พลตรีวินธัยโฆษกกองทัพบกชี้แจง การเสียชีวิตในค่ายทหารของ “พลทหารราเชน ยวามื่อ” วานนี้ เกิดจากการผูกคอเสียชีวิตภายในห้องน้ำของห้องขังกองรักษาการณ์ โดยไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้ายร่างกาย กองทัพระบุ พลทหารราเชนมีประวัติการรักษาอาการทางจิตเวช หลังเข้าประจำการทางหน่วยต้นสังกัดยังได้พาไปพบแพทย์รักษาอาการต่อเนื่องที่โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จ.พิษณุโลก ขณะนี้ยังคงรอผลชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนทางกฎหมาย ยืนยันทางกองทัพจะตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ทางมูลนิธิผสานวัฒนธรรมที่ได้รับแจ้งเหตุการเสียชีวิตของพลทหารราเชนเตรียมร้องเรียนต่อศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายให้ตรวจสอบข้อเท็จอีกด้าน
12 พ.ย. 2568 พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกชี้แจงเกี่ยวกับการเสียชีวิตในค่ายทหารของ “พลทหารราเชน ยวามื่อ” ที่ จ.พิษณุโลก โดยกองทัพระบุว่า กองทัพบกได้รับรายงานเหตุพลทหารราเชน ทหารกองประจำการผลัด 2/68 สังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ หน่วยฝึกกรมรบพิเศษที่ 4 กรมรบพิเศษที่ 4 จังหวัดพิษณุโลก ได้ผูกคอเสียชีวิตภายในห้องน้ำของห้องขังกองรักษาการณ์ โดยไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งมีผู้บังคับกองรักษาการณ์เป็นผู้ตรวจพบ
พลตรีวินธัยระบุ เบื้องต้นทราบว่าพลทหารราเชนมีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เข้ารายงานตัวเป็นทหารกองประจำการผลัดที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2568 และอยู่ระหว่างการฝึกหลักสูตรทหารใหม่ ณ กรมรบพิเศษที่ 4
ในการบันทึกข้อมูลทหารใหม่ หน่วยได้ตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตมีประวัติการรักษาอาการทางจิตเวชจากโรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังการเข้าประจำการทางหน่วยได้ดำเนินการส่งต่อประวัติการรักษามายังโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อให้แพทย์ดูแลและติดตามอาการอย่างต่อเนื่องตามระบบ ทั้งนี้ ยังพบว่าผู้เสียชีวิตมีประวัติการใช้สารเสพติดมาก่อนเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ

พลทหารราเชน ยวามื่อ
พลตรีวินธัยยืนยันว่า ทางหน่วยได้ดูแลอย่างใกล้ชิด และได้พาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก ครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2568 และตามนัดครั้งที่สองเมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2568 ซึ่งในระหว่างรอพบแพทย์ในวันดังกล่าว พลทหารราเชนได้หลบหนีออกจากโรงพยาบาล และขโมยรถจักรยานยนต์ของประชาชนในบริเวณใกล้เคียงขับออกไป ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวและควบคุมไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ในเวลาประมาณ 19.00 น. โดยขณะนั้นอยู่ในลักษณะอาการมึนเมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานให้หน่วยฝึกนำตัวกลับมายังต้นสังกัด ซึ่งเดินทางถึงหน่วยเวลาประมาณ 22.00 น. เนื่องจากผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ในสภาพมึนเมา หน่วยจึงได้ควบคุมตัวไว้ที่ห้องควบคุม ณ กองรักษาการณ์ของหน่วย
ในช่วงเช้าวันที่ 11 พ.ย. 2568 พลทหารราเชนได้ขออนุญาตเข้าห้องน้ำ ต่อมาผู้ควบคุมสังเกตว่าใช้เวลานานผิดปกติ จึงเข้าไปตรวจสอบพบพลทหารราเชนผูกคอเสียชีวิตภายในห้องน้ำของห้องขังกองรักษาการณ์ โดยไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้ายร่างกาย เหตุเกิดเวลาประมาณ 09.10 น. หน่วยได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและประสานโรงพยาบาลวังทองเข้าดำเนินการชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนทางกฎหมาย พร้อมแจ้งให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตทราบเหตุการณ์โดยทันที
ปัจจุบันศพผู้เสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิต ขณะเดียวกันหน่วยต้นสังกัดอยู่ระหว่างการสอบถามรายละเอียดเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างละเอียด หากพบว่ามีประเด็นใดที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง จะต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย
กองทัพบกขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และได้มอบหมายให้หน่วยต้นสังกัดดูแลและให้การช่วยเหลือครอบครัวในทุกด้าน พร้อมยืนยันว่าในปัจจุบันกองทัพบกถือว่ากำลังพลทุกคนเปรียบเสมือนคนในครอบครัว ที่ต้องให้ความสำคัญในการเอาใจใส่ดูแลให้ดีที่สุด ตามนโยบายและแนวทางที่ผู้บัญชาการทหารบกได้กำหนดไว้
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ วานนี้ (11 พ.ย. 2568) มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับแจ้งเหตุทหารเกณฑ์เสียชีวิตในค่าย จ.พิษณุโลก โดยทางมูลนิธิฯ จะเตรียมร้องเรียนต่อศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวผู้เสียหาย
วันที่ 12 พ.ย. 2568 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมรายงานเพิ่มเติมว่า ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับมอบอำนาจจากครอบครัวของพลทหารราเชนทหารเกณฑ์ที่เสียชีวิตในค่าย จ. พิษณุโลก ให้เข้าร่วมสังเกตการณ์การชันสูตรพลิกศพพลทหารราเชน โดยแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลพุทธชินราช จ. พิษณุโลก พร้อมเจ้าหน้าที่กรมสืบสวนคดีพิเศษ (DSI) และเจ้าหน้าที่ทหารเข้าร่วมสังเกตการณ์ โดยหลังจากการผ่าชันสูตรเสร็จสิ้น ทีมแพทย์ชี้แจงข้อสังเกตและมีความเห็นเบื้องต้นว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการแขวนคอ สำหรับรายงานผลการชันสูตรเบื้องต้นแพทย์จะส่งให้พนักงานสอบสวนภายใน 30 วัน และพนักงานสอบสวนจะรวบรวมทำสำนวนให้กับอัยการต่อไปเนื่องจากเป็นการเสียชีวิตในการควบคุมตัว
มูลนิธิผสานวัฒนธรรมตั้งข้อสังเกตว่า การเสียชีวิตของพลทหารราเชนเป็นอีกหนึ่งความสูญเสียที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงการเกณฑ์ทหาร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงรากของปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ดังนั้น มูลนิธิผสานวัฒนธรรมจึงมีข้อเสนอแนะเพื่อให้ประเด็นการเสียชีวิตของพลทหารเกณฑ์ได้รับการแก้ไขในเชิงระบบ ดังนี้
- เร่งทำการสืบสวนสอบสวนอย่างโปร่งใสและอิสระ ทั้งจากหน่วยงานต้นสังกัดและจากหน่วยงานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ และเผยแพร่ผลการสืบสวนต่อญาติและสาธารณะ เพื่อสร้างมาตรการป้องกันการสูญเสียพลทหารขณะฝึก
- ทบทวนและตรวจสอบการควบคุมตัวพลทหารที่กระทำผิดวินัยที่เป็นไปเพื่อการลงโทษ โดยจำเป็นต้องตรวจสอบสภาพร่างกายและจิตใจอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงทุกรูปแบบ รวมทั้งการฆ่าตัวตายในห้องขังของทางทหาร รวมทั้งการป้องกันการฆ่าตัวตายในห้องขัง เช่น ไม่ควรมีอุปกรณ์ที่สามารถใช้ในการทำร้ายตนเองได้ เป็นต้น
- ทำให้แน่ใจว่าทางกองทัพและหน่วยฝึกจะมีการตรวจสอบสภาพจิตใจและประวัติพลทหารอย่างละเอียด เป็นมืออาชีพ ทั้งเรื่องการเป็นผู้ใช้ยาหรือผู้ป่วยด้านจิตเวช ต้องดำเนินการโดยแพทย์ จิตแพทย์หรือ นักจิตวิทยาอย่างถูกต้องตามขั้นตอนเพื่อคัดแยกพลทหารให้ได้รับการปฏิบัติในค่ายระหว่างการฝึกอย่างเหมาะสมและป้องกันการสูญเสีย
- ทบทวนการลงโทษในข้อหาการหนีทหารและการผิดวินัยอื่นๆ เนื่องจากพบว่าบ่อยครั้งการลงโทษในข้อหาเหล่านี้กลายเป็นสาเหตุในการละเมิด พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ สมควรให้มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาอย่างเหมาะสม ไม่ใช่เป็นอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของครูฝึกหรือผู้ฝึก ทั้งนี้เพื่อเป็นไปตามหลักการที่เคารพสิทธิมนุษยชนและสามารถตอบคำถามกับญาติและสังคมได้ว่า กองทัพและหน่วยฝึกมีมาตรการอย่างไรที่จะป้องกันการสูญเสียที่เกิดขึ้น ไม่ว่าพลทหารที่สมัครหรือที่ถูกบังคับเกณฑ์ หากพบว่ามีการกระทำความผิดหรือการสั่งลงโทษที่ไม่เหมาะสมควรมีบทลงโทษเพื่อป้องปรามการกระทำซ้ำ
- เร่งให้มีการเยียวยาความสูญเสียของพลทหารตามหลักการด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเหมาะสม การเสียชีวิตในการควบคุมตัวเป็นการละเมิดสิทธิในชีวิต รัฐหมายรวมถึงกองทัพมีหน้าที่ปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของผู้ถูกควบคุมตัวที่ถูกลงโทษทางวินัย
มาตรา 28 ของ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ระบุว่า ในกรณีที่ผู้ถูกควบคุมตัวถึงแก่ความตาย ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับผิดชอบแจ้งคณะกรรมการทราบเพื่อให้มีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทรมาน ในระหว่างควบคุมตัวโดยพลัน มูลนิธิผสานวัฒนธรรมจึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องร่วมติดตาม ตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อความเป็นธรรมต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัว รวมทั้งขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปร่วมกันติดตามความคืบหน้าของกรณีดังกล่าวนี้ เพื่อให้การสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้นนี้ยุติลงได้อย่างแท้จริง
หมายเหตุ : วันที่ 13 พ.ย. 2568 เวลา 13.18 น. มีการเพิ่มเติมเนื้อหาในส่วนการอัพเดทเพิ่มจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม
