Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

หลังจากมีกระแสถกเถียงกันเป็นจำนวนมากในโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับภาพการชี้แจงของอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับนิสิตจุฬาฯ ซึ่งถือป้ายประท้วงการเชิญอภิสิทธิ์มาเป็นวิทยากรบรรยายการบริหารนโยบาายสาธารณะในวิชาของ ศ.ดร.ไชยยันต์ ไชยพร โดยนิสิตหยิบยกประเด็นการสั่งการสลายการชุมนุมของอภิสิทธิ์ในปี 2553 ที่ทำให้ประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก 

วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความที่มีประสบการณ์ต่อสู้คดีให้กับคนเสื้อแดงจำนวนมากได้ให้ความเห็นต่อเรื่องนี้ไว้หลายประการ ดังนี้

การไต่สวนการตายที่เกิดขึ้น เป็นการไต่สวนจากสิ่งที่มีการสอบสวนจากนครบาลมาได้ เพราะเขาเป็นคนรวบรวมหลักฐานเท่าที่ได้ เมื่อไต่สวนเสร็จ มีหลายศพที่ศาลระบุในคำสั่งว่า วิถีมาจากฝั่งทหารทั้งสิ้น ตายจากกระสุน .223 และ 5.56 มิลลิเมตรเป็นกระสุนที่ใช้ในอาวุธสงครามและใช้ในราชการจึงชัดเจนว่ามาจากแนวทหาร ส่วนบางศพที่ไม่สามารถชี้วิถีกระสุนได้ศาลก็ไม่ชี้ว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง


ในส่วนที่ชี้ได้นั้นก็ต้องไปหาว่าเจ้าหน้าที่รัฐคนไหนเป็นผู้กระทำ กรณีของ 6 ศพสามารถพิสูจน์ได้อีกด้วยว่าวิถีกระสุนมาจากอาวุธสงครามซึ่งมีวิถีกระสุนมาจากบนรางรถไฟฟ้า

“มันชี้ไปได้ขนาดนั้นแล้วนะ แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ากระสุนมาจากปากกระบอกปืนของทหารคนใดใน 8 นายที่อยู่บนรางรถไฟฟ้า การไต่สวนก็มีชื่อทั้ง 8 นายแล้ว บางนายยังอยู่ บางนายเสียชีวิตแล้ว แต่ในการไต่สวนการตายบอกว่าไม่สามารถรู้ได้ว่ามาจากกระบอกไหน ไม่รู้ว่าทหารคนไหนถือปืนเลขทะเบียนอะไร จึงบอกไม่ได้ว่าใครเป็นคนกระทำสำหรับ 6 ศพ”

จากนั้น DSI ก็ได้มีความเห็นว่า สำนวนนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครยิง แต่ระหว่างนั้น คสช.เข้ายึดอำนาจ ก็มีการเล่นแร่แปรธาตุว่า สำนวนนี้น่าจะอยู่ในศาลทหาร ทั้งที่เรากล่าวหานายกฯ และ ผอ.ศอฉ.ที่เป็นพลเรือนด้วย (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ควรขึ้นศาลอาญา แต่ DSI ก็ยังส่งสำนวนให้ศาลทหาร อัยการทหารจึงทำความเห็นเลยว่า มีหลักฐานไม่เพียงพอ มีคำสั่งไม่ฟ้อง 

“จริงๆ คดีนี้มันไม่ควรไปให้อัยการทหารในการสั่งสำนวน ควรเป็นอัยการปกตินี่แหละ การโยนไปแบบนี้ก็ทำให้คดี 6 ศพวัดปทุมถูกฝังกลบเลย กลบด้วยการจบคดีแบบนี้ นี่ยังไม่รวมเรื่อง ป.ป.ช.ปิดจบด้วยนะ” 

นอกจากนี้เขาตั้งข้อสังเกตด้วยว่า มีศพหนึ่งที่ไม่มีการชันสูตรพลิกศพและการไต่สวนการตาย แค่ชันสูตรศพเพื่อให้รู้ว่าตายด้วยอะไรในกระบวนการนิติเวช แต่ไม่ได้เอาเข้าสู่สำนวนชันสูตรพลิกศพ นั่นก็คือ พล.ต.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล 

“คือ เสธ.แดง ไง แกตายแต่ไม่มีชันสูตรพลิกศพว่าแกตายเพราะอะไร เพราะใคร วิถีกระสุนมาจาก รพ.จุฬาฯ ตามที่กล่าวหาไหม ไม่มีเลย ถูกยิงหัวขนาดนั้น... อันนี้ยกตัวอย่างให้ฟัง หลายศพที่ไม่หาสาเหตุการตาย มันจึงไม่ใช่แค่ความยุติธรรมไปไม่ถึง แต่เป็นกระบวนการใช้อำนาจที่พยายามทำให้คดีมันจบ แม้กระทั่งพลเอกร่มเกล้า (ธุวธรรม) ตอนแรกบอกว่าตายด้วยอาวุธปืน ตอนหลังบอกว่าสะเก็ดระเบิดก็ไม่มีการไต่สวนการตายเหมือนกัน แค่ชันสูตรพลิกศพแล้วก็ไปฟ้องบุคคลอื่นที่ถูกกล่าวหา ซึ่งก็ยกฟ้องไป”

“ทั้งหมดมันจึงเป็นเรื่องที่อภิสิทธิ์หยิบยกมาพูดเพื่อให้เห็นความเลวร้ายของคนเสื้อแดง เหมือนกับการ ศอฉ.ที่สาดโคลน ใส่ร้ายทุกวันตอนนั้น รวมถึงผังล้มเจ้าด้วย สุดท้ายก็มายอมรับว่าเขียนขึ้นไปอย่างนั้น ปะติดปะต่อโดยการข่าวเฉยๆ ไม่มีอะไร”

“ดังนั้น ที่อภิสิทธิ์โต้นักศึกษาโต้เพื่อให้ตัวเองมีน้ำหนัก ใช้อำนาจรัฐได้ แต่คุณยังไม่ได้ถูกวินิจฉัยโดยพยานหลักฐานอย่างครบถ้วนเหมือนคดีอาญาทั่วไป ว่าคุณเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องในการสั่งการแค่ไหน มันเป็นการชนะฟาวล์ทางเทคนิคเหมือนที่ บก.ลายจุดพูดนั่นแหละ ยังไม่ได้วินิจฉัยในเนื้อหาของการกระทำที่กล่าวหาว่ามีส่วนทำให้ประชาชนถึงแก่ความตายร่วมร้อยศพ ผู้บาดเจ็บด้วย คุณไม่ต้องรับผิดชอบเขาเหรอในการบริหารราชการแผ่นดิน” 

ส่วนคำพูดที่บอกว่าอภิสิทธิ์รอด 3 ศาลนั้น อันที่จริงแล้วเป็นการรอดในทางเทคนิคเท่านั้น โดยรายละเอียดดังนี้

DSI รับสำนวนไต่สวนฯ มาแล้ว เมื่อดูหลักฐานต่างๆ จึงกล่าวหาว่า นายกฯ ในฐานะเป็นผู้ตั้ง ศอฉ.และสั่งการ รวมถึง ผอ.ศอฉ.คือสุเทพ เทือกสุบรรณ โดยมีการสอบสวน 2 คนในการกระทำความผิดทางอาญา 288,289 ข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา เพราะย่อมเล็งเห็นผล เนื่องจากการสั่งให้เจ้าหน้าที่ทหารที่อ้างว่าเป็นผู้ควบคุมการชุมนุมใช้อาวุธได้ ถ้าถูกกฎหมายจริงต้องไม่มีอาวุธ การให้ใช้อาวุธสงครามและกระสุนจริงในการปฏิบัติหน้าที่สลายการชุมนุม เป็นเจตนาที่ย่อมเล็งเห็นผลให้เกิดความสูญเสีย 

“นี่คือสำนวนที่ DSI สอบสวนและพยายามนำไปสู่การฟ้อง อัยการก็มีความเห็นสั่งฟ้องด้วย แต่เมื่อฟ้องศาลอาญาแล้ว ศาลอาญามีกระบวนการที่ทำให้เห็นว่า เรื่องนี้น่าจะไม่ใช่ความผิดทางอาญา น่าจะเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นอำนาจ ป.ป.ช. ศาลก็เลยยกฟ้องว่าไม่มีอำนาจสอบสวนโดยดีเอสไอ แต่อย่าลืมว่าอธิบดีศาลอาญาขณะนั้น ท่านทำบันทึกโต้แย้งองค์คณะเลยว่า ไม่เห็นด้วยที่ยกฟ้อง เขาฟ้องถูกแล้ว เป็นความผิดอาญาที่ทำให้คนตาย ทีนี้อัยการก็อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ก็ยืนยกฟ้องอีก แล้วมีการขออนุญาตฎีกา ศาลฎีกาก็บอกให้อยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. ก็เลยเป็นที่มาของการที่อภิสิทธิ์บอกว่า เขารอด” 

“นี่เป็นเทคนิคทางข้อกฎหมายที่เห็นไม่ตรงกัน ยังไม่ได้วินิจฉัยการกระทำของอภิสิทธิ์ สุเทพเลย”

“ต่อมา DSI ยื่นฟ้องต่อ ป.ป.ช.ทั้งอภิสิทธิ์ สุเทพ รวมถึงผู้บัญชาการเหตุการณ์ขณะนั้นคือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ทาง ป.ป.ช.ก็ดำเนินการโดยไม่ได้เรียกญาติ ไม่ได้เรียกแกนนำหรือใครไปไต่สวนมาก เอาเท่าที่ตนเองรวบรวมได้ แล้ว ป.ป.ช.ในยุคนั้นก็เป็นยุคที่ คสช.ยึดอำนาจแล้วด้วย จนกระทั่งมีความเห็นว่า การใช้อำนาจตั้ง ศอฉ.และการใช้มาตรการต่างๆ ของเจ้าหน้าที่เป็นการกระทำที่เหมาะสม ไม่เกินกว่าเหตุ ใช้มาตรา 17 มาเป็นข้อยกเว้นให้คนประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อเป็นข้อสนับสนุนว่ามันชอบ เรียกว่าปิดจบให้ จะกล่าวหาอภิสิทธิ์ สุเทพ พล.อ.อนุพงษ์ ไม่ได้แล้ว” 

“แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังมีติ่งแถมให้ด้วยว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ทหารตามไต่สวนการตายนั้นก็ให้ดำเนินคดีกับทหารเอา แล้วจะไปจับมือใครดมได้ ขนาดรางรถไฟมี 8 นาย DSI ชุดนายธาริต เพ็งดิษฐ์ พยายามบีบจนได้ชื่อมา แต่ก็ยังจับมือใครดมไม่ได้” 

“มันจึงกลายเป็นสิ่งที่อภิสิทธิ์พูดว่า ผ่านกระบวนการมาหมดแล้ว แต่มันเป็นกระบวนการในการใช้อำนาจทางกฎหมายโดยใช้อำนาจดุลพินิจในการเลือกที่จะรับฟังพยานหลักฐาน แล้วหาเหตุผลมาสนับสนุนว่ารัฐบาลใช้อำนาจบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างเหมาะสมและถูกต้องตามหลักสากล”

“ตอนนี้อายุความยังไม่ขาด ดังนั้น DSI เป็นหน่วยงานโดยตรงที่จะทำเรื่องนี้ ต้องทำและสอบต่อ”  

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง