Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'อนุทิน' ดึงอำนาจกำกับดูแล EEC คืน หลัง ครม.มีมติรับทราบ สำนักนายกฯ เสนอยกเลิกคำสั่งให้ 'พิพัฒน์' กำกับดูแล คกก.นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก - พิพัฒน์ยืนยันไม่มีรอยร้าวในพรรคภูมิใจไทย ปัดโยงปมไม่แก้สัญญารถไฟเชื่อม 3 สนามบินของภาคเอกชน


แฟ้มภาพพรรคภูมิใจไทย

17 มิถุนายน 2569 Thai PBS รายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธาน มีมติรับทราบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนอคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 233/2569 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี เนื้อหาว่า

ตามที่ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 82/2569 เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 7 เม.ย.2569 นั้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 และมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 11 (2) และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 38 และมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2550 มาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการมอบอำนาจ พ.ศ.2550

จึงให้แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 82/2569 เรื่องมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 7 เม.ย.2569 ดังนี้

รองนายกรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ

ให้ยกเลิกข้อ 1.2 (สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก)

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรี ยังมีมติรับทราบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนอคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 234/2569 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ และมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ตามกฎหมาย และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ 3)

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมาย และมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ และมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ตามกฎหมาย และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 และมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 11 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2550 ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการมอบอำนาจ พ.ศ.2550

จึงให้แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 96/2569 เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ และมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ตาม

กฎหมาย และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 24 เม.ย.2569 ดังนี้

รองนายกรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ให้ยกเลิกข้อ 1.1.3 (คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก)

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 15 มิ.ย.2569

ยืนยันไม่มีรอยร้าวในพรรคภูมิใจไทย ปัดโยงปมไม่แก้สัญญารถไฟเชื่อม 3 สนามบินของภาคเอกชน

Thai PBS ยังรายงานว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบยกเลิกไม่ให้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ว่า ไม่ทราบรายละเอียดของคำสั่งดังกล่าว ซึ่งเป็นการอ่านผ่านในที่ประชุม ครม.เพื่อให้รับทราบ

รมว.คมนาคม ระบุอีกว่า ส่วนตัวไม่ได้มองว่าเป็นการถูกลดบทบาท และยืนยันว่า ไม่มีคำว่ารอยร้าวในพรรคภู​มิใจไทย

"พวกเราสามารถทำงานได้ทุกเรื่อง ถือว่าบทบาทของใครก็ของคนนั้น ผมทำได้ทุกหน้าที่ ไม่ใช่ปัญหา" นายพิพัฒน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า คำสั่งดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการ ไม่แก้ไขสัญญาของภาคเอกชนกรณีรถไฟ 3 สนามบิน หรือไม่ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ตนไม่ทราบเหตุผล ก่อนย้ำว่า ขอให้รอนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับจากรัสเซียก่อน

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ชนวนเหตุสำคัญที่นายพิพัฒน์ ถูกกันออกจากพื้นที่ EEC เพราะไม่ยอมอนุมัติเรื่องการแก้ไขโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ทำให้โครงสร้าง และความสมบูรณ์ในพื้นที่ EEC ไม่สามารถเดินหน้าได้

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง