กรมราชทัณฑ์ร่วมกับบริษัทไปรษณีย์ไทยเปิดบริการ "จดหมายสะพานใจ" ใช้รับส่งจดหมายระหว่างคนข้างนอก-ข้างในเรือนจำ บนแอป Prompt Post ให้ญาติและคนใกล้ชิดรับส่งจดหมายกับผู้ต้องขังในเรือนจำได้ เบื้องต้นมีบริการนำร่อง 5 เรือนจำ โดยทางอธิบดีกรมราชทัณฑ์คาดว่าจะขยายบริการทั่วประเทศได้ภายในปี 2569
25 ก.พ.2569 ที่ กรมราชทัณฑ์ นนทบุรี ทางกรมได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการระบบตู้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์สนับสนุนการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ต้องขังและญาติในรูปแบบดิจิทัล โดยมี พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์และดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทไปรษณีย์ไทยฯ ร่วมลงนาม
ปัจจุบันโครงการนี้เปิดให้บริการรับส่งจดหมายในเรือนจำ 5 แห่งเป็นการทดลองระบบได้แก่ 1. เรือนจำกลางบางขวาง 2. เรือนจำจังหวัดนนทบุรี 3. ทัณฑสถานหญิงธนบุรี 4. เรือนจำกลางสมุทรปราการ และ 5. เรือนจำพิเศษพัทยา
พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวว่าโครงการนี้เป็นความร่วมมือในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาระบบการรับส่งไปรษณีย์โดยใช้ระบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารและทำให้การดำเนินงานของราชทัณฑ์มีความรวดเร็ว ถูกต้องโปร่งใส และตรวจสอบได้ ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลด้านพัฒนารัฐบาลดิจิทัลและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตและความประพฤติของผู้ต้องขังปรับทัศนคติการดำเนินชีวิต เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ต้องขังและครอบครัวให้เกิดขวัญกำลังใจให้ผู้ต้องขังพร้อมกลับคืนสู่สังคม
ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมว่าหลังจากนี้ระบบนี้จะขยายบริการใช้ในเรือนจำทั่วประเทศซึ่งมีอยู่ 143 แห่งเมื่อไหร่ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ตอบโดยคาดการณ์ว่าจะใช้ได้ทุกเรือนจำภายในปี 2569 นี้ ซึ่งโครงการนี้เพิ่งเริ่มต้นเมื่อปีที่ผ่านมาใช้ใน 5 เรือนจำ เสียงตอบรับจากประชาชนค่อนข้างพอใจ
ส่วนการรับส่งจดหมายเข้า - ออกเรือนจำ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีเงื่อนไขการใช้งานเช่นไรบ้างผู้ส่งจดหมายเข้าไปหาผู้ต้องขังต้องเป็นคนที่อยู่ใน 10 รายชื่อเข้าเยี่ยมด้วยหรือไม่นั้น พ.ต.ท.ประวุธ ระบุว่ายังคงใช้ตามแนวทางเดิม ที่ต้องมีการกำหนดตัวบุคคลที่จะให้รับ-ส่งจดหมาย เพราะถ้ามีบุคคลภายนอกส่งเข้าออกก็จะไม่สามารถมั่นใจได้ว่าจะเกิดความไม่มั่นคงอะไรบ้าง
ด้าน ดนันท์ กล่าวว่าการร่วมมือครั้งนี้เป็นการใช้ความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารของทางไปรษณีย์ไทยผสานเข้ากับภารกิจของราชทัณฑ์ โดยนำแพลตฟอร์ม Prompt Post มาพัฒนาระบบเพื่อให้การับส่งจดหมายระหว่างผู้ต้องขังและญาติทำได้อย่างรวดเร็ว ลดการใช้เอกสารกระดาษและทำให้การสื่อสารมีความคล่องตัวมากขึ้น ลดภาระงานเอกสารของเจ้าหน้าที่ โดยระบบจะมีความปลอดภัยตามมาตรฐานของกรมราชทัณฑ์
ดนันท์เล่าว่า ช่วงที่ทดลองใช้มา 4 เดือนตั้งแต่ช่วงพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมาก็มีเสียงตอบรับที่ดีมาก มีการส่งจดหมายระหว่างผู้ต้องขังและญาติกว่า 25,000 ฉบับ เมื่อดูจากปริมาณการใช้แล้วก็คาดว่าจะสามารถขยายขอบเขตบริการออกไปเรือนจำทั่วประเทศได้ภายในปีนี้ตามที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าวไว้
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามรายละเอียดการใช้งานเพิ่มเติม ดนันท์อธิบายว่า สำหรับฝั่งญาติสามารถลงทะเบียนและใช้บริการผ่านแอป Prompt Post โดยการพิมพ์จดหมายส่งไปตามเรือนจำที่ผู้ต้องขังถูกคุมขังอยู่ได้ไปเข้ากล่องจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของราชทัณฑ์แล้วทางเจ้าหน้าที่เรือนจำตรวจแล้วก็จะพิมพ์จดหมายออกมาให้กับผู้ต้องขังเนื่องจากผู้ต้องขังไม่สามารถมีบัญชีใช้งานของตัวเองได้เพราะเป็นเงื่อนไขของกรมราชทัณฑ์ ส่วนทางด้านผู้ต้องขังหากต้องการส่งออกมาก็ต้องเขียนใส่จดหมายมอบให้กับทางเจ้าหน้าที่เพื่อเอาเข้าระบบแล้วส่งออกมาเข้ากล่องจดหมายของญาติในแอป
ส่วนการตรวจสอบ ความปลอดภัยทั้งหมดจะอยู่ที่กรมราชทัณฑ์ไม่ต่างจากปัจจุบัน แต่จะดีกว่าเดิมเพราะได้ความเร็วและปลอดภัยมีบันทึกการใช้ทุกอย่างและทำให้รู้ที่มาว่าใครเป็นผู้ส่งเพราะมีการยืนยันตัวตนในแอป
ส่วนเรื่องค่าบริการทางดนันท์ระบุว่า จะเริ่มเก็บหลังจากพ้นช่วงทดลองใช้แล้วตอนนี้ยังฟรีอยู่ แต่จะเป็นราคาเท่าไหร่ก็เป็นเรื่องที่ต้องคุยกับทางกรมราชทัณฑ์ โดยการคิดค่าบริการการส่งจากฝั่งญาติก็จะคิดค่าบริการจากในแอป ส่วนผู้ต้องขังที่ต้องการจะส่งจดหมายออกนอกเรือนจำก็ต้องจ่ายกับทางเรือนจำ
ทั้งนี้ขั้นตอนการใช้บริการเบื้องต้นทางผู้ใช้บริการที่ต้องการส่งจดหมายเข้าไปหาผู้ต้องขังสามารถทำได้ผ่านแอป “Prompt Post” ของไปรษณีย์ไทยทั้งบนระบบ Android และ iOS โดยจะต้องลงทะเบียนด้วยแอป ThaID(Android และ iOS) เพื่อยืนยันตัวตนของผู้ใช้ก่อน จากนั้นจึงไปที่หน้าบริการเลือกบริการ “จดหมายสะพานใจ” แอปจะให้กรอกข้อมูลผู้ต้องขังที่ต้องการติดต่อแล้วจึงไปสู่หน้าเขียนจดหมายได้ โดยขณะนี้ยังสามารถส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ถึงผู้ต้องขังได้ 5 เรือนจำตามที่ได้กล่าวไปข้างต้นเท่านั้น
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
- เมื่อจดหมายคือสิ่งฮีลใจผู้ต้องขัง แค่ขาด 'ปากกา' ก็เหมือนถูกตัดจากโลกแต่เงื่อนไขในคุกยังเพิ่มอุปสรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ทางกรมราชทัณฑ์เคยมีบริการในลักษณะเดียวกันนี้มาก่อนในแอปชื่อ DomiMail โดยเป็นของบริษัท INLINIAS COMPANY LIMITED อย่างไรก็ตามแอปดังกล่าวยุติให้บริการไปในเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งมีเสียงสะท้อนการใช้งานจากกลุ่มผู้ต้องขังคดีการเมืองที่ได้เริ่มใช้ในช่วงปี 2567 ว่าเบื้องต้นการใช้งานไม่ได้มีข้อจำกัดว่าผู้ที่จะส่งจดหมายเข้ามาจากภายนอกเรือนจำจะต้องเป็นกลุ่ม 10 รายชื่อที่ลงทะเบียนเป็นผู้เข้าเยี่ยมไว้ทำให้ทั้งเพื่อนและญาติของผู้ต้องขังสามารถส่งจดหมายถึงได้ แต่ภายหลังทางเรือนจำมีการเพิ่มข้อกำหนดนี้เข้ามารวมถึงมีการกำหนดปริมาณจดหมายของผู้ต้องขังที่ส่งออกซึ่งส่งผลต่อสภาพจิตใจของผู้ต้องขังตามมา
