Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รัฐบาล จับมือ ป.ป.ช. และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน นำพลังไทยร่วมต้านโกง เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) 2568 ย้ำประชาชนคือพลังสำคัญขับเคลื่อนความซื่อสัตย์สุจริตให้เป็นวัฒนธรรมคู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน พร้อมให้การคุ้มครองผู้เปิดเผยข้อมูล ด้าน ป.ป.ช. เปิดแผน 3 แนวทาง “ลดสินบน-การขัดกันแห่งผลประโยชน์”

9 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวไทย รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “HERO OF THE TRUTH : ร่วมหยุดคอร์รัปชัน” โดยรัฐบาล ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) องค์กรต่อต้านคอรัปชัน (ประเทศไทย) และภาคีเครือข่ายจัดงานนี้ขึ้น เพื่อประกาศจุดยืนในการต่อต้านคอร์รัปชันทุกรูปแบบ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า การแก้ปัญหาทุจริตต้องเริ่มต้นจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพราะไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นภัยบั่นทอนอนาคตของชาติ โดยย้ำบทบาทประชาชนทุกคนในฐานะพลังสำคัญที่ต้องลุกขึ้นมาปกป้องประเทศ ซึ่งรัฐบาลให้คำมั่นว่า “ผู้กล้าเปิดเผยความจริงต้องได้รับการคุ้มครอง ไม่ใช่ถูกลงโทษ” เพื่อสร้างวัฒนธรรมความซื่อสัตย์สุจริตให้เป็นรากฐานสังคมไทย สู่อนาคตที่โปร่งใสยั่งยืน และได้ร่วมแสดงเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ในการต่อต้านการทุจริต 3 ประการ ได้แก่

1. การแสดงความตั้งใจของผู้นำทุกระดับในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

2. เสริมพลังให้คนไทยทุกกลุ่มตื่นรู้และปฏิเสธการทุจริตในทุกรูปแบบ

3. แสดงความมุ่งมั่นของประเทศไทยต่อสาธารณะโลก เพื่อยกระดับค่าคะแนนดัชนีการรับรู้ การทุจริต (CPI) ให้สูงกว่า 50 ตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เนื่องจากข้อมูลล่าสุดปี 2567 คะแนนดัชนี CPI โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 107 ของโลก และอันดับ 5 ในอาเซียน ด้วยคะแนนเพียง 34 คะแนน ต่ำสุดในรอบหลายปี สะท้อนถึงความท้าทาย ด้านความโปร่งใสและภาพลักษณ์ การทุจริตของประเทศ กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ

ด้าน นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ตลอดปี 2568 สำนักงาน ป.ป.ช. พบว่าจำนวนเรื่องร้องเรียนการทุจริตเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจโดยมิชอบ และการจัดซื้อจัดจ้าง แต่ขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นถึงพลังของประชาชนที่ตื่นตัวมากขึ้น กล้าที่จะแจ้งเบาะแส และไม่ยอมรับความไม่โปร่งใสในสังคมไทย สำนักงาน ป.ป.ช. จึงเดินหน้าอย่างเข้มแข็งต่อการขับเคลื่อนแผนบูรณาการต้านทุจริต โดยปีงบประมาณ 2570 มุ่งยกระดับความโปร่งใสของประเทศตั้งเป้าค่า CPI ได้ 57 คะแนน เน้นแก้ปัญหา “สินบน” และ“การขัดกันแห่งผลประโยชน์” ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ 1.การปลูกฝังความซื่อสัตย์ ให้ประชาชน เด็ก เยาวชน และเจ้าหน้าที่รัฐ ผ่านหลักสูตรและกิจกรรมรณรงค์การป้องกันทุจริตเชิงระบบด้วยเทคโนโลยี 2. ลดดุลยพินิจเปิดข้อมูลภาครัฐ และ 3.การปราบปรามคดีทุจริตอย่างมีมาตรฐาน รวดเร็ว โปร่งใส เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจน และประชาชนสัมผัสได้

นอกจากนี้ยังมีมาตรการด้านกฎหมายในการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสการทุจริต ทั้งพ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา และกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปากในคดีทุจริต (Anti-SLAPP Law) รวมทั้งมีเทคโนโลยีสนับสนุนการตรวจสอบ และป้องกันการทุจริต เช่น ระบบ Moral Data Center (MDC) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานภาครัฐอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้แบบทันที มีการจัดตั้งศูนย์ป้องปรามการทุจริตแห่งชาติ (Corruption Deterrence Center ) หรือ “ศูนย์ CDC” เพื่อยับยั้งการทุจริตได้อย่างรวดเร็ว สามารถติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังการทุจริตโครงการขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมเปิดช่องทางร้องเรียนที่เข้าถึงง่ายและปลอดภัย ได้แก่ ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสาร สำนักงาน ป.ป.ช. 1205 เว็บไซต์ www.nacc.go.th และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดทั่วประเทศ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง