'เพื่อไทย' ย้ำรัฐบาลต้องเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียม เสนอ 4 มาตรการเร่งด่วน "กู้วิกฤตน้ำสะอาด-ระบบแจ้งเตือนต้องมีแผนปฏิบัติ-เกราะป้องกันเศรษฐกิจ-ตั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์ ออกมาตรการพักชำระหนี้" - 'ประชาธิปัตย์' วอนกระจายความช่วยเหลือให้ทั่วถึง ชี้ภาครัฐควรเร่งอพยพคนให้ได้มากที่สุด พร้อมกับต้องมีศูนย์ข้อมูล ระบบบัญชาการ เพื่อวางแผนว่าจะช่วยใครก่อนและหลัง ตอนนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนมีความสับสนในการให้ความช่วยเหลือกันทั้งคู่
25 พฤศจิกายน 2568 นายนพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ว่า ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ โดยประกาศชัดเจนว่าพร้อมจ่ายเงินชดเชยทันทีโดยไม่ต้องสำรวจความเสียหาย ต่างจากพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งกว่าประชาชนจะได้เงินชดเชยความเสียหายต้องสำรวจหลายรอบ ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่า นายกรัฐมนตรีควรช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียมกัน
นายนพพล กล่าวด้วยว่า สำหรับพื้นที่ที่ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่รับน้ำประชาชนที่เสียสละก็ควรได้รับเงินชดเชยก่อน เพราะประชาชนในพื้นที่ต้องทนอยู่กับน้ำท่วมนานหลายเดือน แต่หากรัฐทอดทิ้งคนเหล่านี้ ในอนาคตคงไม่มีพื้นที่ใดยอมเป็นพื้นที่รับน้ำแล้ว นอกจากนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลสมัยพรรคเพื่อไทย ได้ปรับอัตราการจ่ายเงินชดเชยพื้นที่ทางการเกษตรที่ได้มีการปรับราคาจากเดิมนาข้าว ไร่ละ 1,340 บาท ไม่เกิน 30 ไร่ ปรับเป็นไม่เกิน 2,200 บาทต่อไร่ ในขณะที่สวนไม้ผลจากเดิมไร่ละ 4,048 บาท ปรับเป็นประมาณ 6,000 บาท ซึ่งในขณะนี้กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างการพิจารณา จนถึงวันนี้ใช้เวลาในการพิจารณานานกว่า 1 ปีแล้ว ดังนั้น รัฐบาลชุดปัจจุบันควรเร่งรัดพิจารณาให้ทันกับสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกษตรได้มีทุนสำหรับปรับปรุงพื้นที่เพื่อทำการเกษตรต่อไป รัฐบาลไม่ควรดึงเวลาในการดูแลภาคการเกษตร เพราะคนที่เสียประโยชน์ คือ เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น
หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ชี้น้ำท่วมหาดใหญ่เข้าขั้นวิกฤต เสนอ 4 มาตรการเร่งด่วน ให้รัฐบาลดำเนินการได้ทันที
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่าสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้เข้าขั้น วิกฤตธงแดง และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่เพียงปริมาณน้ำที่หลากลงมา แต่รวมถึงระบบสาธารณูปโภคหลักที่หยุดชะงัก ทั้งน้ำสะอาดและไฟฟ้าซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเมืองเศรษฐกิจ จากการติดตามสถานการณ์และเปรียบเทียบกับน้ำท่วมภาคเหนือที่ผ่านมา พบว่าบริบทของหาดใหญ่เป็น Urban flood หรือภัยพิบัติในเขตเมืองใหญ่ ซึ่งสร้างความเสียหายคนละลักษณะกับพื้นที่ภาคเหนือ โดยความเสียหายเกิดจากการขาดน้ำสะอาด ไฟฟ้าที่มีความเสี่ยง และโครงสร้างพื้นฐานเมืองที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ในนามพรรคเพื่อไทย ตนขอเสนอแนวทางเร่งด่วน 4 ข้อต่อรัฐบาลและศูนย์ปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1. กู้วิกฤตน้ำสะอาด (Water Rescue) เนื่องจากโรงกรองน้ำหาดใหญ่หยุดการผลิต จึงต้องระดมรถผลิตน้ำดื่มเคลื่อนที่จากเหล่าทัพและกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เข้าประจำจุดปลอดภัยในเมืองหาดใหญ่ภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อแจกจ่ายน้ำดื่มโดยไม่ต้องรอระดับน้ำลด
2. ระบบแจ้งเตือนต้องมีแผนปฏิบัติ (Active Warning) เสนอใช้ระบบ Cell Broadcast ส่งข้อความฉุกเฉินตรงถึงประชาชน ระบุพิกัดพื้นที่เสี่ยง จุดอพยพ และจุดรับน้ำอย่างชัดเจน ลดความสับสนและเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนย้าย
3. เกราะป้องกันเศรษฐกิจ (Economic Shield) หาดใหญ่เป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจ การหยุดชะงักเพียงวันเดียวส่งผลต่อห่วงโซ่เศรษฐกิจทั้งภาคใต้ จึงต้องเร่งออกมาตรการรองรับผลกระทบทางธุรกิจในทันที
4. ตั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์ ออกมาตรการพักชำระหนี้ โดยเสนอให้รัฐบาลแต่งตั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์เพื่อบริหารจัดการแบบเฉพาะหน้าในทุกมิติ พร้อมให้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยเตรียมประกาศมาตรการพักชำระหนี้และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ(Soft Loan) ช่วยผู้ประกอบการและประชาชนในหาดใหญ่โดยเร็ว
นายจุลพันธ์ ย้ำว่า วิกฤตครั้งนี้หนักหนา แต่หากบริหารจัดการด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว จะสามารถผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ พร้อมส่งกำลังใจให้ชาวสงขลา เจ้าหน้าที่ด่านหน้า และยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะติดตามสถานการณ์และผลักดันการช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
'ประชาธิปัตย์' วอนกระจายความช่วยเหลือให้ทั่วถึง
นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก สิงโต - ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ขอความช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ ว่าขณะนี้การบริหารจัดการน้ำล้มเหลวแล้ว ประชาชนในพื้นที่ ตำบลควนลัง ตำบลคลองแห ตำบลคูเต่า ตำบลทุ่งตำเสา ตำบลฉลุง ของอำเภอหาดใหญ่ และ ตำบลท่าช้าง ตำบลบางกล่ำ ตำบลบ้านหาร และ ตำบลแม่ทอม ของอำเภอบางกล่ำ ได้รับผลกระทบหนัก อีกทั้งพบว่าสรรพกำลังและเครื่องมือช่วยเหลือส่วนใหญ่ถูกนำไปช่วยเหลือประชาชนในตัวเมืองหาดใหญ่ จนไม่เหลือมากระจายความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นพื้นที่รอบนอกตัวเมืองหาดใหญ่ที่ต้องรับน้ำจากตัวเมืองซึ่งได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน จึงขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเร่งกระจายความช่วยเหลือและเครื่องมืออย่างทั่วถึงด้วย พร้อมย้ำว่าน้ำท่วมหาดใหญ่ไม่ได้ท่วมเพียงแค่ในตัวเมือง และขณะนี้ประชาชนในพื้นที่เริ่มรอคอยความช่วยเหลือไม่ไหวแล้ว
นายศักดิ์สิทธิ์ ยังระบุด้วยว่า 2 วันที่ท่านมา สถานการณ์ยังไม่วิกฤตถึงขั้นนี้ สิ่งสำคัญคือภาครัฐควรเร่งอพยพคนให้ได้มากที่สุด พร้อมกับต้องมีศูนย์ข้อมูล ระบบบัญชาการ เพื่อวางแผนว่าจะช่วยใครก่อนและหลัง แต่ในสถานการณ์จริงขณะนี้ ทั้งภาครัฐและเอกชนมีความสับสนในการให้ความช่วยเหลือกันทั้งคู่ ซึ่งความล้มเหลวเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้น
ที่มาเรียบเรียงจาก สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา [1] [2] [3]
