Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สส.เชียงใหม่ แนะอย่าให้ช่วงเทศกาล ท้องถิ่นผูกขาดจ่ายงบประมาณให้แค่บางกลุ่ม ไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ในพื้นที่ ทั้งที่ช่วงเทศกาลควรสร้างรายได้หมุนเวียนกระจายสู่ชุมชนท้องถิ่นให้ได้มากที่สุด


ภาพช่วงเทศกาลลอยกระทงเชียงใหม่ปี 2566 | แฟ้มภาพเทศบาลนครเชียงใหม่

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 Thai PBS รายงานว่า สมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ ได้ตั้งข้อสังเกตต่อการจัดซื้อจัดจ้างหลายโครงการของหน่วยงานท้องถิ่น โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับ "การจัดดอกไม้" ในกิจกรรมต่าง ๆ พบว่ามีการใช้วิธีคัดเลือกหรือเฉพาะเจาะจง โดยไม่ผ่านการประมูลทั่วไป ทำให้ผู้รับเหมาบางรายได้รับงานซ้ำ ๆ

ขณะที่กิจกรรมเตรียมงานประเพณียี่เป็งหรือลอยกระทง เมืองเชียงใหม่ ยังคงเดินหน้าจัดการ ทั้งติดตั้งไฟประดับและต่อเติมเวที แม้ก่อนหน้านี้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องงบประมาณจาก สส. พรรคประชาชนและสมาชิกสภาเทศบาลบางส่วน รวมถึงสมาชิก อบจ.เชียงใหม่ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา งานกิจกรรมหรืออีเวนต์ต่าง ๆ ของเทศบาลนครเชียงใหม่และ อบจ.เชียงใหม่ มักปรากฏชื่อบริษัทผู้รับเหมาเดียวกัน โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดดอกไม้ และตั้งคำถามถึงวิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงและคัดเลือกที่ไม่ผ่านการประมูล

โฆษณา - Advertising

จากการตรวจสอบ พบว่าบริษัทผู้รับเหมาที่กำลังถูกตรวจสอบ มีการจดทะเบียนเชื่อมโยงกับอีกกว่า 7 บริษัท และมีประวัติรับงานทั้งใน จ.เชียงใหม่ เชียงราย และ จังหวัดใกล้เคียง

ด้านสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ นันท์นภัสร์ ปฐมเดชภัทรคุณ ระบุว่า ขณะนี้ได้ขอหนังสือชี้แจงรายละเอียดการจัดงานจากผู้บริหาร และเรียกร้องให้เทศบาลนครเชียงใหม่ ออกมาชี้แจงกรณีถูกตั้งคำถาม โดยเฉพาะเรื่องวิธีคัดเลือกผู้รับจ้างที่มีเพียงเจ้าเดียว

สำหรับโครงการตกแต่งเมืองประติมากรรม ซุ้มไฟสวยงาม ในงานยี่เป็งปีนี้ ใช้งบประมาณกว่า 14 ล้านบาท โดยผู้รับเหมาคือบริษัท ฟลอร่าแลนด์สเคป จำกัด ขณะที่ปี 2567 เป็นบริษัทฟลาวเวอร์มาร์ท จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ใน จ.เชียงใหม่ และจากการตรวจสอบพบว่าทั้ง 2 บริษัทมีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลในกลุ่มเดียวกัน

บริษัทฟลอร่าแลนด์สเคป จำกัด ได้รับงานทั้งใน จ.เชียงรายและเชียงใหม่ โดยในช่วงปี 2563-2567 ได้รับงานจาก อบจ.เชียงใหม่ถึง 20 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 246 ล้านบาท โดยโครงการที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ "โครงการมนต์เสน่ห์เชียงใหม่ดอกไม้งาม" ซึ่งทำสัญญาวันที่ 18 ต.ค.2567 วงเงิน 99.95 ล้านบาท

โฆษณา - Advertising

ส่วนงานที่ได้รับจากเทศบาลนครเชียงใหม่ ในช่วงปี 2566-2568 มีจำนวน 11 โครงการ วงเงินแต่ละโครงการตั้งแต่หลักหมื่นบาทไปจนถึงกว่า 20 ล้านบาท รวมมูลค่ากว่า 85 ล้านบาท ทั้งนี้ Thai PBS ระบุว่า ได้พยายามติดต่อตัวแทนบริษัทเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ

สส.เชียงใหม่แนะอย่าให้ช่วงเทศกาล ผูกขาดจ่ายงบฯ ให้แค่บางกลุ่ม


การณิก จันทดา สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน

วันนี้ (1 พฤศจิกายน 2568) การณิก จันทดา สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ระบุกับประชาไทว่า แม้เชียงใหม่จะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ไม่มีใครเถียง แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ การบริหารเมืองในปัจจุบันดูเหมือนจะคิดในแนวทาง "นักท่องเที่ยว" มากกว่า "นักพัฒนาเมือง"

ทุกปีเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลจัดงานอีเวนต์ จะพบงบประมาณหลายหลักล้านบาทจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่สิ่งที่ประชาชนเห็นกลับเป็น "ไฟประดับที่ดับเร็ว" "เวทีที่ไม่ชัดเจนว่าจัดเพื่อใคร" และ "ของที่ระลึกที่สิ้นสุดเป็นขยะเมื่องานจบ" ขณะเดียวกัน แรงงานในภาคบริการยังได้รับค่าจ้างต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำ และคนในพื้นที่ไม่ได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากงานเหล่านี้เท่าที่ควร

โฆษณา - Advertising

การณิก ตั้งคำถามว่า งบประมาณเหล่านั้นหมุนกลับสู่ชุมชนได้เพียงใด และที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ การที่งบประมาณในช่วงเทศกาลกลับไหลเข้าสู่กลุ่มผู้รับเหมาเพียงไม่กี่ราย ซึ่งเป็นการผูกขาดที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ในพื้นที่

"เมื่องบประมาณที่ดีควรสะท้อนความต้องการของประชาชนและสร้างคุณค่าร่วม แต่งบหลายโครงการกลับสะท้อน 'ความต้องการของผู้จัด' มากกว่าประชาชน และที่สำคัญคือการใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงหรือคัดเลือก ทำให้งบประมาณไหลไปยังบริษัทเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่ไม่ใช่การกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่เป็นการผูกขาดให้กับกลุ่มบางกลุ่ม" การณิก กล่าว

การณิก เน้นว่า เมื่อการจัดอีเวนต์กลายเป็นช่องทางใช้จ่ายงบประมาณและผูกขาดโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง มากกว่าการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและกระจายรายได้สู่ประชาชน เชียงใหม่จึงถูกมองว่าเป็น "เมืองปราบเซียน" มากกว่า "เมืองสร้างเซียน"

สส.การณิก ย้ำว่า การใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพไม่ได้หมายถึงการใช้ให้น้อย แต่หมายถึงการใช้ให้ตรงจุด ตรงคน ตรงความต้องการของพื้นที่ และต้องเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ได้เข้าถึงโครงการอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่ปล่อยให้งบประมาณถูกผูกขาดโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ในขณะที่เทศกาลควรสร้างรายได้หมุนเวียนกระจายสู่ชุมชนให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่มีส่วนร่วมแค่มาปรบมือในวันเปิดงาน

โฆษณา - Advertising

"คงถึงเวลาทบทวนแล้วว่า เราอยากให้ช่วงเทศกาล เป็นช่วงที่เชียงใหม่ฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระจายโอกาสอย่างเป็นธรรม หรือเป็นช่วงที่ กลุ่มการเมืองใดกลุ่มหนึ่งกอบโกยให้กับพวกพ้อง ปล่อยให้คนเชียงใหม่และผู้ประกอบการอื่นๆ ในท้องถิ่นได้แต่ยืนดูอยู่ข้างเวที" การณิก กล่าวทิ้งท้าย

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising