Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์
ความเกลียดชังกัมพูชาในสังคมไทยไม่เคยจบ เพราะสื่อทีวีและเพจโซเชียลฯ ไม่เคยหยุดปั่น
 
ตลอดเวลากว่า 4 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่เหตุปะทะชายแดนครั้งล่าสุดเมื่อปลายปี 2568 ข่าวปลอมมากมายปรากฏขึ้นในโซเชียลมีเดีย บ่อยครั้งผู้ที่ร่วม ‘ปั่น’ ข่าวปลอมเสียเองกลับเป็นสื่อโทรทัศน์ ทั้งที่หลายเรื่องเห็นได้ชัดว่าเป็นเฟกนิวส์ จนน่าตั้งคำถามว่า ในเมื่อรู้ทั้งรู้ว่าไม่มีมูล เหตุใดจึงยังนำเสนอเป็นจริงเป็นจัง จนอาจทำให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ผิด
 
เช่นเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทีวีดิจิตอลช่องหนึ่งเล่าข่าวปลอมว่ากัมพูชาเอา PHL-03 มาประชิดชายแดน แต่ใช้คลิปเก่าเมื่อ 4 ปีที่แล้วมาออกอากาศ!
 
นอกจากข่าวปลอม สื่อโทรทัศน์ยังนำคลิปคนกัมพูชามาล้อเลียนแทบทุกวัน หลายต่อหลายครั้งผู้ประกาศข่าวพูดส่อเค้าในเชิงเหยียดเพศหรือเหยียดหยามความเป็นมนุษย์ในแง่อื่น ๆ จนกลายเป็นการบ่มเพาะอคติทางเชื้อชาติรายวัน โดยมักเอาคลิปมาจากเพจไร้ตัวตนบนโซเชียลฯ ที่แทบไม่โพสต์อะไรนอกจากเนื้อหาสร้างความเกลียดชังกัมพูชา
 
สิ่งเหล่านี้ ทำให้เข้าใจสถานการณ์มากขึ้นอย่างไร? มีประโยชน์อะไรในเชิงข่าวสาร?
 
ไม่ว่าเจตจาเบื้องหลังเป็นอย่างไร สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือบรรดา ‘ข่าวปั่น-ข่าวปลอม’ ล้วนได้ยอดรับชมมหาศาลอยู่เรื่อยมา เมื่อความขัดแย้งกลายเป็นสินค้าเรียกผู้ชม ก็น่าสนใจว่าวัฏจักรความเกลียดชังนี้จะจบลงที่ใด
 
ประชาไปชวนตั้งคำถามต่อบทบาทของสื่อโทรทัศน์และเพจโซเชียลฯ บนความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ในรายงานพิเศษ “มัลติเวิร์สข่าวปั่น จักรวาลข่าวปลอม : ส่องสื่อทีวี - โซเชียลฯ โหมอคติความขัดแย้งไทย-กัมพูชา”

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ปั่นข่าวไม่มีมูลจากโซเชียล

“เขมรปล่อยข่าวลือกันเอง “ฮิง บุญเฮียง” จี้เปิดด่านขู่ BHQ ปิดอ่าวไทย”

พาดหัวข่าวของ ‘ข่าวอรุณอมรินทร์’ (5 มี.ค. 69) ช่อง ‘อมรินทร์ทีวี’ ที่นำข่าวลือโซเชียลมีเดียว่า ‘ฮิง บุน เฮียง’ นายพลกัมพูชาและ ผบ. หน่วย BHQ ขู่จะยึดอ่าวไทยมารายงาน โดยผู้ประกาศข่าวเล่าว่าเป็นข่าวลือที่สะพัดจากฝั่งกัมพูชา แล้วไทยเอามาแปล แต่ไม่มีหลักฐานว่าแปลมาจากที่ไหน อีกทั้งแหล่งอ้างอิงที่ถูกนำมาใช้ในรายการก็มาจากเพจเฟซบุ๊กที่ระบุตัวตนไม่ได้ ชื่อว่า ‘เกาะติดทุกสถานการณ์ข่าว’ ไม่มีทั้งแหล่งที่มาและความน่าเชื่อถือ

เมื่อออกรายการโทรทัศน์ ข่าวลือนี้ก็ยิ่งแพร่กระจาย ถูกแชร์ต่อมากมายในโซเชียลมีเดีย เมื่อคอนเทนต์ครีเอเตอร์คนหนึ่งนำไปโพสต์ต่อจนกลายเป็นไวรัล ‘ทีวีพูล’ ก็เอาข่าวนี้ไปรายงาน พร้อมให้เครดิตแหล่งอ้างอิงเป็นครีเอเตอร์คนดังกล่าว ก่อนจะลบข่าวในเวลาต่อมา แต่ภาพข่าวของทีวีพูลก็ถูก ‘ดูด’ ไปแชร์ต่อจนกลายเป็นวังวนข่าวปลอมเรียบร้อยแล้ว

เพจไร้ตัวตนแพร่เฟกนิวส์

นอกจากสื่อโทรทัศน์ สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยในจักรวาลข่าวปลอมคือบรรดาเพจโซเชียลฯ ไร้ตัวตนที่สร้างยอดรับชมและผู้ติดตามจากการโพสต์ข่าวปั่น-เฟกนิวส์ โดยเฉพาะเพจ ‘ส่องเขมร’ ที่เพิ่งสร้างขึ้นปลายปีที่แล้ว วัน ๆ โพสต์แต่คลิปล้อเลียนคนกัมพูชา (สื่อทีวีก็เอาคลิปมาจากเพจนี้บ่อย ๆ) บางวันโพสต์แทบทุกชั่วโมงตั้งแต่เที่ยงคืนวันหนึ่งจนถึงเที่ยงคืนอีกวัน

หรือที่เห็นกันบ่อยคือเพจในเครือ ‘อีซ้อ’ กับ ‘ท่านเปา’ ซึ่งตอนนี้นับไม่ถ้วนแล้วว่ามีกันอยู่กี่เพจ บางเพจเคยเป็นกลุ่มหางาน จู่ ๆ แปลงร่างเป็นท่านเปาเสียอย่างนั้น หรือจากเพจท่านเปา กลับโกนหนวดโกนเครากลายเป็นเพจ ‘ตี๋ใหญ่’ ทำให้พออนุมานได้ว่ามีการซื้อขายการดูแลเพจ

ทั้ง ‘ตี๋ใหญ่’ และ ‘ท่านเปา เล่าข่าว’ มีส่วนสำคัญในการแพร่เฟกนิวส์เรื่อยมา อาทิกรณี ‘หน้าฮุนเซนในรากไม้’ ที่เพจรายงานว่า มาลี โสเจียตา จะฟ้องไทย 5 หมื่นล้าน และ ฮุน มานี สั่งล่าตัวคนทำภาพมาลงโทษ ฯลฯ วันวันหนึ่งก็จะโพสต์แต่ข่าวปั่นเกี่ยวกับกัมพูชาเช่นนี้ (ช่วงนี้มีเรื่องอื่นด้วย เช่น ความขัดแย้งชายแดนใต้ที่กำลังเป็นกระแส)

ไม่ว่าจุดมุ่งหมายของเพจเหล่านี้คืออะไร เป็นปฏิบัติการข่าวสาร (IO) หรือแค่ ‘ปั่น’ เอากระแส แต่สิ่งที่พวกเขาได้รับแน่นอน คือยอดการรับชม การแชร์ และผู้ติดตามมหาศาล

ขายขำ ลดทอนความเป็นคน

“...ที่รัก เธอรักเราไหม…เธอขึ้นมอ’ไซค์เลย แล้วไปอยู่กันที่ฐานทหาร เพราะนอกจากเธอจะช่วยฉันได้แล้ว เธออาจจะช่วยเพื่อนทหารของฉันด้วยก็ได้”

พิธีกรรายการ ‘ข่าวเช้าหัวเขียว’ (2 มี.ค. 69) บรรยายประกอบคลิปหญิงสาวในชุดทหารกัมพูชาซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์แฟนหนุ่ม ออกอากาศช่อง ‘ไทยรัฐทีวี’ และถูกนำมาตัดเป็นคลิปสั้นลงโซเชียลมีเดียอีกหลายช่องทาง ตามมาด้วยบรรดาคอมเมนต์ของชาวเน็ตเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนในคลิป

“Heeไม่หลวมให้มันรู้ไปงานนี้”
“ไม่ถึงเดือนท้องกลับบ้าน คลอดมาหน้าตาเหมือนเพื่อน”
“เมียประจำฐาน เพื่อนบ่าวรอสุกี้หม้อรวม”
ฯลฯ

นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของคลิปคนกัมพูชาที่ถูกนำมาออกอากาศในสื่อโทรทัศน์เท่านั้น รายการข่าวของสื่อหลักนำคลิปสั้นลักษณะนี้มาออกอากาศแทบทุกวัน แต่ละวันเนื้อหาไม่เหมือนกัน สิ่งที่ติดตามมาด้วยทุกครั้งคือน้ำเสียงเชิงล้อเลียน ความเกลียดชังระหว่างเชื้อชาติถูกสร้างขึ้นได้หลายรูปแบบ มิใช่เพียงจากความขัดแย้งซึ่งหน้า หลายครั้งผ่านการลดทอนความเป็นมนุษย์ด้วยความขำขัน

โฆษณา - Advertising

คลิปเก่า เล่าข่าวปลอม

“ไม่เสียแรงที่เกาะติดกันมาสองสามเดือน เพราะว่าวันนี้สิ่งที่เราจับตาอยู่ว่าจะเข้าชายแดนเมื่อไร PHL-03 ขีปนาวุธยิงพิสัยไกลมาก ๆ เข้ามาถึงพื้นที่แล้ว”

อีกหนึ่งข่าวปลอมที่เป็นกระแสมากคือกัมพูชาเคลื่อนขบวนรถ PHL-03 มาประชิดแนวชายแดน แม้กองทัพบกเคยยืนยันไปแล้วว่าเป็นข่าวปลอม และจนตอนนี้ก็ยังไม่มีรายงานเพิ่มเติม แต่ช่วงมีนาคมที่ผ่านมา รายการข่าวช่องอมรินทร์ก็นำข่าวนี้มารายงานพร้อมแนบคลิปประกอบ ว่ามีการเคลื่อนขบวนรถ PHL-03 มาชายแดนจริง ๆ

คลิปนี้ถูกใช้ออกอากาศอยู่ 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-16 มีนาคม 2569 แต่ปรากกว่าคลิปดังกล่าวเป็นคลิปเก่าตั้งแต่เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทำให้ชาวเน็ตไม่น้อยแห่วิจารณ์ว่าสื่อไทยรายงานข่าวโดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising