Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ครอบครัว “พลทหารพฤษภา" คาใจสาเหตุการตายของลูกชาย ป่วยระหว่างฝึกจนได้รับการสั่งให้งดการฝึกแล้ว ทำไมพลทหารพฤษภาถึงหมดสติ น้ำลายฟูมปาก ตาค้าง ชีพเจรหยุดเต้น อยู่ในชุดฝึกทั้งๆ ที่หมอสั่งให้พักรักษาตัวแล้ว กองพันทหารอากาศระบุ เสียชีวิตจากฝีในสมอง ไม่เกี่ยวกับการฝึก

 

27 ก.พ. 2569 เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา นิชนันท์ วังคะฮาต อดีตผู้สมัคร สส. ชลบุรี เขต 10 พรรคประชาชน เปิดเผยว่า ครอบครัวของ “พลทหารพฤษภา วิมุตติธรรมชัย” คาใจกรณีลูกชายเสียชีวิตระหว่างเข้ารับการเกณฑ์ทหาร โดยพลทหารพฤษภา อายุ 21 ปี ทหารเกณฑ์กองทัพอากาศ ผลัด 1/2568 สังกัดกองพันทหารอากาศโยธิน 1 ดอนเมือง กรุงเทพฯ เริ่มเข้ารับการฝึกวันที่ 1 พ.ค. 2568 และเสียชีวิตวันที่ 24 ก.ค. 2568 รวมระยะเวลาอยู่ในค่ายทหาร 2 เดือน

ครอบครัวของพลทหารพฤษภายังคาใจเรื่องที่ลูกชายป่วยระหว่างฝึกจนได้รับการสั่งให้งดการฝึกแล้ว ทำไมวันเกิดเหตุ (วันที่ 20 มิ.ย. 2568) พลทหารพฤษภาถึงหมดสติ น้ำลายฟูมปาก ตาค้าง ชีพเจรหยุดเต้น อยู่ในชุดฝึกทั้งๆ ที่หมอสั่งให้พักรักษาตัวแล้ว

โฆษณา - Advertising

แม่พลทหารพฤษภาเล่าว่า ฝึกได้ครบ 1 เดือน ตนเองได้ไปเยี่ยมลูกครั้งแรกตอนเปิดให้ญาติเยี่ยม พลทหารพฤษภาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนจากคนร่าเริงคุยเก่ง ก็ไม่ค่อยพูด พลทหารพฤษภาเข้ากอดตนเองและบอกรักแม่มาก ปกติลูกชายไม่เคยแสดงความรักกอดแม่ พลทหารพฤษภาบอกว่าฝึกหนัก จะตายที่นี่หรือเปล่าไม่รู้ ตนจึงถามว่าเป็นอย่างไร ลูกชายก็ไม่บอก เมื่อเยี่ยมเสร็จพลทหารพฤษภาโทรตามแม่บอกให้มาเยี่ยมในวันพรุ่งนี้อีก ปกติทางหน่วยให้เยี่ยมได้ 1 วัน ตนจึงถามว่าทำไมทางค่ายอนุญาตให้เยี่ยม 2 วัน พลทหารพฤษภาบอกแค่มาเยี่ยมพรุ่งนี้ด้วยนะแม่ เมื่อไปถึงพลทหารพฤษภาเล่าว่ามีอาการเดินเซ จะล้ม ทรงตัวไม่ได้ในขณะฝึก เพื่อนๆ พากันหัวเราะ ทุกคนมองเขาเป็นตัวตลก ทั้งที่เขาไม่ไหวแล้ว และครูฝึกก็ไม่ให้พักให้ฝึกพร้อมเพื่อนต่อ ไม่ได้พักเลย คนไม่สบายไม่ให้พักจะหายได้อย่างไร สงสัยจะตายที่นี่แหละ พูดอีกเป็นครั้งที่ 2 แม่ได้แต่ปลอบใจ แม่ไม่ได้คุยกับทางหน่วย เพราะเกรงใจเหมือนลูกเพิ่งมาฝึก

ครอบครัวระบุว่า จากคำบอกเล่าทราบว่าระหว่างการฝึกก่อนเสียชีวิตพลทหารพฤษภามีน้ำหนองไหลออกมาจากหูไม่หยุด เกิดอาการเซตลอดเวลา พลทหารพฤษภาเคยไปหาหมอในค่าย หมอให้ยาพารามากับยาหยอดหูมากิน แต่ไม่หาย ไปตามนัดอีกครั้งก็ได้ยาหยอดหูกับพารามาเช่นเดิม และมีอาการป่วยอย่างต่อเนื่อง

แม่ของพลทหารพฤษภาระบุว่า ครูฝึกไม่ได้ให้พลทหารพฤษภาพักที่หน่วยแพทย์ ครูฝึกให้พลทหารพฤษภาใส่ชุดฝึกมานอนแปลใต้อาคารข้างๆ เพื่อนทหารคนอื่นฝึก วันที่เสียชีวิตพลทหารพฤษภาตกแปล เพื่อนๆ มาช่วย แต่ครูฝึกบอกว่าไม่ต้องไปยุ่ง ปล่อยเขา แล้วให้มาฝึกต่อ จนสักพักฝึกเสร็จ เพื่อนทหารมาดูพลทหารพฤษภาไม่มีชีพจรแล้ว จึงได้ทำการปั๊มหัวใจและนำส่งโรงพยาบาลภูมิพล หมอแจ้งว่าพลทหารพฤษภาไม่มีชีพจรแล้ว แต่ทางโรงพยาบาลได้ทำการกู้ชีพ แต่พลทหารพฤษภาสมองตาย ทางโรงพยาบาลแจ้งกับครอบครัวว่าจะให้ปล่อยพลทหารพฤษภาไปตามธรรมชาติหรืออย่างไร เนื่องจากมีโอกาสเสียชีวิต 99.99% แม่ของพลทหารพฤษภาของให้หมอทำการผ่าตัดช่วยชีวิตอีกครั้งเผื่อมีปาฎิหารย์ ปรากฏว่าหลังผ่าตัดพลทหารพฤษภาไม่ตอบสนองใดๆ และอยู่ได้อีก 1 เดือนก็เสียชีวิต

แม่ของพลทหารพฤษภาเล่าเพิ่มเติมว่า วันที่แม่ไปติดต่อเอกสารกับหลังจากพลทหารพฤษภานอนโรงพยาบาล ธุรการในค่ายบอกว่ายังจำได้ว่าพลทหารพฤษภาคือคนที่เดินเซ เขายังเคยถ่ายคลิป แต่พอพลทหารพฤษภาเสียชีวิตแม่กลับไปขอคลิปที่ถ่ายไว้ ธุรการได้แจ้งว่าลบคลิปไปแล้ว ไม่มีคลิปแล้ว นอกจากนี้ครอบครัวเคยติดต่อร้องทุกข์ทำเอกสาร 69 หน้าไปตามระบบในออนไลน์ จนวันนี้ก็ยังไม่มีการติดต่อใดๆ

ส่วนเรื่องเงินช่วยเหลือทางหน่วยแจ้งว่า มีเงินช่วยเหลือ

- ค่าทำศพ 12,000 บาท

-ค่าเสียชีวิต 30,000 บาท

รวมเป็น 42,000 บาท

- ค่าประสบภัยจากทหารด้วยกันคนละ 1 บาท หลังจากนั้น ติดต่อมาว่า ไม่ได้แล้ว เคสพลทหารพฤษภาไม่เข้าข่ายเป็นผู้ประสบภัย

พลทหารพฤษภาเสียชีวิตวันที่ 24 ก.ค. 2568 แม่ทำเรื่องติดตามทวงถามเงิน 42,000 บาทมาตลอด เพิ่งได้รับเงินเข้าบัญชี เมื่อ กลางเดือนมกราคม 2569

ครอบครัวจัดงานศพพลทหารพฤษภาที่วัดในกรุงเทพหมดค่าใช้จ่ายไปทั้งสิ้น 58,000 บาท

ทั้งนี้ ตอนที่พลทหารพฤษภามาเป็นทหาร แฟนสาวตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน ปัจจุบันเพิ่งคลอดลูกไม่นาน

กองทัพอากาศ ชี้แจงเสียชีวิตจาก "ฝีในสอง" ไม่เกี่ยวกับการฝึก

มติชน ต่อมาวันที่ 26 ก.พ. 2569 พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ ชี้แจงต่อการเสียชีวิตของพลทหารพฤษภา ดังนี้

พลทหารพฤษภาเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 1 สังกัดกองพันทหารอากาศโยธิน 1 กรมทหารอากาศโยธินรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2568 โดยภายหลังเข้าประจำการ ได้แจ้งว่า มีอาการเจ็บบริเวณหู และมีกลิ่นออกจากช่องหู โดยหน่วยได้ดำเนินการส่งพบแพทย์ที่ กองเวชศาสตร์ป้องกัน กรมแพทย์ทหารอากาศ ตามขั้นตอนเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2568 แพทย์ได้ทำการตรวจและจ่ายยา พร้อมทั้งนัดติดตามอาการในวันที่ 8 พ.ค. 2568 พลทหารพฤษภาได้เข้ารับการรักษาตามใบนัดแพทย์

วันที่ 11 พ.ค. 2568 พลทหารพฤษภาได้เข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ เนื่องจากไข้ขึ้นสูง แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A

ระหว่างวันที่ 6 พ.ค. – 16 มิ.ย. 2568 พลทหารพฤษภา ได้เข้ารับการตรวจรักษาและติดตามอาการ รวม 9 ครั้ง ได้แก่ การรักษาภาวะหูอักเสบ การรักษาไข้สูงจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A การฉีดยา การตรวจเลือดเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัส (ผลเลือดปกติ) และการดูดหนองออกจากหู โดยแพทย์ได้สั่งให้งดการฝึกระหว่างวันที่ 9 มิ.ย. – 6 ธ.ค. 2568 ซึ่งหน่วยได้ปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยจัดให้งดการฝึก และพักรักษาตัวที่หน่วยฝึก โดยในระหว่างนั้นได้พาพลทหารพฤษภาไปพบแพทย์ตามใบนัดทุกครั้ง

เช้าวันที่ 20 มิ.ย. 2568 พลทหารพฤษภา มีอาการปวดศีรษะ ครูฝึกได้ให้พักที่หน่วยฝึก โดยเวลา 09.40 น. พบว่า พลทหารพฤษภาหมดสติ จึงได้เร่งนำส่งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชฯ ทันที ซึ่งแพทย์ได้ทำการกู้ชีพ และผ่าตัดรักษาอย่างเร่งด่วน จากนั้นเข้ารับการดูแลในหออภิบาลศัลยกรรม และหอผู้ป่วยศัลยกรรมระบบประสาทอย่างต่อเนื่อง โดยในระหว่างนี้ทางหน่วยได้อำนวยความสะดวกให้แก่ญาติในการเดินทางมาดูแล พลทหาร พฤษภา ขณะที่เข้ารับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอย่างเต็มที่

จนกระทั่งวันที่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 03.07 น. พลทหารพฤษภาเสียชีวิต แพทย์ลงความเห็นว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะสมองตายจากฝีในสมอง เป็นภาวะแทรกซ้อนของการติดเชื้อ โดยหน่วยได้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศล อำนวยความสะดวกในการประกอบพิธีทางศาสนา และจัดพิธีฌาปนกิจศพ ณ วัดเกาะสุวรรณาราม เขตสายไหม กทม. ระหว่างวันที่ 25 – 27 ก.ค. 2568 ทั้งนี้ หน่วยได้ดำเนินการขอเบิกเงินช่วยเหลือค่าพิธีจัดการศพ และเงินทุนการสงเคราะห์ด้านสวัสดิการฯ ให้แก่ญาติตามระเบียบของทางราชการ เรียบร้อยแล้ว

สุดท้ายโฆษกกองทัพอากาศระบุว่า ทางกองทัพอากาศอยู่ระหว่างจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพบและพูดคุยกับผู้ปกครองเพิ่มเติม เพื่อชี้แจงในประเด็นที่ยังค้างคาใจ และรับฟังข้อกังวลโดยตรงต่อไป

ญาติไม่ปักใจเชื่อ ตั้งข้อสังเกตหลายจุด-เปิดประวัติการรักษา

The Reporters ในวันที่ 26 ก.พ. เช่นกัน หลังจบงานเสวนาวิชาการเนื่องในโอกาสครบรอบ 3 ปี การบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 เพื่อผลักดันประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย นิชนันท์ อดีตผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน และครอบครัวของพลทหารพฤษภาแถลงข่าวกับสื่อมวลชน

นิชนันท์ระบุว่า ครอบครัวตั้งคำถามสำคัญว่าในช่วงที่มีอาการป่วย เหตุใดจึงไม่ได้รับการพักหรือยกระดับการรักษา ทั้งที่ตามหลักทั่วไป “ถ้าไม่ไหวควรได้พัก” แต่ข้อเท็จจริงที่ครอบครัวรับทราบกลับไม่เป็นเช่นนั้น มีการข้อสังเกตคือเรื่องการดูแลทางการแพทย์ โดยแม่ของผู้เสียชีวิตเล่าว่า ลูกชายมีอาการหนองไหลออกจากหู เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ แต่เมื่อไปพบแพทย์ในค่ายกลับได้รับเพียงยาพาราเซตามอลและยาหยอดหู ไม่มีการส่งต่อรักษาในโรงพยาบาลภายนอก ทั้งที่อาการอาจมีความเสี่ยงลุกลาม “หนองในหูควรต้องตรวจอย่างละเอียดว่าจะลุกลามถึงสมองหรือไม่” นิชนันท์ กล่าว

ผู้เป็นแม่ติดใจว่าเหตุใดเมื่อพลทหารมีอาการป่วยจึงไม่มีการแจ้งครอบครัวให้รับทราบ และแม้ในวันที่เข้าเยี่ยม ครูฝึกก็ไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการป่วย หรือสอบถามประวัติสุขภาพจากครอบครัวเพิ่มเติม ขณะที่ครอบครัวยืนยันว่าผู้เสียชีวิตไม่มีโรคประจำตัว เป็นคนรักสุขภาพและใส่ใจการกินอาหารอย่างมาก

แม่ของพลทหารพฤษภาระบุว่า ประเด็นที่ติดใจมี 2 เรื่องหลัก

1. เหตุใดเมื่อบุตรชายป่วย จึงไม่มีการแจ้งให้ครอบครัวทราบ และไม่มีการประสานให้พูดคุยหรือรับทราบอาการโดยตรง

2. เหตุใดเมื่อทราบว่ามีอาการป่วยต่อเนื่อง จึงไม่ส่งต่อโรงพยาบาลภายนอก รายงานต่อผู้บังคับบัญชาอย่างไร และกระบวนการตัดสินใจเกิดขึ้นอย่างไร

ในส่วนบทสนทนาระหว่างพลทหารพฤษภากับภรรยา ภรรยาเล่าว่า สามีมักส่งข้อความมาว่า “ท้อ ไม่ไหว” บางครั้งส่งภาพศีรษะเปียก พร้อมข้อความเชิงตัดพ้อว่าอาจ “กลับบ้านพร้อมผ้าธงชาติ” บอกว่าป่วยเป็นไข้ อ่อนแรง คิดถึงพ่อแม่ อยากกลับบ้าน แต่ยืนยันว่าได้รับยาเพียงตามที่แพทย์ในค่ายสั่ง และไม่เคยถูกส่งไปรักษาโรงพยาบาลภายนอก ภรรยายังสังเกตพฤติกรรมก่อนเสียชีวิตว่า สามีมีอาการเดินลากเท้า พูดไม่ชัด ความสดใสลดลง ไม่เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งต่างจากบุคลิกเดิมอย่างชัดเจน

ล่าสุดวันนี้ (27 ก.พ. 2569) ครอบครัวเปิดประวัติการรักษาของพลทหารพฤษภา ดังนี้

วันที่ 1 พ.ค. 2568 เดินมาจากอุบลราชธานีเข้ามาเป็นพลทหาร ก่อนมาเป็นพลทหารไม่เคยป่วย ร่างกายแข็งแรง
แม่มารู้ทีหลังว่า ก่อนมาเล่นน้ำสงกรานต์ มีน้ำเข้าหู
 
ฝึกทหารได้ 10 วัน
 
วันที่ 11 พ.ค. 2568 เวลา 19.00 น. แพทย์ระบุ คนป่วยมาด้วยมีอาการมีไข้ ปวดศรีษะ อาเจียน มีหนองไหล ออกจากหูซ้าย
เก็บผลไปเพาะเชื้อ
 
วันที่ 15 พ.ค. 2568 มาพบแพทย์ตามนัด มีอาการไข้ อาการเหนื่อยเพลียลดลง หนองไหลจากหูซ้ายลดลง แพทย์จึงพิจารณาสั่งการรักษา
1. ให้ฉีดยาปฎิชีวนะจากแพทย์ห้องฉุกเฉิน สั่งไว้เดิม จนครบ3 วัน
ครั้งที่ 1 วันที่ 12 พ.ค. 2568
ครั้งที่ 2 วันที่ 13 พ.ค. 2568
ครั้งที่ 3 วันที่ 15 พ.ค. 2568
2. ให้รับประทานยาปฎิชีวนะ สั่งไว้เดิมครบ 7 วัน เริ่ม 12 พ.ค. 2568
 
วันที่ 22 พ.ค. 2568 เวลา 07.37 น. ผู้ป่วยมาเจาะเลือด และมายื่นใบนัดผู้ป่วยนอก แต่สถานะสุดท้ายเรียกไม่พบผู้ป่วย แพทย์จึงไม่ได้ทำการรักษา ผลเลือดไม่พบการติดเชื้อ HIV ส่วนผลการติเชื้อไม่พบว่าติดเชื้อในกระแสเลือด
 
วันที่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 9.21 น. ผู้ป่วย walk-in มาที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอกโสต ศอ นาสิกรรม ด้วยอาการปวดหูและมีหนองไหลออกจากหูซ้าย ผู้ป่วยพูดคุยได้ ไม่มีอาการเดินเซ แพทย์ตรวจพบ Tympanic membrane swelling and pus discharge วินิจฉัยเป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน แพทย์ทำการ หัตถการEar toilet ดูดหนองออก และ
- ให้ยา Floxy 0.3% หยอดหูครั้งละ6-10 หยด วันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น
- ให้ยาRanclay 1 GM รับประทานเช้าเย็น
- แพทย์แนะนำ ห้ามลงน้ำ ห้ามน้ำเข้าหูออกใบรับรองแพทย์ให้ และนัดมาตรวจอาการอีกครั้งวันที่ 9 มิ.ย. 2568
 
วันที่ 9 มิ.ย. 2568 เวลา 08.37 น. ยังมีน้ำเข้าหู ไม่มีปวดหัว แพทย์ตรวจพบว่า ยังมีหนองไหลออกจากหูซ้าย แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรค “หูชั้นกลางอักเสบและมีแก้วหูทะลุอักเสบ” แพทย์ดูดหนองออก และเปลี่ยนยา ปฎิชีวนะให้แรงขึ้น Ciproxyl 250 mg. แพทย์เน้นย้ำว่า ห้ามให้น้ำเข้าหูอีกเด็ดขาด ห้ามลงน้ำ พร้อมทั้งออกใบรับรองแพทย์ให้ “เพื่องดการฝึก” ถ้าต้องลงน้ำตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. - 6 ธ.ค. 2568 จนกว่าจะรักษาให้แก้วหูปิดเรียบร้อย นัดมาตรวจวันที่ 16 มิ.ย. 2568
 
วันที่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 08.43 น. แพทย์ตรวจร่างกายพบ Left ear pus discharge, granulation tissue at attic area สงสัยถึงเรื่อง attic retraction pocket วินิจฉัยเป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบ แพทย์ทำการดูดหนองออก ให้หมด และให้ยาเติมเช่นเดียวกัน นัดมาวันที่ 23 มิ.ย. 2568
 
วันที่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา ตี4 พลทหารพฤษภาบอกไม่ไหวแล้ว บอกให้เพื่อนพาลงมาพบจ่า ขอให้นำส่งโรงพยาบาล เพื่อน พาลงมา จ่าเอายาของพลทหารพฤษภาที่หมอให้มาให้กิน ไม่พาส่งโรงพยาบาล
 
วันที่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 8.30 น. นอนในเปลข้างๆ ที่เพื่อนๆ ฝึกในชุดฝึกสนามเต็มยศ และหมดสติ ไม่มีชีพจร
เวลา 9.55 น.
- หน่วยต้นสังกัดนำผู้ป่วยมาห้องฉุกเฉิน อาการหมดสติ ตาค้าง น้ำลายฟูมปาก แรกรับ คลำชีพจร ไม่พบ มีการกู้ชีพแต่ไม่ตอบสนอง ต่อแสง
- ตรวจร่างกายพบมีหนองไหลจากหูซ้าย ส่งเพาะเชื้อ
- ทำการเอ๊กเชเรย์ คอมพิวเตอร์สมอง พบหนองบริเวณสมองน้อย ขนาด 4x4x2.5 ชม. กดเบียดก้านสมอง และมีโพรงน้ำ ในสมองคั่ง จากภาวะสมองบวมทั่วๆ
- แพทย์ได้ทำการผ่าตัดระบายน้ำในสมองผ่าตัดเสร็จไม่ตอบสนองต่อแสงแล้ว
 
วันที่ 25 มิ.ย. 2568 แพทย์ส่งเอ๊กชเรย์คอมพิวเตอร์สมองเพื่อติดตามอาการ ผลพบสมองบวมทั่ว ยังไม่รู้สึกตัว
 
วันที่ 1 ก.ค. 2568 อาการไม่ดีขึ้น ไม่รู้สึกตัวร่วมกับมีภาระติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง
 
วันที่ 24 ก.ค. 2568 ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น ทำการกู้ชีพ 30 นาที พลทหารพฤษภา เสียชีวิต 
 
ใบตรวจทางนิติเวชศาสตร์
- พบจุดเลือดออกกระจายบริเวณลำตัวทั้งด้านหน้า และหลัง รวมทั้ง แขน 2 ข้าง บางส่วน
- สภาพศพแข็งตัวเต็มที่ พบการตกของเลือดสู่เบื้องต่ำหลังตายเป็นปื้นเลือดสีแดงคล้ำ บริเวณแผ่นหลัง
- เยื่อบุตาซีด เล็บมือซีด
- พบจุดเลือดออกกระจายบริเวณผิวปอดข้างบางส่วน เนื้อเยื่อปอดมีสีซีด มากกว่าปกติ หน้าตัดคั่งเลือด และบวมน้ำบางส่วน
- พบจุดเลือดออกแทรกซึม ผิวกล้ามเนื้อหัวใจทางด้านค่อนส่วนล่างทั่วไป
 
ระบุสาเหตุการตาย : ภาวะสมองตายจากฝีในสมอง

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising