Skip to main content
ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ในหลายประเทศมุสลิม ซากาตไม่ได้เป็นเพียงการบริจาคทางศาสนา แต่เป็นกลไกกระจายทรัพยากรในระดับสังคม ซึ่งมาเลเซียก็เป็นหนึ่งในประเทศที่พัฒนาระบบซากาตให้มีบทบาทเชื่อมโยงกับการลดความยากจนและสวัสดิการชุมชน

บทความนี้สำรวจโครงสร้างการจัดการซากาตของมาเลเซีย และตั้งคำถามถึงบทบาทของสถาบันศาสนาในการขับเคลื่อนความยุติธรรมทางเศรษฐกิจ


ศาสนากับการแก้ปัญหาความยากจน

ในช่วงปีที่ผ่านมา ผู้เขียนมีโอกาสร่วมทำโครงการกับหน่วยงานซากาตของรัฐสลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “ซากาต” ในมาเลเซียไม่ได้เป็นเพียงการทำบุญตามหลักศาสนาเท่านั้น หากแต่ได้พัฒนาไปสู่ระบบการบริหารจัดการที่มีโครงสร้าง มีฐานข้อมูล และมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความยากจนของสังคมมุสลิม

โฆษณา - Advertising

ซากาต (Zakat) เป็นหนึ่งใน ห้าเสาหลักของศาสนาอิสลาม ซึ่งมุสลิมที่มีฐานะทางเศรษฐกิจต้องปฏิบัติ ความหมายของซากาตโดยพื้นฐาน คือ การนำทรัพย์สินส่วนหนึ่งของผู้ที่มีทรัพย์สินไปช่วยเหลือผู้ที่ขาดแคลน เพื่อสร้างความสมดุลทางเศรษฐกิจและสังคม

ในมิติทางศาสนา ซากาตถือเป็นการอิบาดะห์ (การเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้า) ที่ช่วยชำระทรัพย์สินของผู้ให้ให้บริสุทธิ์ และปลูกฝังคุณค่าทางจิตใจ เช่น ความเอื้อเฟื้อ การแบ่งปัน และความรับผิดชอบต่อสังคม

ในมิติทางสังคม ซากาตทำหน้าที่เป็น กลไกการกระจายความมั่งคั่ง จากผู้ที่มีทรัพย์สินไปสู่ผู้ที่มีความจำเป็น เช่น ผู้ยากจน ผู้ขัดสน ผู้มีหนี้สิน หรือผู้ที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ

ด้วยเหตุนี้ ซากาตจึงมีบทบาทสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและเสริมสร้างความเป็นธรรมในสังคม


ประเภทของซากาตในมาเลเซีย

โดยทั่วไป ซากาตแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ ซากาตฟิฏเราะห์ (zakat fitrah) และ ซากาตทรัพย์สิน (zakat Harta)
 

ซากาตฟิฏเราะห์

ซากาตฟิฏเราะห์เป็นซากาตที่มุสลิมทุกคนต้องจ่ายปีละครั้งในเดือนรอมฎอน และต้องชำระก่อนการละหมาดอีดิลฟิตรี ซากาตประเภทนี้มีอัตราเท่ากันสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ชายหรือหญิง

ในอดีตซากาตฟิฏเราะห์จ่ายในรูปของอาหารหลัก เช่น ข้าว ปริมาณประมาณ 2.7 กิโลกรัม แต่ในปัจจุบันมักจ่ายเป็นเงินตามมูลค่าของข้าวดังกล่าว

ในมาเลเซีย อัตราซากาตฟิฏเราะห์จะถูกกำหนดโดยสภาศาสนาอิสลามของแต่ละรัฐ โดยอิงตามราคาข้าวในพื้นที่ โดยทั่วไปจำนวนเงินต่อคนอยู่ที่ประมาณ 7–22 ริงกิต


ซากาตทรัพย์สิน

ซากาตทรัพย์สินเป็นซากาตที่มุสลิมต้องจ่าย เมื่อทรัพย์สินหรือรายได้ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่เรียกว่า นิศอบ (nisab) ซึ่งมักอ้างอิงกับมูลค่าของทองคำประมาณ 85 กรัม

อัตราซากาตโดยทั่วไปคือ 2.5% ของทรัพย์สินหรือรายได้

ในมาเลเซีย ซากาตทรัพย์สินมีหลายประเภท เช่น

  • ซากาตรายได้ประจำ เช่น เงินเดือน โบนัส ค่าตอบแทน
  • ซากาตเงินออม
  • ซากาตธุรกิจ
  • ซากาตทองและเงิน
  • ซากาตกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (KWSP หรือ Employees provident fund: EPF)
  • ซากาตการเกษตร
  • ซากาตปศุสัตว์
  • ซากาตการลงทุนหรือหุ้น

ในทางปฏิบัติ ซากาตรายได้ เป็นประเภทที่มีคนจ่ายมากที่สุดในมาเลเซีย


โครงสร้างการบริหารจัดการซากาต

หนึ่งในลักษณะสำคัญของระบบซากาตในมาเลเซียคือ การบริหารจัดการผ่านหน่วยงานของรัฐ ในแต่ละรัฐจะมีหน่วยงานซากาตที่อยู่ภายใต้สภาศาสนาอิสลามประจำรัฐ เช่น

  • Lembaga Zakat Selangor
  • Pusat Pungutan Zakat Wilayah Persekutuan (PPZ)
  • Majlis Agama Islam Johor

หน่วยงานเหล่านี้ทำหน้าที่จัดเก็บซากาต คัดกรองผู้มีสิทธิได้รับ และจัดสรรเงินซากาตไปยังกลุ่มที่เรียกว่า อัศนาฟ (asnaf) คำว่า อัศนาฟ หมายถึง กลุ่มผู้มีสิทธิได้รับซากาตตามหลักศาสนาอิสลาม ซึ่งมี 8 กลุ่ม ได้แก่

  1. ผู้ยากจน (faqir)
  2. ผู้ขัดสน (miskin)
  3. ผู้ทำหน้าที่จัดเก็บซากาต (amil)
  4. ผู้ที่เพิ่งเข้ารับอิสลามหรือผู้ที่ต้องการการสนับสนุนด้านศรัทธา (muallaf)
  5. ผู้ที่ต้องการปลดปล่อยจากการเป็นทาส (riqab)
  6. ผู้มีหนี้สินที่จำเป็น (gharimin)
  7. ผู้ทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของศาสนาและสังคม (fi sabilillah)
  8. ผู้เดินทางที่ประสบปัญหาขาดแคลน (ibn sabil)

(หลักการนี้มีที่มาจาก อัลกุรอาน ซูเราะห์ อัตเตาบะฮ์ 9:60)


ระบบที่ยืดหยุ่นและการใช้เทคโนโลยี

อีกลักษณะหนึ่งที่น่าสนใจ คือ หน่วยงานซากาตของรัฐสามารถออกใบอนุญาตให้สถาบันหรือองค์กรอื่นทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการจัดเก็บและแจกจ่ายซากาตได้

ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยหลายแห่งในมาเลเซียมี หน่วยงานซากาตของมหาวิทยาลัยเอง ซึ่งรับซากาต จากบุคลากรที่เลือกให้หักจากเงินเดือน และนำเงินดังกล่าวไปช่วยเหลือนักศึกษาหรือบุคลากรที่ขาดแคลน

มาเลเซียยังพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกในการจ่ายซากาต เช่น

  • เว็บไซต์ของหน่วยงานซากาตของแต่ละรัฐ
  • Internet Banking
  • ระบบ MYEG (ผู้ให้บริการด้าน E-Government ชั้นนำของมาเลเซีย)
  • การหักเงินเดือนรายเดือน
  • แอปพลิเคชัน eZakat ของสลังงอร์  PPZ ของกัวลาลัมเปอร์
  • โมบายซากาต เช่น ตั้งโต๊ะจ่ายซากาตตามห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟ

ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถยื่นคำร้องเพื่อขอรับซากาตได้โดยตรง ผ่านหน่วยงานซากาตในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่จะพิจารณาว่า ผู้ยื่นคำร้องเข้าข่ายอัศนาฟประเภทใด ความช่วยเหลืออาจอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น

  • ค่าเล่าเรียน
  • การสร้างหรือซ่อมแซมบ้าน
  • การชำระหนี้
  • เงินทุนเริ่มต้นประกอบอาชีพ

แนวคิดสำคัญของระบบซากาตในมาเลเซีย คือ การลดจำนวนผู้ยากจนในระยะยาว โดยช่วยให้ผู้รับสามารถฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และในอนาคตเปลี่ยนสถานะจากผู้รับซากาตเป็นผู้จ่ายซากาต


ขนาดของระบบซากาต: กรณีของรัฐสลังงอร์

รัฐสลังงอร์เป็นรัฐที่มีการจัดเก็บซากาตมากที่สุดในมาเลเซีย รายงานของ Lembaga Zakat Selangor ระบุว่า ปี 2023 จัดเก็บซากาตได้ประมาณ 1.12 พันล้านริงกิต มีผู้ได้รับความช่วยเหลือมากกว่า 350,000 คน

ในปี 2024 การจัดเก็บซากาตเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1.22 พันล้านริงกิต ซึ่งเป็นตัวเลขสูงที่สุดตั้งแต่มีการจัดตั้งระบบซากาตของรัฐ

เงินซากาตดังกล่าวถูกนำไปใช้ในโครงการต่าง ๆ เช่น

  • เงินช่วยเหลือครอบครัวยากจน
  • ทุนการศึกษา
  • โครงการฝึกอาชีพ
  • การสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย
  • การช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยและค่าครองชีพ


เปรียบเทียบกับประเทศมุสลิมอื่น

ระบบซากาตไม่ได้มีเฉพาะในมาเลเซีย ประเทศมุสลิมหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ซาอุดีอาระเบีย หรือบรูไน ต่างก็มีระบบการจัดเก็บและกระจายซากาตเช่นกัน หรือในชุมชนมุสลิมที่เป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศที่ไม่ใช่มุสลิมก็มีการจ่ายซากาต ผ่านผู้นำศาสนาหรือองค์กรศาสนาในชุมชน

อย่างไรก็ตาม รูปแบบการบริหารจัดการแตกต่างกัน บางประเทศให้รัฐจัดเก็บโดยตรง ขณะที่บางประเทศเปิดโอกาสให้องค์กรศาสนาและองค์กรสังคมมีบทบาทสำคัญ

ในกรณีของมาเลเซีย ระบบซากาตได้รับการพัฒนาให้มีความเป็นสถาบันสูง มีระบบข้อมูลและช่องทางดิจิทัลที่ทันสมัย ทำให้ซากาตกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างสวัสดิการของสังคมมุสลิมในประเทศ


บทสรุป

ระบบซากาตในมาเลเซียแสดงให้เห็นว่า หลักการทางศาสนาไม่ได้ทำหน้าที่เพียงในมิติทางจิตวิญญาณเท่านั้น แต่ยังสามารถพัฒนาไปเป็นกลไกทางเศรษฐกิจและสังคม ที่ช่วยลดความยากจนได้อย่างเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม ซากาตเป็นหลักปฏิบัติทางศาสนาอิสลามที่มุสลิมเท่านั้นที่มีหน้าที่ต้องจ่าย ดังนั้น ในประเทศมุสลิมอย่างมาเลเซีย ระบบซากาตจึงทำงานควบคู่ไปกับระบบสวัสดิการของรัฐ

ในแง่นี้ ซากาตจึงไม่ใช่การแทนที่บทบาทของรัฐ แต่เป็นกลไกทางสังคมที่ทำงานคู่ขนานกับนโยบายสวัสดิการ

สำหรับสังคมไทย ซึ่งมุสลิมเป็นชนส่วนน้อย ระบบซากาตอาจไม่ได้มีบทบาทในระดับโครงสร้างของรัฐเหมือนในประเทศมุสลิม แต่ประสบการณ์จากมาเลเซียแสดงให้เห็นว่า กลไกทางศาสนาและชุมชนสามารถมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือสังคมได้

ในยุคที่หลายประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจมากขึ้น  โมเดลจากระบบ    ซากาตอาจทำให้เราตั้งคำถามใหม่ว่า นอกจากรัฐแล้ว สถาบันทางศาสนาและชุมชนสามารถมีบทบาทในการสร้างเครือข่ายสวัสดิการสังคมได้มากเพียงใด

0000



เอกสารอ้างอิง

  1. Sadeq, A. M. (2002). Waqf, Perpetual Charity and Poverty Alleviation. Islamic Development Bank.
  2. Lembaga Zakat Selangor. (2023). Kadar Zakat Fitrah Negeri Selangor.
  3. Obaidullah, M., & Shirazi, N. (2015). Integrating Zakat and Waqf into the Poverty Reduction Strategy of the IDB Member Countries. Islamic Development Bank.
  4. Lembaga Zakat Selangor. (2023). Annual Report. และรายงานข่าวเกี่ยวกับการจัดเก็บซากาตปี 2024.

 

ผู้เขียน  รุสนันท์ เจ๊ะโซ๊ะ คณะภาษาและภาษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมลายา 

ภาพประกอบจาก https://www.sinarharian.com.my/article/770613/suara-sinar/pojok/peluang-rebut-pahala-700-kali-ganda

เจ้าหน้าที่เก็บซะกาตที่ได้รับการรับรองจาก PPZ-MAIWP รับเงินซะกาตจากประชาชนที่มัสยิดแห่งชาติในวันพฤหัสบดี ภาพจากเบอร์นามา


 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising