Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กมธ.การแรงงาน วุฒิสภา รับหนังสือจากสหภาพแรงงานอาชิโมริ ขอติดตามข้อพิพาท บ.อาชิโมริ กรณีขอปรับปรุงสวัสดิการจ้างงาน หลังเจรจาล้มเหลว หวั่นนายจ้างประกาศปิดงานกดดันลูกจ้าง ซ้ำรอย 'ไดกิ้น' 

สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ว่า วิรัตน์ รักษ์พันธ์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การแรงงาน วุฒิสภา รับหนังสือร้องเรียนจากลาเร่ อยู่เป็นสุข ประธานสหภาพแรงงานชิ้นส่วนยานยนต์และโลหะแห่งประเทศไทย (TAM) เพื่อขอให้ติดตามสถานการณ์การเจรจาข้อเรียกร้องเพื่อระงับการปิดงานที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อลูกจ้างบริษัท อาชิโมริ (ประเทศไทย) จำกัด

รายละเอียดหนังสือที่นำมายื่นต่อ กมธ.แรงงาน วุฒิสภา ให้รายละเอียดไว้ว่า เนื่องด้วยสหภาพชิ้นส่วนยานยนต์และโลหะแห่งประเทศไทย (สาขาอาชิโมริ) ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนลูกจ้างบริษัทอาชิโมริ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ยื่นข้อเรียกร้องเพื่อขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างงานประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2568 เพื่อขอปรับปรุงสวัสดิการและค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาการเจรจา ฝ่ายนายจ้างมิได้แสดงเจตนาที่จะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องอย่างเหมาะสม โดยเสนอปรับค่าจ้างเพียงร้อยละ 1.23 และโบนัส 1.3 เดือน บวกเงินพิเศษ 15,000 บาท ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานค่าครองชีพ

ต่อมา สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อ 26 พ.ย. 2568 ฝ่ายนายจ้างได้ยื่นข้อเรียกร้องสวน จำนวน 8 ข้อ โดยมีสาระสำคัญในการลิดรอนสิทธิและตัดสวัสดิการเดิมอย่างรุนแรง อาทิ การขอยกเลิกเงินช่วยเหลือเกษียณอายุ, การลดวงเงินค่ารักษาพยาบาล และการยกเลิกเบี้ยขยัน จนกระทั่งการเจรจาครั้งที่ 9 เมื่อ 16 ธ.ค. 2568 ฝ่ายนายจ้างได้ประกาศยุติการเจรจาในเวลา 13.56 น. ส่งผลให้เกิดข้อพิพาทแรงงานขึ้นตามกฎหมาย โดยปัจจุบันเรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการเจรจาไกล่เกลี่ยของพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จังหวัดฉะเชิงเทรา

สหภาพแรงงานฯ มีความกังวลอย่างยิ่งว่า ฝ่ายนายจ้างอาจใช้ข่องว่างทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ในการประกาศปิดงานเพื่อกดดันให้ลูกจ้างยอมจำนน และทำลายความเข้มแข็งขององค์กรลูกจ้าง ดังเช่นกรณีศึกษาของสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี ซึ่งการกระทำดังกล่าวจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงในการดำรงชีวิต และคุณภาพชีวิตของพนักงานและครอบครัวในทุกมิติ

ในการนี้ สหภาพแรงงานฯ จึงมีข้อเรียกร้องไปยัง ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ดังนี้

1.ขอเข้าพบเพื่อปรึกษาหารือและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ข้อพิพาทแรงงาน รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อลูกจ้างและครอบครัวจากการปิดงาน

2. ขอให้คณะกรรมาธิการฯ ช่วยติดตามตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยจะเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ และเกิดความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย

3. ขอให้ช่วยกำกับดูแลและเร่งรัดให้หน่วยงานภาครัฐตรวจสอบการใช้อำนาจปิดงานของนายจ้าง ว่าเป็นไปโดยสุจริตและถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายหรือไม่ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการกระทำโดยไม่สุจริตต่อลูกจ้างในภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปทางสหภาพแรงงานชิ้นส่วนยานยนต์และโลหะแห่งประเทศไทย สาขาอาชิโมริ เพื่อสอบถามในกรณีนี้ แต่ทางสหภาพฯ ขอปฏิเสธการให้สัมภาษณ์

ทางด้าน วิรัตน์ รักษ์พันธ์ ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา และเป็นผู้รับหนังสือจากทางสหภาพยานยนต์อาชิโมริ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวานนี้ทาง กมธ.ได้รับหนังสือจากทางสหภาพยานยนต์อาชิโมริ โดยทางสหภาพฯ ต้องการให้ทาง กมธ.ช่วยพิจารณาความเดือดร้อนของแรงงาน และมีความกังวลว่าจะเกิดกรณีการปิดงานแบบบริษัทไดกิ้น อมตะรักษ์เสรี จึงอยากให้มีการป้องปรามเอาไว้

โดยขั้นตอนต่อไป เราจะส่งให้ฝ่ายกฎหมายศึกษาข้อมูลว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างไร และในช่วงต้นเดือน ม.ค. 2569 จะมีการเรียกผู้แทนหลายๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือในประเด็นดังกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. สหภาพยานยนต์อาชิโมริ ได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึงรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ณ กระทรวงแรงงาน ในประเด็นเดียวกัน โดยมีข้อเรียกร้องถึงรัฐมนตรีดังนี้

1.ขอเข้าพบเพื่อหารือและรายงานสถานการณ์ข้อพิพาทแรงงานที่อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

2.ขอให้ช่วยดูแลและสั่งการให้หน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดฉะเชิงเทรา ปฏิบัติหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทอย่างเข้มข้น เป็นธรรม และเร่งด่วน เพื่อข้อยุติเกิดการเจรจาด้วยสุจริตจริงใจอย่างแท้จริง

3.ขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจปิดงาน เพื่อป้องกันมิให้การใช้อำนาจดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการทำลายอำนาจต่อรองของลูกจ้าง หรือกระทำที่อาจจะเข้าข่ายการกระทำอันไม่เป็นธรรม รวมทั้งพิจารณาการใช้อำนาจตามกฎหมาย หากการปิดส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง