CIVICUS พันธมิตรภาคประชาสังคมระดับโลกเปิดตัวแคมเปญสนับสนุนนักสิทธิมนุษยชนที่ถูกคุมขังในกัมพูชา เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกข้อหาและปล่อยตัวกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมที่ถูกจำคุกมาแล้วกว่า 600 วัน ท่ามกลางสถานการณ์การปราบปรามภาคประชาสังคมที่รุนแรงขึ้นในยุคของ ฮุนมาเนต

ภาพจาก: CIVICUS
25 กุมภาพันธ์ 2026 CIVICUS ซึ่งเป็นพันธมิตรภาคประชาสังคมระดับโลก ได้เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักปกป้องสิทธิพิทักษ์สิ่งแวดล้อม 5 รายจากกลุ่ม Mother Nature Cambodia ทันที โดยทั้ง 5 คนได้รับการบรรจุเข้าสู่แคมเปญ ‘Stand As My Witness’ ซึ่งเป็นโครงการระดับโลกเพื่อรณรงค์ให้มีการปล่อยตัวนักสิทธิมนุษยชนที่ถูกคุมขัง
นักกิจกรรมทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย ลอง กุนเทีย (Long Kunthea), ลี จันดาราวุธ (Ly Chandaravuth), พวน เกียวรักสเมย (Phuon Keoraksmey), ธุน รัธธา (Thun Ratha) และ ยิม เลียงฮี (Yim Leanghy) ซึ่งถูกจำคุกมาแล้วกว่า 600 วัน โดยพวกเขาถูกพิพากษาจำคุกระหว่าง 6 ถึง 8 ปี และปัจจุบันถูกแยกคุมขังอยู่ในเรือนจำหลายแห่งทั่วกัมพูชา นักกิจกรรมกลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของสมาชิก 10 รายที่ถูกศาลชั้นต้นกรุงพนมเปญตัดสินความผิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2024 ในข้อหา “สมคบคิดประทุษร้ายต่อรัฐ” และ “หมิ่นประมาทกษัตริย์” เนื่องจากการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมโดยสงบ
ราชเวลู กรุณานิธิ (Rajavelu Karunanithi) เจ้าหน้าที่ฝ่ายรณรงค์และสนับสนุนระดับภูมิภาคเอเชียของ CIVICUS ระบุว่าการตัดสินโทษครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อปิดปากและยับยั้งการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทางการกัมพูชาคืนความยุติธรรมและปล่อยตัวพวกเขาโดยไม่มีเงื่อนไข ทั้งนี้กลุ่ม มาเธอร์ เนเจอร์ กัมพูชา มีผลงานโดดเด่นในการต่อต้านการขุดทรายผิดกฎหมายและโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ทำลายสิ่งแวดล้อม จนได้รับรางวัล Right Livelihood Award ในปี 2023 แต่สมาชิกกลุ่มกลับถูกศาลสั่งห้ามเดินทางไปรับรางวัลที่กรุงสตอกโฮล์ม
การจำคุกนักกิจกรรมกลุ่มนี้ยังสะท้อนถึงภาพรวมของการปราบปรามในกัมพูชาภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ฮุนมาเนต ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีนักกิจกรรมและผู้สื่อข่าวจำนวนมากถูกดำเนินคดี สื่อมวลชนถูกสั่งปิด และการทำงานของภาคประชาสังคมถูกจำกัดอย่างหนัก
ทั้งนี้ CIVICUS Monitor ได้จัดระดับพื้นที่ทางประชาสังคมในกัมพูชาอยู่ในเกณฑ์ “ถูกปราบปราม” (Repressed) โดยนักกิจกรรมทั้ง 5 รายจะถูกเพิ่มเข้าไปในรายชื่อเดียวกับนักสิทธิมนุษยชนระดับโลกคนอื่นๆ ในแคมเปญ เช่น นาร์เกส โมฮัมมาดี (Narges Mohammadi) เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพชาวอิหร่าน และ โจว หั่งตุง (Chow Hang-Tung) นักกิจกรรมจากฮ่องกง เพื่อกดดันให้กัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศต่อไป
