RUN2Free วิ่งเพื่อเสรีภาพ ครั้งที่ 3 จากวงเวียนใหญ่-ท่าเรือราชวงศ์ เรียกร้องเสรีภาพการแสดงออก รณรงค์รัฐธรรมนูญใหม่ เขียนได้ทั้งฉบับ สสร.เลือกตั้ง 100% และสิทธิประกันตัวนักโทษการเมือง ก่อนเริ่มงานเกิดเหตุวุ่นวาย มีชายเข้ามาต่อว่า-ท้าต่อยผู้จัด จน ตร.ต้องกันตัวออกไป พร้อมเปิดเหตุยกเลิกกิจกรรม People's Fair ก่อนวันงานเพียงวันเดียว
29 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (29 พ.ย.) เวลาประมาณ 16.30 น. ที่วงเวียนใหญ่ ฝั่งหน้าธนาคารออมสิน เครือข่ายภาคประชาสังคม นำโดย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมกันจัดงาน "Run2Free : วิ่งเพื่อเสรีภาพ" ครั้งที่ 3 โดยเส้นทางเริ่มต้นจากวงเวียนใหญ่ และสิ้นสุดที่ท่าเรือราชวงศ์ เพื่อเรียกร้องเสรีภาพการแสดงออก รัฐธรรมนูญใหม่ และสิทธิการประกันตัวของนักโทษการเมือง
นอกจากนี้ มีข้อสังเกตว่าเจ้าหน้าที่เขต และตำรวจ มีการคุมเข้มการจัดกิจกรรม เมื่อเทียบกับการจัดงาน RUN2Free ก่อนหน้านี้ทั้ง 2 ครั้ง และมีการกดดันเจ้าของสถานที่จัดงาน จนทำให้ผู้จัดตัดสินใจยกเลิกกิจกรรม People’s Fair ก่อนถึงวันงานเพียงวันเดียว
สามารถกดลูกศรซ้าย-ขวา เพื่อเลื่อนดูภาพได้
เฝาซี ลาเต๊ะ เจ้าหน้าที่องค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และเป็นหนึ่งในองค์กรที่ร่วมจัดงานครั้งนี้ กล่าวถึงการจัดงานวันนี้ว่า "Run2Free" ถือว่าเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยจุดเริ่มต้นของงานนี้มาจากงาน "People’s Fair" ซึ่งเป็นเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนทั้งหมด เนื่องในวาระวันสิทธิมนุษยชนสากล ซึ่งตรงกับวันที่ 10 ธ.ค. ของทุกปี และก็คิดว่าหนึ่งในสิทธิพื้นฐานคือเรื่องสิทธิประกันตัว และเสรีภาพการแสดงออก เราเลยจัดงาน Run2Free เพื่อดึงคนมาร่วมงาน People’s Fair ด้วย
อย่างไรก็ตาม การจัดงาน People's Fair ไม่ได้ราบรื่นนัก และทางผู้จัดงานตัดสินใจยกเลิกก่อนวันงานเพียง 1 วัน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของตลาด "ตะลักเกี๊ยะ" ถูกตำรวจเข้ามาสอบถาม และพูดคุย จนมีความกังวลเรื่องกิจกรรมทางการเมือง และการรณรงค์เรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทำให้เจ้าของสถานที่เรียกร้องให้ทางผู้จัดงาน People’s Fair ลดประเด็นในการสื่อสาร จนทางผู้จัดงานตัดสินใจยกเลิกงาน
"ตำรวจเขาใข้วิธีเข้าไปคุยกับเจ้าของสถานที่ว่ากิจกรรมของเป็นกิจกรรมทางการเมือง พอพูดว่ากิจกรรมการเมืองแล้ว ทางวัดเขาก็กลัว หรือตลาดตะลักเกี๊ยะ เจ้าหน้าที่ในตลาดเขาก็ค่อนข้างกลัว ตำรวจเขาก็ไปคุยว่ากิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมทางการเมือง เขาไม่สบายใจที่ให้ใช้ เจ้าหน้าที่สถานที่เขาก็พยายามลดเพดานประเด็นทางการเมือง เช่น ไม่ให้พูดเรื่องรัฐธรรมนูญ หรือนักโทษทางการเมือง ถ้าจะลดเพดานแบบนี้ เราเลยเลือกไม่จัดดีกว่า เพราะเราอยากจะสื่อสาร เรายังยึดหลักเสรีภาพในการแสดงออก ถ้าเราพยายามที่จะจัดงาน แต่เรายังดึงดันที่จะจัด มันไม่คุ้ม" เฝาซี กล่าว
ขณะที่งานวิ่ง Run2Free ครั้งที่ 3 เผชิญกับการกดดันจากเจ้าหน้าที่ไม่แพ้กัน เพราะเดิมมีการเปลี่ยนจุดนัดรวมตัวทำกิจกรรมจากสถานที่เดิมคือ วัดกัลยาณมิตร มาเป็นวงเวียนใหญ่ เนื่องจากเจ้าอาวาสถูกตำรวจ สน.บุปผาราม มาคุย ทำให้ไม่สบายใจในการให้ใช้สถานที่ และกังวลเรื่องกิจกรรมทางการเมือง ทางผู้จัดเลยเปลี่ยนจุดนัดรวมตัวทำกิจกรรมที่อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน วงเวียนใหญ่ พร้อมกับสำรวจเส้นทางใหม่ที่จะทำให้ได้ระยะทางเท่าเดิม และกระทบการจราจรให้น้อยที่สุด
เพจเฟซบุ๊ก "iLaw" รายงานว่า ก่อนถึงเวลานัดทำกิจกรรมวันนี้ สำนักงานเขตมีการปิดอุโมงค์ไปลานอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ทำให้ผู้จัดต้องย้ายมาที่พื้นที่ริมฟุตบาทหน้าธนาคารออมสิน แต่ตำรวจขับมอเตอร์ไซค์มาแจ้งว่าบริเวณหน้าธนาคารออมสิน ไม่สามารถจัดกิจกรรมได้ แต่ผู้ชุมนุมยืนยันว่าจะใช้เสรีภาพในการรวมตัวที่ฟุตบาท และเจรจา ท้ายที่สุดตำรวจยอมอำนวยความสะดวกการจราจรตลอดเส้นทางวิ่งจนถึงปลายทางท่าน้ำราชวงศ์
เฝาซี กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า แม้ว่าเขาจะให้ใช้ทางใต้ดินวงเวียนใหญ่ทีหลัง แต่ทางผู้จัดเซ็ตสถานที่ไว้หมดแล้ว เลยเตรียมการไม่ทัน แต่เราคิดว่าไหนๆ ก็นัดคนมาแล้ว และยังมีทางเท้าที่ใช้ในการวิ่งได้ เราเลยจัดงานต่อและสื่อสารในประเด็นสิทธิมนุษยชนให้เยอะที่สุด
เฝาซี มองว่า เมื่อเทียบกับงาน 2 ครั้งแรก ครั้งนี้มันจัดยากกว่า เพราะปัญหาก็คือแต่ละพื้นที่มีความกังวลเรื่องสถานการณ์และการจัดกิจกรรมทางการเมืองที่แตกต่างกัน ก็มีบางพื้นที่ที่อนุญาตให้จัดงานได้ แต่บางแห่งก็มีมาตรการคุมเข้มมาก
เจ้าหน้าที่แอมเนสตี้ฯ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่าทำไมการที่ประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ถึงสำคัญ
"ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนครอบคลุมเรื่องเคารพเสรีภาพของประชาชน เราก็จะถูกละเมิดอยู่เรื่อยๆ ดังนั้น การจะทำให้รัฐธรรมนูญเคารพประขาขน มันต้องมีส่วนร่วมมาจากประชาชน
"รัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุดเมื่อมันไม่มีการขับเคลื่อนโดยประชาชนทั่วไป การแก้รัฐธรรมนูญอาจไม่ตอบโจทย์แก้ไขทั้งหมด เรามองว่าการมีส่วนร่วมของประชาชน เขียนรัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญสำคัญที่สุด และงานให้ความรู้ประชาชนเรื่องรัฐธรรมนูญและเรื่องสิทธิมนุษยชนควรจะทำได้" เฝาซี กล่าว
เมื่อเวลาประมาณ 14.15 น. ก่อนการเริ่มงานวิ่ง มีประชาชนเข้ามาพูดคุยและมีท่าทางคุกคามผู้จัดงาน โดยกล่าวหาว่ามีคนด่าในหลวง และต่อว่า รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ทำให้ตำรวจเข้ามาห้าม และพาตัวออกไป จึงไม่เกิดเหตุรุนแรงมากกว่านี้
เมื่อเวลา 16.35 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเริ่มปล่อยขบวนวิ่ง โดยมีประชาชนบางส่วนนำโทรโข่งมาพูด และถือป้าย เรียกร้องสิทธิการประกันตัวให้ผู้ต้องขังทางการเมือง ปัญหาของมาตรา 112 และร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ สสร.เลือกตั้ง 100%
ก่อนที่เวลา 17.20 น. ขบวนนักวิ่งมาถึงที่ท่าเรือราชวงศ์ ซึ่งเป็นปลายทางของการวิ่ง Run2Free ครั้งที่ 3

