Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

FTA Watch และเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมไทยเรียกร้องรัฐบาลและคณะผู้จัดทำการประเมินผลกระทบด้านความยั่งยืน (Trade Sustainability Impact Assessment – SIA) ของสหภาพยุโรป ปรับแก้การประเมินผลกระทบจากความตกลงการค้าเสรี FTA ไทย-อียู ใหม่ ระบุ ข้อผูกมัดทางการค้าต้องไม่บั่นทอนการสาธารณสุข อธิปไตยทางอาหาร วิถีชีวิตประชาชน การคุ้มครองผู้บริโภค และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม การประเมินด้านความยั่งยืนไม่ควรตีความสิทธิมนุษยชนอย่างคับแคบ แต่ต้องสะท้อนกรอบสิทธิมนุษยชนแบบองค์รวม การประเมินดังกล่าวมีความสำคัญเพราะเป็นตัวกำหนดประเด็นที่จะถูกนำไปศึกษาอย่างจริงจังอีกครั้ง ไม่อาจมองข้ามได้

 

19 ก.พ. 2569 FTA Watch และเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมไทยเรียกร้องให้คณะผู้จัดทำการประเมินผลกระทบด้านความยั่งยืน (Trade Sustainability Impact Assessment – SIA) ของสหภาพยุโรป ปรับแก้การประเมินผลกระทบจากความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (FTA ไทย–อียู) โดยเน้นย้ำว่าข้อผูกมัดทางการค้าต้องไม่บั่นทอนการสาธารณสุข อธิปไตยทางอาหาร วิถีชีวิตประชาชน การคุ้มครองผู้บริโภค และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม 

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2569 สมาชิกเครือข่ายได้ยื่นข้อคิดเห็นอย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์รับฟังความคิดเห็นของ SIA เพื่อสะท้อนช่องว่างและข้อกังวลที่พบในร่างรายงานระยะเริ่มต้น (Draft Inception Report) ซึ่งเป็นขั้นตอนที่กำหนดกรอบการวิเคราะห์ วิธีวิจัย และกระบวนการรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของการประเมิน

“ขั้นตอนระยะเริ่มต้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นตัวกำหนดว่าประเด็นใดจะถูกนำมาศึกษา และประเด็นใดจะถูกมองข้าม”

กรรณิการ์ กิจติเวชกุล รองประธาน FTA Watch กล่าว  “การประเมินด้านความยั่งยืนไม่ควรตีความสิทธิมนุษยชนอย่างคับแคบ แต่ต้องสะท้อนกรอบสิทธิมนุษยชนแบบองค์รวม ทั้งสิทธิในสุขภาพ สิทธิในอาหาร สิทธิในวิถีชีวิต และสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี”

กรรณิการ์ กิจติเวชกุล รองประธาน FTA Watch 

การประเมินผลกระทบด้านความยั่งยืน (SIA) เป็นการศึกษาหลายระยะที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการยุโรป เพื่อประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม สิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อมของความตกลงการค้า ร่างรายงานระยะเริ่มต้นมีบทบาทในการกำหนดกรอบการวิเคราะห์ วิธีการศึกษา และการออกแบบกระบวนการรับฟังความคิดเห็น แม้รายงานในระยะนี้จะยังไม่มีข้อค้นพบเชิงเนื้อหา แต่การตัดสินใจในขั้นตอนดังกล่าวจะมีผลสำคัญต่อทิศทางและขอบเขตของการประเมินในระยะถัดไป ซึ่งอาจส่งผลต่อการเจรจาและการกำหนดนโยบาย

ภาคประชาสังคมแสดงความกังวลว่า กรอบการวิเคราะห์ปัจจุบันให้น้ำหนักอย่างมากต่อการขยายตัวทางการค้าและประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ แต่ยังไม่มีการวิเคราะห์ข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ ผลกระทบเชิงกระจาย และความเสี่ยงเชิงโครงสร้างในระยะยาวที่มากพอ องค์กรภาคประชาสังคมยังชี้ให้เห็นว่า ข้อเสนอหลายประการที่สหภาพยุโรปผลักดันในการเจรจา — โดยเฉพาะด้านทรัพย์สินทางปัญญา — มีมาตรฐานที่สูงกว่ากรอบความตกลง TRIPS ขององค์การการค้าโลก (WTO)

“ความตกลงการค้าไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางเศรษฐกิจ” กรรณิการ์กล่าวเพิ่มเติม “แต่มีผลต่อพื้นที่เชิงนโยบาย โครงสร้างตลาด และมาตรการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ การประเมิน SIA จึงต้องวิเคราะห์อย่างรอบด้านว่าข้อผูกมัดทางการค้าอาจส่งผลต่อการเข้าถึงยา สิทธิของเกษตรกร การคุ้มครองผู้บริโภค และการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไรด้วย”

ภาคประชาสังคมชี้ประเด็นสำคัญที่ควรได้รับการวิเคราะห์เชิงลึก 

ทรัพย์สินทางปัญญาและการเข้าถึงยา

มาตรการ TRIPS-plus เช่น การคุ้มครองข้อมูลยา การผูกขาดตลาด และการขยายอายุสิทธิบัตร จะทำให้การแข่งขันของยาชื่อสามัญล่าช้า ราคายาแพง และส่งผลต่อความยั่งยืนของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

เกษตรกรรมและระบบเมล็ดพันธุ์

การนำใช้มาตรฐานคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ตามอนุสัญญา UPOV 1991 จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสิทธิของเกษตรกร เพิ่มต้นทุนการผลิต และส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว

การเปิดตลาดและการลดภาษีศุลกากร

การลดภาษีอย่างรวดเร็วในสินค้าเกษตรที่มีความอ่อนไหวและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสุขภาพสาธารณะ และสร้างแรงกดดันต่อเกษตรกรรายย่อยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)

การค้าอิเล็กทรอนิกส์และอำนาจกำกับดูแล

ข้อผูกมัดด้านดิจิทัลอาจจำกัดความสามารถของไทยในการกำกับดูแลการไหลเวียนข้อมูล การคุ้มครองผู้บริโภค และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบจากการค้าขยะอันตรายและที่มีปัญหา

ช่องว่างด้านกฎระเบียบอาจเพิ่มความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติก ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และการค้าระหว่างประเทศที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

FTA Watch พร้อมที่จะมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในกระบวนการ SIA และเรียกร้องให้กระบวนการรับฟังความคิดเห็นเปิดพื้นที่ให้กลุ่มนักกิจกรรมด้านสุขภาพ เกษตรกรรายย่อย องค์กรผู้บริโภค แรงงาน และเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมเข้ามามีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย

“การประเมินด้านความยั่งยืนที่มีความน่าเชื่อถือ ต้องสะท้อนความเสี่ยงด้านสังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมในโลกความเป็นจริง ไม่ใช่เพียงผลประโยชน์ทางการค้าที่คาดการณ์ไว้” กรรณิการ์กล่าว “หลักสิทธิมนุษยชนไม่ควรถูกนำมาใช้อย่างเชิงวาทกรรม ในขณะที่ผลกระทบจากมาตรการ TRIPS-plus และข้อผูกมัดทางการค้าอื่น ๆ ถูกลดทอนหรือมองข้าม”

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง