มาช้าดีกว่าไม่มา : รายงานการบรรยายย้อนหลัง
เมื่อวันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ข้าพเจ้าในฐานะตัวแทนภาควิชาภาษาอังกฤษและผู้สอนวิชา 2202370 LITERATURE IN ENGLISH TRANSLATION ได้รับเกียรติให้ร่วมจัดและดำเนินรายการงานบรรยายสาธารณะออนไลน์หัวข้อ "Reading Chung Bora in English Translation" (“อ่านช็องโบราฉบับแปลภาษาอังกฤษ”) โดยอาจารย์ ดร. อีซึงยัน (Lee Seoung Yun) จากมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา งานนี้จัดร่วมกับสาขาวิชาภาษาเกาหลี ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ขอขอบคุณหัวหน้าสาขาวิชาภาษาเกาหลี อาจารย์ ดร.อิสริยา พาที ผู้เป็นทั้งผู้ร่วมจัดงานและผู้สนับสนุนรายหลัก และคุณวีราพร สุธา นิสิตที่ช่วยออกแบบโปสเตอร์งานบรรยายมา ณ ที่นี้อีกครั้ง) งานนี้นอกจากตั้งใจจัดให้นิสิตที่ได้อ่านและวิเคราะห์รวมเรื่องสั้นไซไฟของช็องโบรา เรื่อง Your Utopia (ยูโทเปียของคุณ) ฉบับแปลภาษาอังกฤษโดย แอนทอน เฮอร์ ด้วยกันในห้องเรียนแล้ว ยังตั้งใจจัดให้สาธารณชนผู้สนใจวรรณกรรมเกาหลี โดยเฉพาะงานของนักเขียนหญิง ด้วยความตั้งใจจะแนะนำและฝากงานของช็องโบราไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของผู้อ่านและนักแปลชาวไทย
ช็องโบรา : นักวิชาการสลาวิกศึกษา นักแปล และนักเขียนแอคติวิสต์
ช็องโบราผู้เป็นทั้งนักเขียนนักแปลนักเคลื่อนไหวทางสังคมชาวเกาหลีใต้เกิดปี ค.ศ. 1976 เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านรัสเซียศึกษาและยุโรปตะวันออกศึกษาจากมหาวิทยาลัยเยลและระดับปริญญาเอกด้านวรรณกรรมสลาวิกจากมหาวิทยาลัยอินเดียนาวิทยาเขตบลูมิงตันหลังสำเร็จการศึกษาเธอเคยกลับมาสอนภาษารัสเซียวรรณกรรมรัสเซียและวรรณกรรมไซไฟศึกษาที่มหาวิทยาลัยยอนเซนอกจากงานวิชาการแล้ว ช็องโบรายังเป็นนักแปลวรรณกรรมร่วมสมัยจากภาษารัสเซียและภาษาโปแลนด์เป็นภาษาเกาหลีอีกด้วย
ข้าพเจ้าซึ่งพยายามเรียนภาษาโปแลนด์ด้วยตัวเองอย่างยากลำบากแสนเข็ญรู้สึกประทับใจในทักษะการสนทนาภาษาโปแลนด์ของช็องโบราจนต้องตามอ่านงานเขียนของเธอทุกงานยิ่งประทับใจมากกว่าเดิมเมื่อได้ทราบว่าเธอได้รับแรงบันดาลใจจากนักเขียนรัสเซีย ยูเครน ยุโรปกลาง และยุโรปตะวันออกหลายท่านที่ข้าพเจ้าโปรดปรานเช่นกันโดยเฉพาะบรูโนยาเชญสกี (ค.ศ. 1901 – 1938) กวีและนักเขียนโปแลนด์คนสำคัญของขบวนการฟิวเจอริสม์ในโปแลนด์และยุโรปตะวันออกที่ต่อมาย้าย (ขั้ว) ไปเข้าร่วมกับสหภาพโซเวียตแต่สุดท้ายกลับตกเป็นเหยื่อของการกวาดล้างทางการเมืองสมัยสตาลินชีวิตของเขาสะท้อนความย้อนแย้งระหว่างอุดมการณ์ปฏิวัติกับการกดปราบโดยรัฐ(ข้าพเจ้าสนใจยาเชญสกีมากถึงขั้นเขียนบทความที่ชนะรางวัล Women’s Forum Prize จากสมาคมสลาวิกศึกษาและยุโรปตะวันออกศึกษาแห่งบริเตนใหญ่ ผู้สนใจสามารถคลิกอ่านได้ที่นี่ : https://ledibooks.com/read/temporalities-of-modernism/section/7e59eba1-5c9e-4cec-b903-76d27e255d44) เมื่อมีโอกาสเดินทางไปเสนอผลงานวิชาการที่มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีเป็นล้นพ้นที่ได้นั่งอยู่ในห้องที่อาจารย์ ดร. อีซึงยัน เสนอผลงานวิชาการวิเคราะห์เรื่องสั้นของช็องโบราจากรวมเรื่องสั้น Cursed Bunny (กระต่ายต้องสาป แปลเหมือนสำนวนที่ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ปริซึม) ซึ่งได้รับการคัดเลือกเข้ารอบ shortlist ของ International Booker Prize ประจำปี 2022 อีกทั้งได้รับการคัดเลือกเข้ารอบ longlist ของ National Book Award สาขาวรรณกรรมแปล ฟังอาจารย์เสนอเปเปอร์แล้วความรู้สึก “คลิกแรกพบ” ระหว่างข้าพเจ้าและอาจารย์อีซึงยันได้ออกดอกออกผลเป็นมิตรภาพอันงดงามแม้ในช่วงเวลาอันสั้นประหนี่งมีคนกดเล่น playback speed คลิปยูทูปเบอร์เร็วและแรงสุด เมื่ออาจารย์ทราบว่าข้าพเจ้านำรวมเรื่องสั้นของช็องโบราเรื่องYour Utopia มาสอนและสนใจชวนอาจารย์มาคุยกับนิสิตและสาธารณชนชาวไทยอาจารย์ก็ตอบรับโดยไม่ลังเลในงานบรรยายอาจารย์อีซึงยันเน้นย้ำถึงบทบาทของช็องโบราที่ข้ามขอบเขตความเป็นนักเขียนและนักแปลด้วยเธอเป็นนักเคลื่อนไหวทางสังคมลงถนนต่อสู้เรียกร้องสิทธิอันเท่าเทียมเป็นประจำ จนเรียกได้ว่าเหมือนจะเป็นอาชีพหลักของเธอ ตัวอย่าง อาทิ ช็องโบราร่วมประท้วงกับครอบครัวผู้เสียชีวิตโศกนาฏกรรมเรือเซวอลที่คร่าชีวิตผู้โดยสาร 304 คน เพื่อเรียกร้องการสอบสวนที่โปร่งใสและการแสดงความรับผิดชอบของรัฐ เธอเข้าร่วมการชุมนุมและการประท้วงเพื่อสนับสนุนแรงงานที่ถูกเลิกจ้าง เช่น เหตุประท้วงของคนงาน Korea Optical High Tech ที่ต่อสู้เพื่อการกลับเข้าทำงานหลังโรงงานประสบเพลิงไหม้มานานหลายปี นอกจากนี้เธอยังแสดงจุดยืนสนับสนุนสิทธิสตรีและสิทธิชุมชน LGBTQINA+ อยู่สม่ำเสมอ
นักแปลในฐานะผู้ร่วมรังสรรค์ (co-creator) ตัวบท
อาจารย์อีซึงยันได้กล่าวถึงการยอมรับในระดับนานาชาติของนักเขียนโดยเน้นบทบาทสำคัญของแอนทอนเฮอร์ นักแปลที่นำพางานภาษาเกาหลีมายังผู้อ่านภาษาอังกฤษแอนทอนเฮอร์เป็นมากกว่านักแปลเพราะเขาเป็นผู้ร่วมงานที่ทั้งดัดแปลงและเรียบเรียงงานของช็องโบราผ่านการตีความตามแบบฉบับของเขาเรียกได้ว่าเป็นแบบอย่างของนักแปลที่ร่วมรังสรรค์ตัวบทกับนักเขียนชัดเจนว่าทั้งนักเขียนและนักแปลมองว่างานวรรณกรรมช่วยเปิดพื้นที่ให้เสียงที่หลากหลายโดยเฉพาะเสียงเพรียกที่หายไปภายใต้ระบบระบอบที่ไม่เห็นคุณค่าหรือพยายามลบเลือนมันตัวอย่างที่ชัดเจนสะท้อนในเรื่องสั้นที่ชื่อว่า“To Meet Her” ซึ่งในต้นฉบับภาษาเกาหลีที่ตีพิมพ์ปี2021 เป็นเรื่องสั้นชูโรงและเป็นที่มาของชื่อหนังสือแม้ในฉบับแปลภาษาอังกฤษที่ตีพิมพ์ปี2024 จะไม่ใช่เรื่องสั้นที่ผู้แปลและสำนักพิมพ์เลือกจะชูโรง (เพราะได้เปลี่ยนชื่อหนังสือจาก To Meet Her เป็น Your Utopia)แต่ถือเป็นเรื่องสั้นที่“หนัก”ที่สุดในเล่มด้วยได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตของบยอนฮีซู ทหารข้ามเพศคนแรกของเกาหลีใต้ที่เข้ารับราชการกองทัพบกในฐานะทหารชายและปฏิบัติหน้าที่เป็นพลขับรถถังมีผลงานเป็นที่ยอมรับจากผู้บังคับบัญชาแต่กลับถูกปลดออกจากกองทัพด้วยเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติทางเพศ(อ้างเหตุ“ความพิการทางร่างกายและจิตใจ”ตามระเบียบของกองทัพ) แม้เธอแสดงความจำนงว่าประสงค์จะกลับเข้ามารับราชการในฐานะทหารหญิงหลังลาไปผ่าตัดแปลงเพศที่ประเทศไทยเมื่อ 2019สุดท้ายเธอเลือกที่จะจบชีวิตในปี2021และแม้ศาลปกครองของเกาหลีใต้ได้ตัดสินในภายหลังว่าคำสั่งปลดบยอนฮีซูนั้นมิชอบด้วยกฎหมายซึ่งนับว่าเป็นชัยชนะเชิงสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อสิทธิของบุคคลข้ามเพศแต่ทั้งหมดนั้นสายเกินไปไม่มีคำตัดสินจากศาลยุติธรรมใดที่จะสามารถเยียวยาและคืนชีวิตให้เธอได้ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง (structural violence) ที่เกิดจากระบบกฎหมายสถาบันและบรรทัดฐานสังคมปิตาธิปไตยและบรรทัดฐานต่างเพศ (heteronormativity) ที่กดทับความหลากหลายทางเพศและลดทอนความเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับช็องโบราแอนทอนเฮอร์รู้สึกเจ็บปวดกับเรื่องราวของบยอนฮีซูและต้องการให้โลกรับรู้และจดจำเธอจึงได้ตัดสินใจแหวกขนบการแปลของตัวเองโดยการเขียนเชิงอรรถสรุปกรณีบยอนฮีซูในหมายเหตุผู้เขียนท้ายเล่มนับเป็นเชิงอรรถแห่งเดียวที่นักแปลยอมให้ปรากฏในหนังสือเล่มนี้
จากบทความเรื่อง “ทหารหญิงข้ามเพศเกาหลีใต้ผู้ฆ่าตัวตาย ชนะคดีกรณีกองทัพกีดกัน หลังสั่งปลดออกจากราชการ”
แหล่งภาพ : https://prachatai.com/journal/2021/10/95373
Bora Chung, left, with translator Anton Hur at the 2022 International Booker Prize ceremony
for "Cursed Bunny" / Courtesy of David Parry/PA
ไซไฟวิพากษ์สังคมทุนนิยมและมนุษย์ปิตาฯจิตอมนุษย์
นอกจากเรื่อง “To Meet Her” แล้ว อาจารย์อีซึงยันได้พาผู้ฟังมาร่วมกันอ่านวิเคราะห์เรื่องสั้นชื่อ“Center for Immortality Research” (“ศูนย์วิจัยเพื่อความเป็นอมตะ”) อันเป็นเรื่องราวเสียดสีสถาบันวิชาการไร้ประโยชน์แถมยังกดขี่แรงงานของพนักงานหญิงที่ช็องโบราเขียนจากชีวิตการทำงานของตัวเอง ผู้เล่าเรื่องเป็นพนักงานระดับล่างแต่เป็น“นางแบก”รับผิดชอบจัดงานเฉลิมฉลองครบรอบของศูนย์วิจัยที่แสนจะปวดหัว กระบวนการเตรียมงานเต็มไปด้วยระเบียบไร้สาระและคำสั่งที่ซับซ้อนแอบเสิร์ดราวกับหลุดออกมาจากงานเขียนของคัฟกาสุดท้ายแม้จะหาทางหนีความตายได้แต่ชีวิตมนุษย์จะมีความหมายอะไรเล่าในเมื่อต้องติดหล่มการเหยียดเพศ (และการสมาทานความคิดเหยียดเพศ – internalised sexism) และระบบราชการที่ล้มเหลวแบบอมตนิรันดร์กาลอยู่ดีอาจารย์อีซึงยันชี้ให้เห็นการใช้องค์ประกอบแฟนตาซีและไซไฟในความพยายามวิพากษ์บรรทัดฐานทางสังคมอิทธิพลของสื่อและลำดับชนชั้นทางสังคมและวัฒนธรรมการทำงานในบริษัทหรือสถาบันเกาหลีพร้อมเน้นการใช้ศัพท์เกาหลีและกลวิธี“ทำให้เป็นสิ่งแปลกถิ่น” (foreignisation) เพื่อกระตุ้นความสนใจและความใคร่รู้ของผู้อ่านต่อวัฒนธรรมเกาหลี อีกทั้งท้าทายความเป็นใหญ่ของภาษาอังกฤษในฐานะมรดกอาณานิคมจะอ่านงานเขียนของช็องโบราสำนวนแปลของแอนทอนเฮอร์อย่างสนุกและวิเคราะห์ได้อย่างลึกซึ้งนั้นจำเป็นต้องคำนึงถึงบริบททางสังคมและวัฒนธรรมอย่างรอบด้าน
เรื่องสั้นชื่อ “Seed” เป็นตัวอย่างของไซไฟที่สะท้อนและวิพากษ์สังคมทุนนิยมอย่างเจ็บแสบ ช็องโบราสร้างตัวละครกลุ่มประชากรมนุษย์-ต้นไม้ใน “ภาวะนอกมนุษย์” (nonhuman) ที่กลับมีจิตใจเปี่ยมมนุษยธรรมและ “เรียล” กว่ามนุษย์ที่สมาทานความเป็นทาสรับใช้บริษัทข้ามชาติและระบบทุนนิยมผูกขาดที่มุ่งจะสกัดและขูดรีดทรัพยากร (extractionism) โดยไม่สนใจว่าการฉกฉวยประโยชน์จากกลุ่มชนชายขอบและสิ่งแวดล้อมนั้นจะทำลายชีวิตและโลกอย่างไร การต่อสู้ของประชากรมนุษย์-ต้นไม้จึงเป็นการต่อสู้ที่มีความหมายและเปี่ยมหวัง
ยูโทเปียแห่งหุ่นยนต์เปี่ยมมนุษยธรรม
ช็องโบราเขียนงานไซไฟสะท้อนดิสโทเปียที่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นยูโทเปียด้วยความมีมนุษยธรรมของหุ่นยนต์ (งงมั้ย) ในโลกหลังมหาวินาศ (สำหรับมนุษย์) ที่มนุษยชาติล่มสลายตายไปกับโรคระบาดและหายนะที่ตนเป็นผู้สรรหาและนำพามาสู่ตัว หุ่นยนต์กลับเป็นจุดตัดของ“ภาวะนอกมนุษย์” (nonhuman)มนุษย์ข้ามผ่าน (transhuman) และภาวะหลังมนุษย์ (posthuman) แถมยังจิตใจดีกว่ามนุษย์หลายขุม อย่างในเรื่อง “Your Utopia” ซึ่งกลายมาเป็นชื่อรวมเรื่องสั้นฉบับแปลภาษาอังกฤษ ช็องโบรารังสรรค์ให้ตัวละครเอกเป็นยานยนต์อัจฉริยะที่พึ่งพาชาร์จพลังงานจากแสงอาทิตย์ ยานยนต์ตัวเอกนี้ร่อนเร่พเนจรบนดาวเคราะห์ร้างมนุษย์ไปกับเพื่อนร่วมทางคือสหายหุ่นยนต์ที่คอยพูดแต่ว่า “ยูโทเปียของคุณ ยูโทเปียของคุณ” และแจ้งระดับสเกลความเป็นยูโทเปีย (ที่ได้ชำรุดไปเรียบร้อยแล้ว) ซ้ำไปมา แม้เมื่อสหายเงียบไปด้วยเกิดเหตุที่ทำให้เครื่องชำรุด ยานยนต์ยังคงยึดมั่นในภาพยูโทเปียและออกเดินทางต่อไปด้วยความหวังว่าสักวันสหายจะกลับมาและตนจะได้ยินเสียงของสหายอีกครั้ง
นอกจากที่เล่า “ป้ายยา” ไปทั้งหมดแล้ว สารภาพว่าเรื่องสั้นที่ทั้งอาจารย์อีซึงยันและข้าพเจ้าโปรดปรานเสมอกันคือเรื่อง “A Song for Sleep” ซึ่งเล่าผ่านมุมมองจากลิฟต์อัจฉริยะในอาคารสูงแห่งหนึ่งซึ่งมีฟังก์ชันเชื่อมโยงข้อมูลและระบบกล้องวงจรปิด ลิฟต์เอไอนั้นรักและห่วงใยหญิงชราอายุ 93 ปีที่เผชิญกับโรคพาร์กินสัน จึงพยายามหาคำตอบของคำถามที่ปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่รู้จักความตายคงประมวลข้อมูลออกมาได้ยากยิ่ง นั่นคือเหตุใดมนุษย์ผู้เก่งขนาดสามารถสรรค์สร้างสิ่งที่ไม่มีวันตาย ถึงต้องเกิดมาเพื่อ แก่ตัวลง ทนทุกข์ทรมาน เจ็บป่วย และตายไปเสียเองดื้อ ๆ
ด้วยความที่ยานยนต์และหุ่นยนต์ไม่มีวันตายอย่างมนุษย์ ความเป็นภาวะนอกมนุษย์ในทั้งสองเรื่องที่เล่ามา(แบบไม่สปอยล์มากจนเกินไป) นั้นสะท้อนความปรารถนาของมนุษย์ผู้สร้างและพัฒนาเทคโนโลยีด้วยหวังจะข้ามผ่านและเอาชนะความตายของตน และที่สำคัญยังสะท้อนภาวะหลังมนุษย์ที่เมื่อมนุษย์นักอ่านอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ได้สัมผัสเรื่องราวมิตรภาพของสิ่งที่เรามองว่าเป็นวัตถุหรือเครื่องอำนวยความสะดวกอันเปี่ยมหวัง มนุษย์จะได้หันกลับมาย้อนมองตัวเองว่าเราได้ใจดีต่อโลก ทำดีต่อกัน และพยายามหล่อเลี้ยงความหวังของกันและกันเช่นนี้บ้างหรือยัง ในฐานมนุษย์ผู้มักเข้าใจไปเองว่าตนทรงสรรพานุภาพจนพร้อมวางตัวเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาล มนุษย์กลับมีเวลาอันจำกัดก่อนที่พลังงานของเราจะหมดสิ้นไปแถมยังไม่มีวันชาร์จกลับคืน ฟื้นไม่มี เราเคยคิดหรือไม่ว่าโทรศํพท์มือถือเครื่องใหม่ในมือของเรา แล็ปท็อปแท็บเล็ตของเราจะมีชีวิตอยู่ยืนยาวกว่าเรา เฉกเช่นสิ่งมีชีวิตภาวะนอกมนุษย์ที่ชื่อ “ออดราเด็ก” ใน “The Cares of a Family Man” (“Die Sorge des Hausvaters”) ของคัฟกาที่ไม่มีวันตายแถมยังเป็นเครื่องตอกย้ำให้พ่อบ้านในเรื่องรู้สึกดิ่งเมื่อจินตนาการว่ามันจะยังโลดแล่นไปมาแม้เมื่อเขาและลูกหลานเขาตายไปหลายรุ่น
Your Utopia ของช็องโบรา ฉบับเรียบเรียงใหม่และแปลภาษาอังกฤษโดยแอนทอน เฮอร์ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง Philip K. Dick Award ประจำปี 2025 ซึ่งเป็นรางวัลด้านงานเขียนเชิงไซไฟอันทรงเกียรติ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่นักเขียนชาวเกาหลีใต้ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้ายของหนึ่งในรางวัลวรรณกรรมที่สำคัญรางวัลหนึ่งของสหรัฐอเมริกาและวงการวรรณกรรมและการแปลโลก แม้ท้ายที่สุดหนังสือเล่มนี้จะไม่ได้รับรางวัล แต่เชื่ออย่างยิ่งว่ารวมเรื่องสั้นเล่มนี้จะชนะใจนักอ่านหลายคน
คำเชื้อเชิญ(แบบกระชั้นและเร่งด่วน)
ในวันศุกร์ที่16 มกราคม 2569 เวลา 10.30-12.00 น. สาขาวิชาภาษาเกาหลีภาควิชาภาษาตะวันออกคณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะจัดงานเสวนาวิชาการหัวข้อ“วรรณกรรมเกาหลี : ภาพสะท้อนความคิดความเชื่อและค่านิยมจากอดีตถึงปัจจุบัน”งานนี้จัดเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลเกาหลี ครั้งที่ 16 “K-Folk Festival” ระหว่างวันที่15-16 มกราคม2569 ณอาคารมหาจักรีสิรินธรคณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้สนใจสามารถสแกนรหัสคิวอาร์ในโปสเตอร์ด้านล่างเพื่อลงทะเบียนร่วมเฉลิมฉลองวัฒนธรรมและวรรณกรรมเกาหลีในงานเทศกาลนี้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
เกี่ยวกับผู้เขียน: รศ.ดร.วริตตา ศรีรัตนา เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาภาษาอังกฤษ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
