เกษตรกรโคนมหลายจังหวัดรวมตัวยื่นหนังสือถึง "ศุภจี" ขอให้ชะลอการนำเข้านมและผลิตภัณฑ์นมแปรรูปนมผง ตามข้อตกลง FTA ไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP) และไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ในปี 2569 จนกว่าจะแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบในประเทศได้ ย้ำไม่มีเจตนาขัดขวาง FTA แต่อยากขอให้รัฐบาลช่วยรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทยก่อนนำเข้ามาจากต่างประเทศเพิ่ม
5 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (5 มี.ค. 2569 ) ที่กระทรวงพาณิชย์ จ.นนทบุรี เวลา 9.30 น.เป็นต้นไป กลุ่มเกษตรกรโคนมจากหลายจังหวัดได้นัดรวมตัวยื่นหนังสือถึง ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้มีการชะลอการนำเข้านม และผลิตภัณฑ์นมแปรรูป นมผง ตามข้อตกลงการค้าเสรีไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP) และไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ในปี 2569 จนกว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาขายน้ำนมดิบในประเทศไทยได้ทั้งหมด และต้องการให้กระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินการขายน้ำนมดิบตามบันทึกความตกลง (MOU) ปี 2568 - 2569 ขององค์กรเกษตรกรผู้ขายน้ำนมดิบ ที่ยังไม่มีผู้ประกอบการรับซื้อ คิดเป็นปริมาณ 211.686 ตันต่อวัน จาก 24 ภาคสหกรณ์ และ 8 เอกชน โดยทันที
สำหรับวันนี้มี กฤชธนา ทองประเสริฐ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตร 1 กระทรวงพาณิชย์ เป็นตัวแทน รมว.พาณิชย์ รับมอบหนังสือจากพี่น้องเกษตรกรโคนม
ก่อนการยื่นหนังสือมีการผลัดกันปราศรัยของเกษตรกรโคนม โดยณัฐวุฒิ ประทีปะวนิช รองประธานชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย ระบุว่า พวกเขาไม่ได้จะมาขัดขวางเรื่องการค้าเสรี แต่อยากให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาโดยการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทย ก่อนนำเข้ามาจากต่างประเทศเพิ่มเท่านั้น



กฤชธนา ในฐานะตัวแทนผู้รับหนังสือ ระบุว่า เดิมศุภจีอยากจะมาคุยกับเกษตรกรโคนมด้วย แต่ว่าติดภารกิจเรื่อง MOU ผลไม้ จึงอยากจะนัดคุยกับเกษตรกรโคนมในวันอื่นๆ แทน และยืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์พร้อมดูแลเกษตรกรทุกกลุ่มทุกคน
กฤชธนา เผยว่า เรื่องการแก้ไขปัญหาการขายน้ำนมดิบ เริ่มมีการระบายนมบ้างแล้ว โดยให้เป็นสินค้าธงฟ้าปั๊มน้ำมัน และหากพี่น้องมีสินค้าสามารถแจ้งมาได้เลย เพราะทางกระทรวงพาณิชย์มีเครือข่ายจำนวนมาก สามารถช่วยกระจายสินค้าให้ได้
ต่อประเด็นเรื่องข้อตกลงการค้าเสรี ผอ.กองส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตร 1 เผยว่า กระทรวงพาณิชย์ก็เป็น 1 ใน Milk board (คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม) และมีคณะกรรมการกำลังพิจารณาแก้ไขปัญหา พวกเขาไม่ได้อยากให้ใครเดือดร้อน และยืนยันว่าไม่ว่ารัฐบาลไหนไม่ทอดทิ้งพี่น้องเกษตรกรโคนมแน่นอน
ทั้งนี้ ตัวของณัฐวุฒิ ได้ถามกับตัวแทนกระทรวงพาณิชย์ที่มารับหนังสือว่า กระทรวงพาณิชย์สามารถชะลอการน้ำเข้านมผง หรือผลิตภัณฑ์นมอื่นๆ จากต่างประเทศก่อนได้หรือไม่ กฤชธนา ระบุว่า อาจจะไปขอความร่วมมือหรืออะไรอย่างอื่นได้ และยืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์เข้าข้างเกษตรกรโคนมอยู่แล้ว
ต่อกรณีที่ทางณัฐวุฒิ ถามทางกระทรวงพาณิชย์ว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่กระทรวงพาณิชย์จะออกมาตรการช่วยเหลือเหมือนกรณีของการนำเข้าข้าวโพด โดยเขาอยากให้ประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ หากจะส่งนมผงมาขายในไทย ต้องมีการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทยไปด้วย ไม่อยากให้เอาแต่นมผงเข้ามา และทิ้งเกษตรกรไทยไว้ข้างหลัง
กฤชธนา ไม่ได้ตอบอย่างชัดเจน แต่ยืนยันว่าทางคณะกรรมการภาคส่วนต่างๆ จะให้ความช่วยเหลือเกษตรกรโคนมแน่นอน

กฤชธนา ทองประเสริฐ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตร 1 กระทรวงพาณิชย์ (คนขวา)

ณัฐวุฒิ ประทีปะวนิช รองประธานชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย (คนกลาง)
ต่อมา ณัฐวุฒิ ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลังจากการยื่นหนังสือว่า หลังจากนี้จะมีการไปยื่นหนังสือกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาของเกษตรกรโคนม
โดยเรียกร้องจากกระทรวงสาธารณสุข ณัฐวุฒิ เผยว่า เขาอยากให้ภาครัฐมีฉลากที่เพิ่มข้อมูลในผลิตภัณฑ์นมว่า ผลิตภัณฑ์ไหนผลิตจากนมโคสดแท้จากเกษตรกรไทย สัดส่วนเท่าไร และผลิตภัณฑ์นมไหน ผลิตจากนมผงละลายน้ำ ซึ่งวันนี้เขาเชื่อว่าผู้บริโภคแยกไม่ออกว่าอันไหนนมโคสด หรืออันไหนนมโคผง และอีกข้อ เขาอยากให้มีระบบของกระทรวงสาธารณสุขสามารถสืบย้อนกลับไปว่า ผลิตภัณฑ์ใดใช้นมโคสด หรือใช้นมผงละลายน้ำและก็ขายในราคาสูง โดยสิ่งนี้ต้องขอเรียกร้องกระทรวงสาธารณสุขให้ช่วยคุ้มครองผู้ผลิต และผู้บริโภค
ขณะที่ข้อเรียกร้องถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณัฐวุฒิ เผยว่า อยากให้ขยายการรับซื้อผลิตภัณฑ์น้ำนมดิบ ไปทำนมโรงเรียนเพิ่มขึ้น จากเดิม 260 วัน (เนื่องจากไม่ได้ขายช่วงปิดเทอมมีนาคม-เมษายน) ให้ขยายระยะเวลาเพิ่มเป็น 365 วัน หรือ 1 ปี เพื่อเพิ่มสัดส่วนการรับซื้อนมโคดิบจากเกษตรกร และอีกข้ออยากให้ช่วยหางบประมาณมาช่วยเหลือองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อสค. ที่ตอนนี้ติดหนี้สมาชิกเกษตรกรโคนมนับพันล้าน อยากให้ช่วยเหลือ อสค. เพราะอย่างน้อยเป็นองค์กรหลักที่รับซื้อนมเกษตรกรไทย และมองว่าจะได้สร้างเงินหมุนเวียนท้องถิ่นด้วย
"วัวมันไม่มีปิดเทอม มันก็ต้องรีดนมตลอด ถ้าวันนี้เราก็ต้องเทนม ถ้าเราไปไม่ไหว เกษตรกรหลายที่ก็ต้องเลิกเลี้ยง เราก็อยากให้รัฐบาลที่จัดตั้ง หรือรัฐบาลรักษาการเข้ามาเร่งแก้ไขให้เร่งด่วน อย่างน้อยวันนี้เรารอมานานแล้ว และตอนนี้เริ่มไปไม่ไหว นมส่วนหนึ่งก็ต้องเอาไปทำน้ำปุ๋ย ซึ่งจริงๆ เป็นนมดีๆ ทั้งนั้นเลย" ณัฐวุฒิ กล่าว
