Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

นักกิจกรรมเชียงใหม่จัดงาน 'แต่งหมี(พูห์) วิ่งสู้เทา' ประชาชนที่มาร่วมงานมีการแต่งชุมหมีพูห์ อุ้มตุ๊กตาหมีพูห์ ใส่หน้ากากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง วิ่งจากสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ไปยังสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร 

เมื่อไปถึงหน้ากงสุลจีนประชาชนที่มามีการหยุดแวะถ่ายรูปร่วมกันไม่นานประมาณ 10 นาที โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกงสุลได้ออกมาสอบถามและถ่ายรูปประชาชนที่มาวิ่งไว้ แต่มิได้มีการไล่แต่อย่างใด หลังจากนั้นประชาชนที่นัดกันแต่งหมี(พูห์) วิ่งสู้เทา ก็ได้แยกย้ายกันกลับ ไม่ได้มีการชูป้ายข้อความประท้วงใดๆ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ได้นัดชุมนุมยื่นหนังสือถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผ่านไปทางกงสุลจีนประจำเชียงใหม่ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจีนควบคุมดูแลเหมืองแร่จีนในพม่าที่ก่อให้เกิดสารพิษปนเปื้อนลงแม่น้ำกก และเกิดเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้กำลังสกัดกั้น จนเป็นเหตุให้ผู้ชุมนุม 2 ราย ได้รับบาดเจ็บ

เนื้อส่วนหนึ่งในหนังสือที่ม็อบแม่น้ำกกต้องการยื่นต่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ระบุว่า ประชาชนชาวไทยไม่ต้องการแม่น้ำพิษจากเหมืองแร่โดยทุนจีนในพม่าอีกต่อไป ตามที่แม่น้ำกก สาย รวก โขง ปนเปื้อนสารโลหะหนักจากเหมืองแร่ที่จีนเข้าไปเกี่ยวข้องในพม่า โดยทางการจีนก็รับรู้และยอมรับผ่านการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยถึง 3 ครั้ง ได้แก่ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2568 วันที่ 31 พฤษภาคม และ วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ใจความสำคัญของการโพสต์คือการบอกประชาชนชาวไทยว่า ประเทศจีนมีความเป็นห่วงในสถานการณ์ปัญหา ไม่ยินยอมให้บริษัทจีนและวิสาหกิจจีนทำลายสิ่งแวดล้อมในต่างประเทศ อีกทั้งยินดีใช้กลไกความร่วมมือล้านช้าง – แม่โขง เพื่อร่วมกันรักษาระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อมและคุณภาพน้ำในลุ่มแม่น้ำโขง 

พวกเราประชาชนชาวไทยตลอดริมน้ำกก สาย รวก โขง นับล้านคนกำลังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมและห่วงโซ่อาหารกำลังปนเปื้อนด้วยสารพิษที่ไหลมากับแม่น้ำจากเหมืองแร่ของท่านในประเทศพม่า เกษตรกรแห่งลุ่มน้ำโขงต้องใช้น้ำสารพิษปลูกข้าวนาปีและนาปรังในเนื้อที่อย่างน้อย 110,000 ไร่ และขายผลผลิตปนเปื้อนให้ผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ ชาวประมง 60 หมู่บ้านกำลังสูญเสียอาชีพ เนื่องจากผู้บริโภคไม่สามารถบริโภคปลาที่มีสารตะกั่ว แคดเมียม และปรอท กระทรวงสาธารณสุขออกคำแนะนำให้งดบริโภคกุ้งหอย ปู ในแม่น้ำปนเปื้อน และงดบริโภคเครื่องในปลา เนื่องจากมีสารโลหะหนักจำนวนมาก ผู้ประกอบการท่องเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำกกต้องสูญเสียอาชีพ อีกทั้งประชาชนอย่างน้อย 40,000 ครัวเรือน หรือ 120,000 คนในตัวเมืองเชียงรายต้องทนบริโภคน้ำประปาที่ปนเปื้อนสารโลหะหนัก พวกเราต้องรับผลกระทบจากความอยุติธรรมทางด้านสิ่งแวดล้อมในนามการพัฒนาสีเขียวของท่าน

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง