เมื่อวันที่ 22 พ.ย. แม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมสั่งเตรียมพร้อมตอบโต้ตามกฎการใช้กำลังจากเบาไปหนัก หลังมีลูกระเบิดข้ามมาตกกลางหมู่บ้านฝั่งไทยเสียหาย 4 หลัง ล่าสุดสถานการณ์สู้รบยังคงตรึงเครียดทหารเมียนมายังยิงปะทะกับทหารฝ่ายต่อต้านดุเดือด
สำนักข่าวไทย รายงานเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2568 ว่า พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมนายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมทหาร ฉก.ราชมนู ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด ตำรวจและฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันลงตรวจพื้นที่แนวชายแดนไทย-เมียนมาหลังตลอดทั้งวันที่ผ่านมาได้เกิดสถานการณ์ความตรึงเครียดที่แนวชายแดนไทย-เมียนมา หลังกองทัพทหารเมียนมา กองพล.ร.เบา 22 จำนวนหลายกองพันพร้อมอาวุธหนักได้นำกำลังบุกโจมตีทหารฝ่ายต่อต้านที่วางกำลังสกัดกั้นและโจมตีการเคลื่อนทัพของทหารเมียนมาที่มากวาดล้างฝ่ายต่อต้านที่เส้นทางพื้นที่ป่าสัก หมู่บ้านนิละป่าน อ.เมียวดี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามฝั่งประเทศไทย หมู่บ้านใหม่แม่โกนเกน ม. 2 ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก และจุดยิงปะทะอยู่ห่างจากแนวชายแดนไทยไปประมาณ 1 กม. จนการยิงปะทะด้วยอาวุธนานาชนิดตอบโต้กันไปมาของทหารทั้งสองฝ่าย ได้เกิดมีลูกระเบิดวิถีโค้งซึ่งคาดว่าเป็นขนาด 60 มม.จำนวน 1 ลูกได้หลุดข้ามมาตกกลางหมู่บ้านแม่โกนเกน หมู่ที่ 4 ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยจุดที่ลูกระเบิดตกนั้นเป็นสวนแปลงผักและแรงระเบิดที่ดังสนั่นหวั่นไหวลูกนี้ได้สร้างความเสียหายทำให้บ้านเรือนประชาชนจำนวน 4 หลังคาเรือนได้รับความเสียหายทั้งกระจกบ้านแตก รั้วบ้านแตกเป็นรูขนาดใหญ่ สายไฟขาด และมีรถยนต์กระบะถูกสะเก็ดระเบิดเป็นรูจำนวน 1 คันแต่โชคดีที่ไม่มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บแต่ก็ส่งผลทำให้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ซึ่งหลังเกิดเหตุการณ์ลูกระเบิดมาตกฝั่งไทยนั้น พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้สั่งการให้ทหาร ฉก.ราชมนู ใช้เครื่องยิงลูกระเบิดซึ่งเป็นกระสุนควันขนาด 120 มม.ยิงเตือนข้ามไปยังพื้นที่ฝั่งประเทศเมียนมาเพื่อเป็นการแจ้งเตือน แต่การยิงปะทะฝั่งประเทศเมียนมาก็ยังดำเนินต่อไปด้วยอาวุธหนักและปืนกล จนเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต้องตรึงกำลังตลอดแนวชายแดนบ้านแม่โกนเกน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับแนวยิงปะทะอย่างเข้มงวด
ด้านพลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า หลังประเทศเพื่อนบ้านมีการยิงปะทะใกล้แนวชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีกระสุนปืนลอยข้ามมาตกฝั่งประเทศไทยหลายครั้งจนมีการแจ้งเตือนผ่านหน่วยประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งเมื่อช่วงสายของวันนี้ได้รับรายงานว่ามีกระสุนจากเครื่องยิงลูกระเบิดมาตกที่บ้านตายาย กลางหมู่บ้านฝั่งไทย ตนเองจึงรีบรายงานท่าน ผบ.ทบ จนมีการอนุมัติการยิงเตือนด้วยกระสุนควันจำนวน 1 นัด ซึ่งฝ่ายไทยได้ปฎิบัติการตามกฎการยิงปะทะโดยเตือนจากเบาไปหาหนัก นอกจากนี้จะมีการแจ้งเตือนผ่าน ทีบีซี หรือหน่วยประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา ในระดับพื้นที่จังหวัดตาก ได้แจ้งการประสานงานไปยังประเทศเพื่อนบ้านให้ระมัดระวังในการปฏิบัติการทางทหารและขออย่าให้มีกระสุนปืนหรือลูกระเบิดข้ามแนวชายแดนไทยอย่างเด็ดขาด ส่วนการรักษาอธิปไตยขนาดนี้ทหาร ฉก.ราชมนู ทหารพราน ฉก.ทพ.35 ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 พร้อมตำรวจ สภ.แม่สอด และฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันวางกำลังป้องกันแนวชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก อย่างเข้มงวด พร้อมจับตาดูสถานการณ์การสู้รบในประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้มีชาวเมียนมาอพยพหนีภัยการสู้รบเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่ปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนอำเภอแม่สอดแล้วจำนวน 125 คน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนเข้าไปดูแลตามหลักมนุษยธรรมแล้ว
