ประมาณสามวันหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้สมัครรับเลือกตั้งจากพรรคประชากรไทย (หมายเลข31) ออกมาประท้วงว่า ในหน่วยเลือกตั้งที่เขาไปใช้สิทธินั้น เขาได้ใช้สิทธิเลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยกาหมายเลข31 – พรรคประชากรไทย "อย่างแน่นอน” แต่พอสิ้นสุดการนับคะแนน เฮ้ย! ทำไมที่หน่วยเลือกตั้งนั้นกลับไม่มีพรรคประชากรไทยเลยแม้แต่คะแนนเดียว
ผมได้ฟังข่าวชิ้นนี้ทางวิทยุหนเดียว หลังจากนั้น ข่าวนี้ก็ถูกกลบโดยข่าวการเลือกตั้งสกปรก นับใหม่ โมฆะ กกต.ต้องติดคุก ฯลฯ กรณีของบัตรลงคะแนนใบเดียวจึงหลุดจากความสนใจของสังคมไทยในชั่วพริบตา
ถึงกรณีนี้ จะเป็นแค่บัตรใบเดียว แต่นั่นก็ชวนให้สงสัยว่าจริงๆแล้วมัน "เกิดอะไรขึ้น”? และที่สำคัญ ก็คือจะ "พิสูจน์” ได้อย่างไร? และอย่าลืมว่า นี่เป็นกรณีที่เกิดขึ้นจริงไม่ใช่กรณีสมมติ
ตลอดเวลาหลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา (นั่นหลังจากพบว่า พรรค ปชน.– ที่รวมของปัญญาชน”หัวก้าวหน้า”-ได้พ่ายแพ้การเลือกตั้ง) เราจะได้ยินได้ฟังหลักการประหลาดๆ เช่น หลักการเลือกตั้งต้องเป็นความลับ (อันนี้ไม่ประหลาด แต่.....) ลับขนาดที่ว่าต้อง trace back ไม่ได้เลย แม้แต่ใบเดียว ขนาดที่ว่าแม้มี”โอกาส”เพียง 0.001% ที่จะ trace back ก็ไม่ได้ แม้จะเป็นไปได้แค่ทางทฤษฎีก็ไม่ได้.... กลายเป็นว่า หลักการเลือกตั้งถูกลดทอนลงเหลือเพียงข้อเดียว คือ”ลับ”เท่านั้น ส่วนหลักอื่นๆ อีก 8 ประการของการเลือกตั้ง ได้แก่ Fair (ยุติธรรม) Free (อิสระ) Transparency (โปร่งใส) Accountability (การตรวจสอบได้) Right (สิทธิ) Convenient (สะดวก) Equality(เสมอภาค) และ Sovereignty (อำนาจสูงสุด) อย่าไปพูดถึงมัน เดี๋ยวไม่ได้เลือกตั้งใหม่
จากกรณีที่เกิดขึ้นข้างต้น สามารถอนุมานได้ว่า กรณีนี้อาจเกิดจาก
- เจ้าหน้าที่ขานหรือลงคะแนนผิดซึ่งผมเชื่อว่าน่าจะเป็นไปได้มากที่สุด เพราะเลข 31 (ประชากรไทย) และ 37 (ภูมิใจไทย) เสียงและรูปร่างของเลขใกล้เคียงกันมาก อย่างไรก็ตามผมจะเชื่ออย่างไรนั้นไม่สำคัญ การพิสูจน์ในกรณีนี้ค่อนข้างง่าย นั่นคือ “นับใหม่” ถ้าเจอบัตรใบนั้นก็จบ แต่ถ้าไม่พบก็เป็นไปได้อีก 2 กรณี คือ
- บัตรทั้งกล่องถูกเปลี่ยนหรือเปลี่ยนบางส่วนหรือบัตรใบนั้นถูกเอาออกหรือถูกเปลี่ยน หรือ
- ไม่มีบัตรใบนั้นตั้งแต่ต้น อาจเป็นจากเจ้าของบัตรกาผิดหรือเข้าใจผิดหรือจงใจสร้างสถานการณ์
หากบัตรทุกใบไม่อาจ trace back ได้เลยแม้แต่ใบเดียว เราจะ”พิสูจน์”กรณีที 2 และ 3 ได้อย่างไร ?
นั่นคือเหตุการณ์จริง ซึ่งมีบัตรแค่ใบเดียวที่มีปัญหา แต่หากมีบัตรแบบนี้ร้อยใบพันใบละครับ
สมมติว่า ณ หน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่ง มีผู้มาใช้สิทธิ 1,000 คน ผลการนับคะแนน พรรค ก ได้ 600 คะแนน พรรค ข ได้ 400 คะแนน แต่ปรากฏว่า พรรค ข ประท้วงว่าเขาต้องได้อย่างน้อย 600 คะแนน เพราะเฉพาะสมาชิกพรรค ข ในหน่วยเลือกตั้งนี้มี 600 คน และทุกคนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ผลการทำ exit poll ก็บ่งบอกเช่นนั้น ขอถามว่า ถ้าบัตรเลือกตั้งทุกใบไม่สามารถ trace back ได้แม้แต่ใบเดียวจริงๆ จะพิสูจน์กรณีนี้อย่างไร?
เอาเข้าจริงๆ หลักของการเลือกตั้งเรื่องความลับ ย่อมขัดกับหลัก อีก 2 หลัก คือหลัก ความโปร่งใส และหลักการตรวจสอบได้เสมอทุกประเทศจึงต้องพยายามดุลย์หลักเหล่านี้ตามบริบทของตน ไม่สุดโต่งไปทางใดทางหนึ่ง จนทำให้การเลือกตั้งไม่มีผล
ที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือ ปัญหาเรื่องปัญญาชนไทย ไม่ว่าจะเป็นความไร้หลักการ การมีอคติ การวิเคราะห์แบบส่งเดช ข้อมูลไม่เพียงพอ ไม่ให้สติปัญญากับสังคม และไม่รับผิดชอบ
นักวิชาการหลายท่านที่เคยสนับสนุนการรัฐประหารหรือการสังหารหมู่ผู้เห็นต่างทางการเมือง ก็สามารถ”ชุบตัว”เอาได้ง่ายๆ ด้วยการออกมารักประชาธิปไตยทางรายการวิเคราะห์การเมืองต่างๆ
คำพิพากษา ตลก รธน.ที่ทำให้การเลือกตั้ง 2549 ไม่มีผล ซึ่งถูกวิจารณ์อย่างหนัก บัดนี้กลายเป็น”บรรทัดฐานทางกฎหมาย”เพียงเพราะ ต้องการเหตุผลในการทำให้การเลือกตั้ง 2569 เป็นโมฆะ
เนติบริกรจอมกะล่อนกลายเป็น”กูรูทางกฎหมาย”ทันทีที่ฟันธงว่าโมฆะ
เช่นเดียวกับอดีต ตลก.ที่เคยตัดสินให้สมัครพ้นตำแหน่งเพราะจัดรายการทำอาหาร กลายเป็น”กูรูกฎหมาย”ไปอีกคน
ด้วยความอนาถใจ
กิติภูมิ จุฑาสมิต
หมายเหตุ: บทความนี้ ไม่ได้ใช้ Googleในการหาข้อมูล และไม่ได้ใช้ AI ช่วยในทุกรูปแบบ
