Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สปสช. - สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทฯ - มูลนิธิการดำรงชีวิตอิสระคนพิการ เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นทั่วไปฯ “หลักประกันสุขภาพคนพิการ”  เพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และเท่าเทียม พร้อมเผยความคืบหน้าการดำเนินงานตามข้อเสนอของคนพิการ 16 ประเด็นในรอบปีที่ผ่านมา เดินหน้าแล้ว 10 ประเด็น ครอบคลุมการสื่อสารสิทธิ การพัฒนาระบบดิจิทัล ลดอุปสรรคในการเข้าถึงบริการสุขภาพของกลุ่มคนพิการ

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมกับ สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย เครือข่ายคนพิการรักสุขภาพ และ มูลนิธิการดำรงชีวิตอิสระคนพิการ จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นทั่วไป สำหรับผู้ให้และผู้รับบริการ “หลักประกันสุขภาพคนพิการ” เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนพิการและภาคีเครือข่าย ร่วมนำเสนอความคิดเห็น นำไปสู่การพัฒนา “ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” หรือ บัตรทอง 30 บาท ให้สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรม

นางสาวดวงนภา พิเชษฐ์กุล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า การรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ เป็นกลไกสำคัญตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ที่กำหนดให้ สปสช. เปิดโอกาสให้ประชาชน ผู้รับบริการ ผู้ให้บริการ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง มีส่วนร่วมสะท้อนปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอแนะ ต่อการพัฒนาระบบบัตรทอง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใส มีส่วนร่วม และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ คนพิการเป็นกลุ่มประชากร ที่มีความต้องการด้านสุขภาพและการเข้าถึงบริการที่หลากหลาย การพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพสำหรับคนพิการ จึงจำเป็นต้องอาศัยมุมมอง และประสบการณ์ตรงจากผู้ใช้บริการ ครอบครัว องค์กรคนพิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันออกแบบระบบบริการที่เหมาะสม ลดอุปสรรคในการเข้าถึงบริการ และสร้างความเท่าเทียมทางสุขภาพให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา สปสช. ได้พัฒนาสิทธิประโยชน์ ระบบบริการ และกลไกคุ้มครองสิทธิสำหรับคนพิการอย่างต่อเนื่อง โดยข้อเสนอและเสียงสะท้อนจากเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ จะถูกนำไปใช้ประกอบการพัฒนานโยบาย สิทธิประโยชน์ และระบบบริการ เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและการสร้างระบบสุขภาพที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ด้าน นายวันเสาร์ ไซยกุล กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ผู้แทนองค์กรเอกชนด้านคนพิการหรือผู้ป่วยจิตเวช กล่าวว่า จากการรวบรวมข้อเสนอแนะของคนพิการผ่านช่องทางต่าง ๆ ในรอบปีที่ผ่านมา มีข้อเสนอเพื่อพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพสำหรับคนพิการรวม 16 ประเด็น โดย สปสช. ดำเนินการแล้วเสร็จ 10 ประเด็น อยู่ระหว่างดำเนินการ 3 ประเด็น และอีก 3 ประเด็นแม้อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของ สปสช. แต่ได้มีการประสานส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้เกิดการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ทั้งนี้ ข้อเสนอที่ได้รับการขับเคลื่อนครอบคลุมหลายด้านสำคัญ โดยเฉพาะการสื่อสารสิทธิประโยชน์และข้อมูลสุขภาพให้เข้าถึงคนพิการได้มากขึ้น ทั้งการพัฒนาเว็บไซต์ของ สปสช. ให้รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ (Screen Reader) การนำเครื่องมือ Accessibility Tool มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการทางการมองเห็น การจัดทำสื่อที่มีคำบรรยายและคำอธิบายภาพ รวมถึงการพัฒนาคู่มือสิทธิประโยชน์ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้สิทธิได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ สปสช. ยังได้พัฒนาระบบบริการและการเข้าถึงสิทธิอย่างต่อเนื่อง อาทิ การปรับปรุงระบบสายด่วน สปสช. 1330 ให้รองรับการใช้งานของคนพิการ การทบทวนหลักเกณฑ์ด้านกายอุปกรณ์และเครื่องช่วยความพิการ การพัฒนาฐานข้อมูลสิทธิประโยชน์และการจัดบริการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) เพื่อช่วยลดภาระการเดินทางและเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการสุขภาพ

นายวันเสาร์ กล่าวต่อว่า ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า ข้อเสนอจากคนพิการที่ส่งผ่านเวทีรับฟังความคิดเห็นไม่ได้หยุดอยู่เพียงการรับฟัง แต่สามารถนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงระบบบริการในหลายด้านอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิและบริการสุขภาพของคนพิการได้มากขึ้น ทั้งนี้ ยังคงมีอีกหลายประเด็นที่เครือข่ายคนพิการต้องการเห็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และจะร่วมติดตามผลการดำเนินงานร่วมกับ สปสช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบหลักประกันสุขภาพสามารถตอบสนองต่อความต้องการของคนพิการได้ดียิ่งขึ้น

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง