงไว้แล้วก่อนหน้านี้ เพื่อหาทางออกร่วมกัน
ส่วนที่มีการซักถามว่าหากมีการประชุม JBC ถือว่าเป็นการสละสิทธิ์ยกเลิก MOU 43- 44 หรือไม่ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าได้รับคำตอบจากกระทรวงการต่างประเทศ ว่าการประชุม JBC เป็นการพูดคุยกันในเรื่องแนวทางที่จะดำเนินการ เช่นการใช้ระบบไลดาร์ ในการหาพิกัด ซึ่งไม่มีพันธะผูกพันสัญญาใดๆ แต่เป็นการพูดคุยหาแนวทางร่วมกัน เท่านั้น
รมว.ต่างประเทศ ระบุไม่เป็นความจริง หลังกัมพูชา อ้างกำหนด 9 เงื่อนไขให้ฝ่ายไทยต้องปฏิบัติตาม
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีหน่วยงานโฆษกรัฐบาลกัมพูชา รายงานว่า นายปรัก สุคน รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ให้สัมภาษณ์ว่าในการหารือ 4 ฝ่าย ที่กลุ่มกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ฝ่ายกัมพูชาร่าง 9 เงื่อนไขฟื้นฟูสันติภาพ และไทยต้องรับทุกข้อเสนอ ว่าสิ่งที่สำคัญเราต้องระมัดระวังการให้ข่าว สร้างการให้ข่าวที่จะการเปรียบฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งข่าวที่ออกมาว่าฝ่ายกัมพูชาได้กำหนด 9 เงื่อนไข ไม่เป็นความจริง เพราะไม่เคยคุยกันเรื่องเงื่อนไข เราคุยกันว่าเราตกลงกันว่าจะดำเนินการอะไรบ้างที่จะคลี่คลายปัญหาต่างๆ เพื่อจะเดินหน้าเรื่องความสัมพันธ์ เพราะถ้าไม่มีการแก้ไขปัญหา 4 เรื่องหลัก ความสัมพันธ์ก็ยังเดินหน้าไม่ได้ รวมทั้งเชลยศึก 18 คนด้วย ซึ่งก็ได้ตกลงกันแล้วว่าจะมีการหารือถึงแผนงานในการประชุม คณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ GBC เพราะไทยต้องการเห็นแผนงานและการดำเนินการอย่างจริงจังใน 4 เรื่องหลักเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ เพราะฉะนั้นในการประชุม GBC ที่จะมีขึ้นหลังการหารือ 4 ฝ่าย ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซีย คือ 1.แผนงานที่จะเคลื่อนย้ายอาวุธหนักกลับสู่ที่ตั้งเดิม เพื่อลดความตึงเครียดบริเวณชายแดน 2.แผนงานในการกู้ทุ่นระเบิดและเริ่มมีการดำเนินการด้วย 3.แผนงานในการร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ 4.เรื่องการรุกล้ำก็ต้องมานั่งคุยอย่างจริงจังว่าจะทำอย่างไรโดยเน้นสันติวิธี เพื่อให้เกิดเหตุการณ์ตามชายแดน
“เมื่อมีการดำเนินการให้เห็นผลแล้ว ฝ่ายไทยก็จะพิจารณาในเรื่องการปล่อยเชลยศึก 18 คน นั่นเป็นสิ่งที่เราตกลงกัน และผมอยากจะชี้แจงตามข้อเท็จจริง ว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ผมไม่ทราบว่า ทำไมกัมพูชาออกข่าวว่า ฝ่ายกัมพูชามีการกำหนดเงื่อนไข 9 ข้อ มันไม่ใช่ ซึ่งอาจเป็นการเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อน หรือเป็นการเสนอข่าวเพื่อให้เกิดความได้เปรียบ ซึ่งไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น เพราะขณะนี้อยู่ระหว่าง ที่แต่ละฝ่ายต้องดำเนินการภายใน รวมถึงยังต้องมีการประชุม GBC เราต้องการ ให้ทุกอย่างเดินหน้าและคืบหน้าตามที่ได้คุยกันที่ กัวลาลัมเปอร์” นายสีหศักดิ์ ระบุ
เมื่อถามว่าการที่รัฐมนตรีกัมพูชา ให้ข้อมูลไม่เป็นไปตามผลการหารือในเวที 4 ฝ่าย จะทำให้ก้าวต่อไปเดินไปตามสิ่งที่หารือไว้หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ลำบากแน่นอน เพราะการเสนอข่าว ควรหลีกเลี่ยงการเสนอข่าวที่ถูกตีความในลักษณะคลาดเคลื่อน หรือมีการเสนอข่าวที่สร้างความได้เปรียบฝ่ายเดียว ไม่ควรกระทำ เราต้องระมัดระวัง อย่างตน พยายามเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา เพราะเรามุ่งหวังผลที่จะเดินหน้าความสัมพันธ์ ดังนั้นตนเป็นห่วงตรงนี้ว่า การเสนอข่าวของฝ่ายกัมพูชาที่ผ่านมา บางอย่างต้องรอให้มีการหารือกันเป็นที่เรียบร้อยเสียก่อน เพราะเราอยากเห็นการบรรลุถึงเอกสารความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ในช่วงการประชุมอาเซียนซัมมิท ที่กรุงกัวลาลัมเบอร์
ส่วนไทยจะไม่เปลี่ยนทิศทางต่อจากนี้ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ถ้าทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นที่จะพูดคุยกันในการประชุมระดับ GBC ให้ได้ผล มีแผนงานในเรื่องต่างๆ เราก็เดินหน้าต่อไป
“แต่ถ้าเกิดมีการออกข่าวแบบนี้ ก็ต้องมีการชี้แจงกันไปมา ตอบโต้กันไปมา ไม่ได้เกิดประโยชน์อันใดทั้งสิ้น เราควรมุ่งสร้างบรรยากาศที่ดี ให้การทำงานของคณะเจ้าหน้าที่ ที่ต้องประชุมต่อไป ได้ทำงานบรรลุผล เพื่อบรรลุข้อตกลง ที่การประชุมสุดยอดอาเซียน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์”นายสีหศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าจะไม่ทำให้การประชุมระดับ GBC สะดุดใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า ฝ่ายไทยมาด้วยความจริงใจ ก็ขอให้กัมพูชามาด้วยความจริงใจ และเรายังยึดในสิ่งที่ได้มีการตกลงกัน โดยขอให้ฝ่ายกัมพูชายึดมั่นกับสิ่งที่ได้พูดคุยกันในการหารือ 4 ฝ่าย
ส่วนการที่กัมพูชามักนำเรื่องไปร้องเวทีระหว่างประเทศ และกรณีล่าสุดที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา ร้องไปยังข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนยูเอ็น ว่าไทยทำสงครามจิตวิทยาคุกคามกรณีบ้านหนองจาน นั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นตรงกันว่า หากมีปัญหาควรจะแก้ไขในกลไกระดับทวิภาคี อีกทั้งสหรัฐฯ และมาเลเซีย ก็เห็นว่าการแก้ไขที่ดีที่สุด คือ การพูดคุยระหว่างสองฝ่าย ไม่ต้องนำไปสู่เวทีระหว่างประเทศ เพราะไม่ได้เป็นการช่วยแก้ไขปัญหา
