Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กกต.แจงกรอบหาเสียง ขายความคิด-นโยบาย-เครดิต เลี่ยงจัดมหรสพ ชี้ 'คอนเทนต์ครีเอเตอร์' ไม่เข้าเกณฑ์คุณสมบัติต้องห้ามเป็นเจ้าของสื่อ แม้มีรายได้จากแพลตฟอร์มออนไลน์ ก็ไม่ถือเป็นรายได้จากการเป็นเจ้าของกิจการหรือผู้ถือหุ้น ตามคุณสมบัติต้องห้าม

23 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวไทย รายงานว่า ร.ต.อ. ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงกรอบด้านกฎหมายในการหาเสียง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ว่า วิธีการหาเสียงมีความสำคัญต่อผู้สมัครอย่างยิ่ง ซึ่งการหาเสียงที่ถูกต้อง จะต้องอยู่ใน 3 ประเด็นต่อไปนี้ คือ 1. การขายความคิด มีแนวคิดอย่างไร 2. ขายนโยบาย คือ ทำอย่างไรให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ตามอำนาจหน้าที่ของส.ส และสอดคล้องกับนโยบายของพรรคการเมือง และ 3. ขายเครดิต คือความน่าเชื่อถือของตนเอง รูปร่างหน้าตา ผลงานที่ผ่านมา การศึกษา วงศ์ตระกูล พร้อมย้ำว่า หากแสดงอยู่ในกรอบ 3 อย่างนี้ โดยไม่มีเงินหรือทรัพย์สิน ไปจนถึงการจัดเลี้ยงต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง สิ่งเหล่านี้ก็สามารถทำได้

ส่วนฐานความผิด สามารถแยกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ การทำลายกระบวนการจัดการเลือกตั้ง เช่น การทำลายอุปกรณ์ เครื่องมือ ต่างๆ ในการเลือกตั้ง และความผิดในการทำลายเจตนารมณ์ของการเลือกตั้ง ทำลายเสรีภาพของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งจะต้องมีความเสมอภาค ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดก็สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้หากคุณสมบัติครบถ้วน

โดยความผิดที่พบส่วนใหญ่ จะเป็นมาตรา 73 การกระทำที่เข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้ง หรือการซื้อเสียง ไม่ว่าจะโดยการหลอกลวง บังคับขู่เข็ญ หรือว่าจ้าง สัญญาว่าจะให้ หรือการจัดเลี้ยง ซึ่งถือเป็นการจูงใจให้เลือก หรือไม่เลือกผู้ใด มีโทษหนักมาก จำคุก 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ และเพิกถอนสิทธิทางการเมือง 20 ปี ซึ่งนอกจากการซื้อเสียง ก็จะมีความผิดในฐานอื่นที่มีโทษหนักเช่นกัน คือการจัดหารถพาคนไปเลือกตั้ง การลงรับสมัครฯ โดยรู้ว่าไม่มีสิทธิลงสมัคร

สำหรับการจัดมหรสพ งานทำบุญรื่นเริงต่าง ๆ อาทิ งานแต่งงาน งานบวช งานศพ ทำบุญบ้าน หากจำเป็นก็สามารถทำได้ แต่ต้องเป็นงานภายในเครือญาติ แต่หากมีการจัดงานใหญ่ โต๊ะจีนจำนวนมาก และมีการเลี้ยงเครื่องดื่มต่าง ๆ อาจส่อเจตนาจูงใจ หวังผลทางการเมือง จึงควรหลีกเลี่ยง และหากได้รับเชิญ สามารถไปร่วมงานได้ การขึ้นกล่าวบนเวที สามารถกล่าวอวยพรหรือให้โอวาทที่เกี่ยวกับงานเลี้ยงนั้นๆได้ แต่ไม่สามารถกล่าวเรื่องอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงหรือการเลือกตั้งได้

ขณะที่ผู้ที่มีอาชีพการงานที่มีชื่อเสียง อาทิ นักจัดรายการวิทยุ นักแสดง ฯลฯ ไม่จำเป็นต้องลาออก แต่พึงระลึกเสมอว่าบทบาทในขณะนั้นคืออะไร ต้องแยกแยะให้ชัดเจนระหว่างการทำงานกับการหาเสียง ไม่ให้มีการพูดหาเสียงสอดแทรกในระหว่างการทำงาน

รวมถึงใน (5) การหลอกลวง ให้ร้าย จูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม ก็มีความผิดเช่นกัน และร.ต.อ. ชนินทร์ ได้ฝากเตือนสื่อมวลชนว่า ควรระมัดระวังการนำเสนอข่าว ไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือจากการปราศรัยให้ร้ายผู้อื่นด้วย

และหาก กกต. พบการกระทำที่เข้าข่ายเป็นความผิดการซื้อเสียง และมีหลักฐานว่าทำความผิด ให้ถือว่าเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกกต.มีอำนาจส่งเรื่องให้สำนักงาน ปปง. ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจได้

ในส่วนของคุณสมบัติต้องห้ามของผู้สมัครฯ ปัจจุบันเกิดข้อสงสัยในมาตรา 42 (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ เนื่องจากผู้สมัครบางราย อาจมีช่องทางโซเชียลมีเดียที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก หากบุคคลนั้นอยู่ในสถานะเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ แม้มีรายได้จากแพลตฟอร์มออนไลน์ ก็ไม่ถือเป็นรายได้จากการเป็นเจ้าของกิจการหรือผู้ถือหุ้น ตามคุณสมบัติต้องห้าม

นอกจากนี้ร.ต.อ. ชนินทร์ ได้ย้ำเตือนสำหรับการทำโพลต่าง ๆ ตามมาตรา 72 คือ การสำรวจความคิดเห็นหรือโพลการเลือกตั้ง สามารถทำได้ตลอดเวลา แต่ห้ามเปิดเผยผลก่อนวันเลือกตั้ง 7 วัน แม้ว่าบางส่วนจะให้ความเห็นว่าโพลไม่มีผลต่อการตัดสินใจในกรณีที่มีผู้สมัครในใจอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีกรณีของผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร โพลต่าง ๆ อาจมีส่วนในการตัดสินใจได้

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง